รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี) เป็นประธานการประชุมประกาศกระทรวงคมนาคม - newswit
กรุงเทพฯ--22 ธ.ค.--ศูนย์ปชส. กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี) เป็นประธานการประชุมประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารซึ่งใช้บริการสายการบินของไทยภายในประเทศ นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารซึ่งใช้บริการสายการบินของไทยภายในประเทศ ณ ห้องประชุม 1 กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2546 เวลา 16.00 น. นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารซึ่งใช้บริการสายการบินของไทยภายในประเทศ เพื่อหารือและรังฟังข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบกิจการสายการบินต่างๆ โดยมีนายชลอ คชรัตน์ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดของประกาศฯ และมีผู้แทนจากผู้ประกอบกิจการสายการบินต่างๆ เข้าร่วมประชุม ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท พี บี แอร์ จำกัด บริษัท เอนเจิลแอร์ไลน์ จำกัด บริษัท แอร์อันดามัน จำกัด และ บริษัท ภูเก็ตแอร์ไลน์ จำกัด สรุปสาระสำคัญของการประชุม ดังนี้ กรมการขนส่งทางอากาศ ได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารซึ่งใช้บริการสายการบินของไทยภายในประเทศ ที่ประชุมได้มีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับร่างประกาศดังกล่าว และรับฟังข้อคิดเห็นที่หลากหลายจากผู้แทนสายการบินต่างๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารและสายการบินต่างๆ สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งสรุปสาระสำคัญของประกาศ ดังนี้ กรมการขนส่งทางอากาศ ได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารซึ่งใช้บริการสายการบินของไทยภายในประเทศ ที่ประชุมได้มีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับร่างประกาศดังกล่าว และรับฟังข้อคิดเห็นที่หลากหลายจากผู้แทนสายการบินต่างๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารและสายการบินต่างๆ สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งสรุปสาระสำคัญของประกาศ ดังนี้ จากประกาศกระทรวงคมนาคม ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2544 อนุญาตเปิดการบินเสรีภายในประเทศ และปัจจุบันมีผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าภายในการเดินอากาศภายในประเทศเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การประกอบกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (ผู้ประกอบกิจการสายการบิน) เป็นไปโดยความเรียบร้อยและเป็นธรรมแก่ผู้โดยสาร กระทรวงคมนาคม จึงได้กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสาร ซึ่งมีมาตรการ ดังนี้ 1. การยกเลิกเที่ยวบินและ/หรือการรวมเที่ยวบิน ผู้ประกอบกิจการสายการบินต้องถือปฏิบัติดังนี้ 1.1 ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางอากาศก่อน เว้นแต่จะมีเหตุอันควรให้แจ้งกรมการขนส่งทางอากาศทราบพร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็น 1.2 ต้องแจ้งให้ผู้โดยสารทุกรายทราบล่วงหน้าโดยวิธีใดๆ ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง 2. กรณีเที่ยวบินล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด ผู้ประกอบกิจการสายการบินต้องถือปฏิบัติ ดังนี้ 2.1 หากผู้โดยสารยินยอมเดินทางไปกับเที่ยวบินถัดไปที่มีเส้นทางบินหรือจุดหมายปลายทางเดียวกัน ให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของผู้โดยสารไม่ชักช้า 2.2 กรณีไม่มีเที่ยวบินอื่นและผู้โดยสารประสงค์เดินทางไปยังสนามบินที่ใกล้ที่สุดที่มีจุดหมายปลายทางเดียวกันให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น 2.3 กรณีผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทาง ให้คืนเงินค่าโดยสารและ/หรือค่าธรรมเนียมอื่นใดที่เรียกเก็บให้แก่ผู้โดยสารเต็มตามจำนวนโดยเร็ว 2.4 กรณีเที่ยวบินล่าช้าเกิน 3 ชั่วโมง ต้องจัดหาอาหารและ/หรือที่พักให้กับผู้โดยสารโดยไม่ชักช้าและตามสมควร 3. กรณีอากาศยานประสบอุบัติเหตุและมีความเสียหายแก่บุคคลในอากาศยานหรือบุคคลที่สาม ผู้ประกอบกิจการสายการบินต้องถือปฏิบัติ ดังนี้ 3.1 จ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นภายใน 10 วันแก่ผู้เสียหาย หรือทายาทของผู้เสียหาย นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหรือทายาท และจ่ายค่าเสียหายตามจำนวนที่เป็นจริง 3.2 จ่ายค่าปลงศพ ไม่น้อยกว่ารายละ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ให้แก่ทายาทผู้เสียหาย และค่าปลงศพเบื้องต้นภายใน 10 วัน 4. กรณีผู้ประกอบกิจการสายการบินฝ่าฝืนข้อกำหนดตามข้อ 1,2 และ 3 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และกรณีเป็นความผิดต่อเนื่องกันให้ปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ 5. กรณีผู้ประกอบกิจการสายการบินจงใจฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว และมีการดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาดำเนินการเพิกถอน หรือพักใช้ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินทางอากาศทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ จะลงนามในประกาศกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้ และมีผลบังคับใช้ทันที โดยให้แต่ละสายการบินนำประกาศฯ ไปติดยังสถานที่ที่ผู้ใช้บริการสายการบินสามารถมองเห็นได้ชัดเจนภายในจุดบริการของสายการบิน รวมทั้งแจ้งผ่านทางเวปไซด์ของสายการบินด้วย--จบ-- -รก-