เศรษฐกิจฟื้นตัวดัน ปตท. กำไร 9 เดือน เพิ่ม 63%

กรุงเทพฯ--14 พ.ย.--ปตท. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในเก้าเดือนแรกของปี 2546 ว่า จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ภายใต้เงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ส่งผลให้ปริมาณการใช้ปิโตรเลียมทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโดยรวมของประเทศเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับนั้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ปตท. และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายจำนวน 367,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 27.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาฯและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 47,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% นอกจากนั้น ปตท.ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทในเครือต่างๆ ตามวิธีส่วนได้เสียคิดเป็นจำนวน 7,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 364.6% อันเป็นผลมาจากปริมาณขายและราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น รวมถึงมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของเงินบาทด้วย ส่งผลให้ ปตท.และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 27,960 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นประมาณ 62.9% จากช่วงเดียวกันของปี 2545 สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3 ของปี 2546 ปตท. และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย 121,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 15.8% มี EBITDA จำนวน 15,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียเพิ่มขึ้น 4,734 ล้านบาท อันเนื่องจากผลประกอบการของบริษัทในเครือกลุ่มธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีดีขึ้น เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และค่าการกลั่นที่ดีขึ้น รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ ปตท.และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 10,336 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.70 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 137.2% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในไตรมาส 3 ปีนี้ กลุ่มธุรกิจน้ำมันสามารถขายน้ำมันได้ 9,217 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 789 ล้านลิตร อย่างไรก็ดี กำไรขั้นต้นของธุรกิจจัดจำหน่าย (Marketing) นั้น ลดลงแม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ มีสาเหตุหลักเนื่องมาจากค่าการตลาดและ Stock Gain ที่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นในส่วนของธุรกิจค้าสากล (Trading) ก็มีจำนวนลดลงเล็กน้อย ในขณะที่กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีปริมาณจำหน่ายก๊าซฯได้ 2,709 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มขึ้น 124 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือสูงขึ้น 4.8% เนื่องจากปริมาณผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติและก๊าซ LPG เพิ่มขึ้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ณ สิ้นสุดไตรมาสสามปีนี้ ปตท. และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์มูลค่ารวมทั้งสิ้น 312,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2545 จำนวน 12,814 ล้านบาท หนี้สินรวมมีจำนวน 193,252 ล้านบาท ลดลง 9,196 ล้านบาท สาเหตุมาจากการที่ชำระเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวตามกำหนด และส่วนของผู้ถือหุ้นมีทั้งสิ้น 118,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 22,009 ล้านบาท ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)--จบ-- -รก-

ข่าว ปตท. ล่าสุด