กองทุนเปิด กบข. ปัจฉิมวัฒนา - newswit
กรุงเทพฯ--13 พ.ย.--กบข. นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการ กบข. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกำหนดนโยบายการออมต่อเนื่องของข้าราชการหลังจากเกษียณอายุราชการว่า " ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่เกษียณอายุไปแล้ว และต้องการจะมีทางเลือกในการลงทุนเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากการฝากเงินกับธนาคารนั้น บัดนี้ กบข. ได้กำหนดนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับกลุ่มบุคคล ดังกล่าวหรือในกลุ่มปัจฉิมวัย ให้ได้มีโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมมากขึ้นแล้ว โดย กบข. ได้ว่าจ้างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย เป็นผู้จัดการกองทุนดังกล่าวในชื่อ "กองทุนเปิด กบข. ปัจฉิมวัฒนา" ที่มีนโยบายการลงทุนในเครื่องมือการลงทุนที่มีความมั่นคงสูงมีความเสี่ยงต่ำ ในสัดส่วน 85 : 15 คือลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากร้อยละ 85 และร้อยละ 15 เป็นการลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในการลงทุนกับ "กองทุนเปิด กบข. ปัจฉิมวัฒนา" คือประมาณร้อยละ 3 - 4 อนึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนเปิด กบข.ปัจฉิมวัฒนา จะไม่สูงเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุน กบข. แต่ก็จะสูงกว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ทั้งนี้ หากข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งที่เกษียณและยังไม่ได้เกษียณสนใจข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนเปิดดังกล่าว สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ บลจ. กสิกรไทย โทร 0-2276-2233 หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร 1179 กด 6 เรื่องราวน่ารู้จาก กบข. ลักษณะของกองทุนรวมประเภท " แบบเปิด " และ " แบบปิด " จะสังเกตได้ว่าในแต่ละกองทุนรวมจะมีการระบุลักษณะว่าเป็นแบบเปิดหรือแบบปิด ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับคำว่า เปิด หรือ ปิด มาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนว่า ลักษณะของกองทุนแบบเปิด และแบบปิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร กองทุนรวมแบบเปิด เป็นกองทุนรวมประเภท รับซื้อคืนหน่วยลงทุน เปิดให้มีการจำหน่าย และรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามเวลาที่กำหนด ทำให้ปริมาณกองเงินมีขนาดใหญ่เล็กไม่คงที่ กองทุนนี้จะเปิดให้ซื้อหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการหรือตัวแทนสนับสนุนและสามารถไถ่ถอน (ขายคืน) หน่วยลงทุนได้เป็นระยะ ๆ กองทุนรวมแบบปิด เป็นกองทุนรวมประเภท ไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุน จะแตกต่างจากกองทุนรวมแบบเปิดตรงที่มีการเปิดขายหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวเมื่อเริ่มโครงการ เป็นการขายในจำนวนที่จำกัดโดยจะกำหนดอายุของโครงการไว้อย่างแน่นอน เช่น กองทุนรวม ก. มีอายุโครงการ 3 ปี หรือกองทุนรวม ข.มีอายุโครงการ 6 ปี และเมื่อครบอายุดังกล่าวแล้ว ผู้ลงทุนจึงสามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนเพื่อขอรับเงินคืนได้ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายหน่วยลงทุนปะเภทนี้ หลังจากการเสนอขายครั้งแรกแล้ว อาจทำการซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประทศไทย หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ แต่หากกองทุนปิดมิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อขายนั้นจะต้องไปติดต่อกับบริษัทที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้สร้างสภาพคล่อง หรือที่เรียกกันว่า Market maker ซึ่งจะทำหน้าที่ซื้อ – ขาย หน่วยลงทุนที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เก็บมาฝากสมาชิก กบข. เมื่อหยุดทำงานอย่าหยุดทำเงิน