ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย 2546 (RoboCup Thailand Championship 2003) - newswit
กรุงเทพฯ--11 พ.ย.--ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) การแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย 2546 (RoboCup Thailand Championship 2003) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สองนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาความรู้ ความสามารถของนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา ระดับอุดมศึกษาหรือสูงกว่าเพื่อให้เกิดความชำนาญทางด้านกลไกอิเล็กทรอนิกส์และการประกอบหุ่นยนต์ และเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยเข้าร่วมการแข่งขันด้านหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติ โดยทีมชนะเลิศประเทศไทยจะเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ ชิงแชมป์โลก (RoboCup 2004) ที่ประเทศโปรตุเกส ในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับพวกเขาในการศึกษาการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีตลอดจนองก์ความรู้ทางด้านหุ่นยนต์จากประเทศอื่นและนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของพวกเขาในอนาคต ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 จากความร่วมมือระหว่างสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กติกาการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย 2546 รอบคัดเลือก มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ โจทย์ : ให้หุ่นยนต์เตะลูกฟุตบอลเข้าประตูให้มากที่สุดในเวลา 5 นาที (คณะกรรมการอาจพิจารณาให้ยุติการแข่งขันก่อนหมดเวลา 5 นาที หากเห็นว่าหุ่นยนต์ไม่สามารถทำงานได้และผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถแก้ไขได้ทันภายในเวลา) ลักษณะการแข่งขัน 1. แต่ละทีมต้องมารายงานตัว ณ เช้าวันแข่งขัน ตามที่คณะกรรมการจะประกาศให้ทราบในภายหลัง ผู้ที่ไม่มา ลงทะเบียนตามเวลาที่กำหนดจะถูกตัดสิทธิจากการแข่งขัน 2. แต่ละทีมจะมีเวลาในการติดตั้งกล้องและเตรียมตัวก่อนการแข่งขัน 20 นาที (อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับจำนวนทีมที่เข้าแข่งขันทั้งหมด) 3. ลูกบอลที่ใช้เป็นลูกกอล์ฟสีส้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 43 มม. น้ำหนักประมาณ 46 กรัม 4. หุ่นยนต์ที่ใช้ในการแข่งขัน จำนวน 1 ตัว ไม่มีการเปลี่ยนหุ่นยนต์ระหว่างการแข่งขัน ซึ่งต้องเป็นหุ่นยนต์ควบคุมแบบ Close loop ที่สามารถรับและส่งสัญญาณจากกล้องที่ติดตัวหุ่นยนต์หรือติดอยู่บนคานที่ใช้ติดกล้อง เท่านั้น โดยคณะกรรมการจะใช้วัตถุทรงกลมสีเหลืองขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 ซม. (ลูกปิงปอง) ติดตั้งที่ ด้านบนของหุ่นยนต์ 5. สิ่งกีดขวางมี 3 ชิ้น มีลักษณะเป็นทรงกระบอกสีขาว เส้นผ่านศูนย์กลาง 18 ซม. ความสูง 18 ซม. มีวัตถุ ทรงกลมสีน้ำเงินติดอยู่ด้านบนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 ซม. (ลูกปิงปอง) 6. สิ่งกีดขวางวางอยู่บริเวณกึ่งกลางของสนามฝั่งที่มีประตูสีเหลือง โดยจะมีช่องว่างระหว่างสิ่งกีดขวางประมาณ 42 ซม. (ระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางของสิ่งกีดขวาง 60 ซม. ลบด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสิ่งกีดขวาง 18 ซม.) 7. มีสิ่งกีดขวางเคลื่อนที่ไปมาหน้า Goal ซึ่งมีวัตถุทรงกลมสีน้ำเงินติดอยู่บนสิ่งกีดขวางนั้น 8. กำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันต้องจับฉลากวางตำแหน่งจุดเริ่มต้นของบอลซึ่งอยู่บนเส้นกึ่งกลาง โดยจะต้องจับทั้งหมดจำนวน 10 ตำแหน่งหรือ 10 ลำดับ เพื่อที่จะใช้ในการวางบอลหลังจากที่หุ่นยนต์ยิงประตูได้แล้วหรือในกรณีที่ลูกบอลไม่ได้อยู่ในสนามตามลำดับ 9. เมื่อเริ่มการแข่งขันลูกบอลจะถูกนำมาตั้ง ณ ตำแหน่งที่ผู้เข้าแข่งขันจับฉลากได้ลำดับที่หนึ่ง ส่วนหุ่นยนต์จะเริ่มต้น ณ ตำแหน่งจุดเริ่มต้นของหุ่นยนต์ซึ่งจะอยู่ที่จุดโทษของประตูสีน้ำเงิน 10. ผู้เข้าแข่งขันให้หุ่นยนต์เริ่มทำงานหลังจากผู้ตัดสินให้สัญญาณ ถ้าหากมีการจับต้องตัวหุ่นยนต์อีกจะนับเป็นการขอสิทธิเริ่มต้นใหม่ ซึ่งอนุญาตให้มีการเริ่มต้นใหม่ได้ 2 ครั้ง โดยกรรมการสนามจะนำหุ่นยนต์มาตั้ง ณ จุดเริ่มต้นใหม่ได้ 2 ครั้ง โดยกรรมการสนามจะนำหุ่นยนต์มาตั้ง ณ จุดเริ่มต้น ส่วนลูกบอลจะอยู่ ณ จุดเดิมที่มีการขอสิทธิการเริ่มต้นใหม่ (หรือตามวิจารณญาณของผู้ตัดสินในกรณีเกิดเหตุขัดข้อง) โดยไม่มีการหยุดเวลา 11. หุ่นยนต์ต้องพยายามเตะลูกบอลให้เข้าประตูสีเหลืองเท่านั้น และเมื่อหุ่นยนต์เตะลูกฟุตบอลเข้าประตูแล้ว ผู้ตัดสินจะนำลูกบอลกลับมาตั้งที่ตำแหน่งที่จับฉลากได้ตามลำดับถัดไปทันที ส่วนหุ่นยนต์ต้องพยายาม เคลื่อนที่มายังลูกบอลเพื่อที่จะทำประตูต่อไปโดยไม่มีการหยุดเวลา 12. แปดทีมแรกที่ทำประตูได้มากที่สุดภายในเวลา 5 นาที จะได้เข้าแข่งขันในรอบสุดท้าย 13. หากจำนวนประตูที่ทำได้เท่ากัน คณะกรรมการจะตัดสินโดยพิจารณาจำนวนครั้งการขอสิทธิเริ่มต้นใหม่ จำนวนครั้งที่ชนสิ่งกีดขวางและเวลาผู้ที่ทำประตูแรกได้ ในเวลาสั้นกว่าเป็นผู้ชนะ 14. ถ้าหากมีจำนวนทีมที่ทำประตูได้ไม่ถึง 8 ทีม คณะกรรมการจะคัดเลือกทีมที่มีศักยภาพสูงสุดเข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายโดยพิจารณาจากการออกแบบ และลักษณะการทำงานของหุ่นยนต์ 15. คณะกรรมการอาจคัดเลือกจำนวนทีมที่เข้ารอบสุดท้ายไม่ถึง 8 ทีม ก็ได้ หากพิจารณาเห็นว่า ทีมอื่น ๆ ไม่มีศักยภาพเพียงพอ ในวันแถลงกติกาการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย 2546 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2546 คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เรื่อง "การมองเห็นของเครื่องจักร (Machine Vision)" แก่ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันก่อนการประดิษฐ์และส่งหุ่นยนต์เข้าร่วมการแข่งขันในรอบคัดเลือก การมองเห็นของเครื่องจักรคือการที่ทีมหุ่นยนต์เตะฟุตบอลทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยอาศัยการมองเห็นจากกล้อง ที่ติดตั้งไว้เหนือสนามแข่งขัน สัญญาณจากกล้องจะถูกส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์และค้นหาตำแหน่งของผู้เล่น ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ลูกบอล และตำแหน่งประตู การวิเคราะห์ของคอมพิวเตอร์ใช้หลักวิชาการของการมองเห็นของเครื่องจักร อนึ่ง คอมพิวเตอร์จะจำแนกวัตถุต่าง ๆ ที่เห็นในรูปภาพตามสี รูปร่าง ขนาดและบอกตำแหน่งของมันได้ ในสนามแข่ง หุ่นยนต์ผู้เล่นจะเคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้น คอมพิวเตอร์จะต้องติดตามเป้าหมายที่มองได้และคาดคะเนวิถีเพื่อใช้ในการหาลูกบอลและยิงประตู ความเร็วในการวิเคราะห์และความเร็วในการทำงานของคอมพิวเตอร์จึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อทีมหุ่นยนต์ที่เข้าแข่งขัน ในการแข่งขันรอบสุดท้าย ผู้เข้าแข่งขันประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่ใช้ระบบการมองเห็น (อัตโนมัติหรือควบคุมแบบไร้สายด้วย คอมพิวเตอร์) ขนาดเล็กทีมละไม่เกิน 5 ตัว เพื่อแข่งขันฟุตบอลซึ่งมีเวลาทั้งหมด 20 นาที แบ่งเป็นครึ่งแรก 10 นาที และครึ่งหลัง 10 นาที ทีมที่ทำประตูได้มากกว่าจะเป็นผู้ชนะ การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 2 สาย สายละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมด และนำทีมที่ได้คะแนนสูงที่สุดของแต่ละสายมาแข่งขันกันเพื่อคัดเลือกทีมชนะเลิศประเทศไทย ในการตัดสิน คณะกรรมการจัดงานได้เรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทยเข้าร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย 1. รองศาสตราจารย์ ดร. มงคล มงคลวงศ์โรจน์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ ชิงแชมป์ประเทศไทย 2546 อุปนายกฝ่ายวิชาการของสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย และอาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สัญญา มิตรเอม เลขานุการสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทยและอาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 3. ดร. สยาม เจริญเสียง กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 4. ดร. อุนนัต พิณโสภณ กรรมการฝ่ายอบรมและสัมมนาสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทยและอาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 5. ดร. พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ กรรมการฝ่ายประชุมวิชาการสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทยและอาจารย์ประจำ ภาควิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 6. ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ กองบรรณาธิการสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทยและอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 7. ดร. สถาพร ลักษณะเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ รางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขันประเภทต่าง ๆ มีจำนวน 4 รางวัล คือ ทีมชนะเลิศของประเทศไทยจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์โลก (RoboCup 2004) ที่ประเทศโปรตุเกส ใน ปี พ.ศ. 2547 ทีมที่ได้รับรางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาท ทีมที่ได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์จะได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท นอกจากนี้ ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 8 ทีมจะได้รับรางวัลทีมละ 20,000 บาท ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย 2546 (RoboCup Thailand Championship 2003) ได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย www.trs.or.th ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อคุณขวัญจิต สุดสวัสดิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท ซีเกทฯ โทร. 02-715-2919 หรือคุณวัชรี พิชัยศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาทางด้านประชาสัมพันธ์ โทร. 02-720-3397--จบ-- -รก-