ความคืบหน้าดำเนินการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือคนเร่ร่อนของกทม. - newswit

กรุงเทพฯ--5 พ.ย.--กทม. จากสภาพปัญหาของสังคมและความยากจนของประชาชน ทำให้เกิดปัญหาคนเร่ร่อนและคนยากจน ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่ต้องการโอกาส การฟื้นฟู ปลดปล่อยความสามารถ และศักยภาพ โดยในพื้นที่กรุงเทพฯกรุงเทพมหานครได้ร่วมกับหลายหน่วยงานรับผิดชอบในการดูแลช่วยเหลือคนเร่ร่อน โดยการคัดกรองประเภทบุคคลเร่ร่อนและนำส่งไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยหลักเมตตาธรรม บนพื้นฐานความแข็งแกร่ง โดยผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ส่งเข้าค่ายสายใยพิทักษ์เด็ก ของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ อายุ 15 ปีขึ้นไป ที่ไม่มีการเจ็บป่วยเป็นโรคติดต่อ โรคจิต ส่งเข้าฝึกอบรม “โครงการชีวิตที่ดีกว่า” ของกองทัพบก เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ฝึกอาชีพ และจัดหางานให้ทำ โดยกระทรวงแรงงานและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมฝึกอาชีพและจัดหางานให้ สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ส่งบ้านพักคนชรา สถานแรกรับคนไร้ที่พึ่งของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หากมีการตรวจพบคนต่างด้าวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการส่งกลับประเทศ โดยมีตำรวจและเทศกิจในพื้นที่ของแต่ละเขตให้ความร่วมมือในการสำรวจและรวบรวมบุคคลเร่ร่อน ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2546 เป็นต้นมา โดยร่วมดำเนินการกับหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องในลักษณะบูรณาการ คือ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน ตำรวจนครบาล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองทัพบก ฯลฯ มีการลงปฏิบัติการรวม 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 7-8 ตุลาคม 2546 ครั้งที่ 2 วันที่ 14-15 ตุลาคม 2546 เวลา 22.00-03.45 น. สำรวจผู้เร่ร่อนจากพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต พบบุคคลเร่ร่อน 32 เขต ไม่พบ 18 เขต และ 5 เขตที่พบบุคคลเร่ร่อนสูงสุดได้แก่ พระนคร ปทุมวัน บางรัก ป้อมปราบฯ และราชเทวี ตามลำดับ พร้อมกันนี้กรุงเทพมหานครได้ให้การสนับสนุนเครื่องอุปโภค ประกอบด้วย เสื้อ กางเกง ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสีฟัน ของใช้ที่ จำเป็น และจัดรถยนต์นำไปส่งยังพล ร.11 จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อถึง พล ร.11 แล้วได้ทำการคัดกรองและตรวจสุขภาพโดยคณะแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลสำนักการแพทย์ กทม. โรงพยาบาลจังหวัดฉะเชิงเทรา โรงพยาบาลเปาโลฯ(ฉะเชิงเทรา) โรงพยาบาลค่ายทหาร จำนวนบุคคลเร่ร่อนทั้งสิ้น 556 คน เป็นชาย 472 คน หญิง 84 คน บุคคลเร่ร่อนที่มีสุขภาพแข็งแรงอายุระหว่าง 15-50 ปี ส่งเข้าโครงการ “ชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ฝึกอาชีพและจัดหาอาชีพให้ รวม 207 คน เป็นชาย 169 คน เข้าโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองฉะเชิงเทรา หญิง 38 คน เข้าโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองปราจีนบุรี ส่วนผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ที่มีสภาพร่างกายไม่อยู่ในสภาวะที่จะฝึกอาชีพได้ รวมถึงเด็ก จัดส่งต่อให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวม 206 คน เป็นชาย 179 คน หญิง 27 คน ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยทางกายและจิต จัดส่งเข้ารับการรักษาพยาบาล 50 คน เป็นชาย 32 คน หญิง 18 คน พบบุคคลต่างด้าว 2 คน ส่งตำรวจดำเนินการจัดส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อส่งกลับประเทศ และผู้มีอาชีพเร่ร่อนยามวิกาลและไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ จัดส่งกลับภูมิลำเนาเดิม 91 คน เป็นชายทั้งหมด สำหรับหลักสูตรในการฝึกอบรมตามโครงการ “ชีวิตที่ดีกว่า” ที่โรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองทั้ง 2 แห่ง มุ่งเน้นการพัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตใจ การฝึกอาชีพ ฯลฯ โดยเฉพาะการฝึกอาชีพนั้นจะพิจารณาอาชีพตามความต้องการของผู้เรียน โดยมีวิชาชีพ ดังนี้ กัดกระจก เพ้นท์แก้ว กรอบรูปวิทยาศาสตร์ ดอกไม้ประดิษฐ์ มัดย้อม เทียนหอม จักสานจากเศษวัสดุ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร นวดแผนไทย ช่างตัดผม ช่างปูน ช่างเฟอร์นิเจอร์ เสริมสวยหญิง ทำขนม ตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2546 นางณฐนนท ทวีสิน ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ไปตรวจเยี่ยมผู้เข้าร่วมโครงการ ณ โรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองทั้ง 2 แห่ง เพื่อเยี่ยมเยียนและศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นนำมาวิเคราะห์ ปรับแนวทางการดำเนินงานในช่วงต่อไป พบว่าผู้เข้ารับการอบรมมีสุขภาพกายและจิตที่ดีขึ้น ทุกคนเต็มใจในการเข้าอบรม นอกจากนี้ปลัดกรุงเทพมหานคร ยังได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับ ผู้จบการอบรมแล้วเข้าทำงาน พร้อมทั้งหาตลาดรองรับสินค้าที่ผลิตได้ด้วย เพื่อการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างยั่งยืน ไม่กลับมาเร่ร่อนอีก--จบ-- -นห-

ข่าว โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ล่าสุด