หลายคนเป็นกังวลเกี่ยวกับชีวิตหลังเกษียณอายุการทำงาน หรือ เมื่อย่างเข้าสู่ "ปัจฉิมวัย" ว่า ในสมัยก่อนรายได้หรือเงินออมเมื่อนำไปฝากธนาคารในช่วงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงๆ ก็พอจะเลี้ยงตัวได้ในทุกเดือน แต่ปัจจุบัน ดอกเบี้ยที่ได้มาน้อยมากไม่พอจะใช้แถมต้องเอาเงินต้นออกมาใช้อีก ทำให้เงินออมที่เคยมีก็ลดจำนวนลงทุกเดือน สุดแสนจะกลุ้มใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตลอดชีวิตการทำงานเคยแต่รับเงินเดือนมา ใช้ไปทุกเดือน เงินส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้อยู่ในธนาคาร และไม่สนใจว่าเรื่องการบริหารเงินให้งอกเงยเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อตนเอง มาถึงวันนี้ จึงควรมาคิดให้ดีว่าเมื่อเกษียณอายุจากการทำงานไปแล้ว หมายความว่า เราได้หยุดพักไม่ต้องทำงานหนักเหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่ไม่ควรลืมว่า เราหยุดทำงานแต่ยังต้องเลี้ยงชีพตัวเองอยู่ทุกวัน นั่นหมายถึงเราต้องใช้เงินทุกวัน จึงไม่ควรหยุดทำเงินให้งอกเงยให้ทันหรือเพียงพอกับค่าเงินเฟ้อซึ่งเป็นศัตรูของเงินออมที่สำคัญด้วย คำถามที่ได้รับมาจากการทำงานที่ต้องเดินทางไปทั่วประเทศและพบกับข้าราชการสมาชิก กบข. หลายคน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับคำถามว่า เงินออมที่ฝากในกองทุนที่จะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการแล้วจะพอใช้หรือ เพราะเมื่อถึงตอนนั้นราคาก๋วยเตี๋ยวอาจเปลี่ยนจากตอนนี้ 20 บาทเป็นชามละ 200 แล้วก็ได้ ? คำถามนี้น่าคิดว่า หลายคนก็รู้และทราบโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังกังวลว่าเงินออมของตนจะงอกเงยและมีค่าสู้กับเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้หรือไม่นั่นเอง ทั้งนี้ โปรดลืมว่ากองทุนประเภทต่างๆ ที่มีหน้าที่บริหารเงิน ในฐานะที่เป็นมืออาชีพและเป็นผู้เชี่ยวชาญในภาพรวมของเศรษฐกิจก็ย่อมจะมองเห็นปัญหานี้เช่นเดียวกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องกองทุนแต่ละแห่งก็มีเป้าหมายในการบริหารเงิน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสูงกว่า หรือชนะอัตราเงินเฟ้อนั่นเอง เพื่อให้เงินมีค่าพอที่จะอุปโภคบริโภคในอนาคตนั่นเอง ดังนั้น เมื่อท่านกำลังจะก้าวสู่หรือก้าวเข้าสู่ปัจฉิมวัยแล้ว อย่าลืมว่าท่านอย่าหยุดบริหารเงินให้ชนะเงินเฟ้อไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการนำเงินออมไปลงทุนต่อเนื่องในเครื่องมือการลงทุนประเภทใดๆ ตัวอย่างเช่น กองทุนรวมประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนปิด กองทุนเปิด หรือ การลงทุนในหุ้นอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม ต้องพิจารณาให้ดีๆ ถึงปัจจัยส่วนตัวของเรา ระยะเวลาที่เราจะใช้เงินออมนั้นว่าสั้นหรือยาว ความสามารถในการรับความเสี่ยง อัตราผลตอบแทน กิจวัตรในการใช้เงินว่าต้องการมีรายรับเงินรายเดือน รายปี หรือรายไตรมาส เป็นต้น โดยเฉพาะเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว ควรที่จะพิจารณานำเงินไปลงทุนเครื่องมือการลงทุนที่เงินต้นยังคงอยู่แม้จะได้รับผลตอบแทนที่ไม่สูงแบบโลดโผนนักก็ตาม ทั้งนี้ "ต้อง" ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ควรจะใช้ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่มีมาในช่วงวัยทำงานมาใส่ใจกับการบริหารเงินของตนเองให้สนุก ให้การบริหารเงินเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวันหลังเกษียณอายุนั่นเอง โปรดอย่าหยุดทำเงิน แม้จะหยุดทำงาน เพื่อก้าวสู่ผลสัมฤทธิ์ของชีวิตที่เหลืออยู่. หากท่านมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ :- ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิกโทร. 1179 กด 6 เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง หรือ email: [email protected] หรือฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์กบข. ตู้ปณ. 19 ปณฝ. กระทรวงการคลัง กรุงเทพฯ 10411--จบ-- -รก-