การวิจัยวัคซีนเอชไอวีของเมอร์คได้เริ่มขึ้นแล้วใน 18 เมืองทั่วโลก - newswit
กรุงเทพฯ--24 ต.ค.--BLH trading เมอร์คและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อศึกษาวัคซีนเอชไอวีได้ผนึกกำลังกันเพื่อต่อสู้ปัญหาเอชไอวีและเอดส์ของโลก เครือข่ายทดลองวัคซีนเอชไอวี(HVTN) และบริษัทเมอร์ค ชาร์พ แอนด์ โดห์ม แห่งสหรัฐอเมริก แถลงว่าการศึกษาทางการแพทย์เพื่อทดสอบวัคซีนเอชไอวีของเมอร์คได้เริ่มขึ้นแล้วใน 18 เมืองทั่วโลกซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีอาสาสมัครเข้าร่วมรับการทดสอบพร้อมๆกันทั่วโลกเช่นนี้ และเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างเมอร์ค และHVTNซึ่งเป็นเครือข่ายการศึกษาทางการแพทย์ของโลกที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันโรคติดเชื้อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติ หนึ่งในสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติ (NIH) สหรัฐอเมริกา น.พ.เจฟฟรีย์ โชดาเควิทซ์ รองประธานด้านการศึกษาทางการแพทย์ของเมอร์คกล่าวว่า "การศึกษาครั้งนี้มีความสำคัญทั้งในด้านที่มีการจัดขึ้นแบบครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกและในด้านที่มีการริเริ่มให้มีความ ร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อต่อสู้กับโรคเอดส์และเอชไอวี เราได้รวมศักยภาพทางการผลิตและการพัฒนาวัคซีนของเมอร์คกับเครือข่ายทดลองวัคซีนของ HTVN ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก" ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในแต่ละวันประมาณ 14,000 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 95 อาศัยเป็นผู้ป่วยในประเทศกำลังพัฒนา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทดสอบวัคซีนในทุกๆพื้นที่ที่มีการติดเชื้อและมีความแตกต่างกันของสายพันธุ์ไวรัส น.พ.ลอเรนซ์ คอรีย์ หัวหน้าทีมวิจัยจาก HVTN กล่าวถึงการร่วมงานกับเมอร์คครั้งนี้ว่าเป็นการทดสอบวัคซีนเอชไอวีในอาสาสมัครจากพื้นที่ในวงกว้างและมีความหลากหลายของประชากรจากประเทศในแถบอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แคริบเบียน อัฟริกาใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของโลกอย่างแท้จริง สาขาของเครือข่ายการทดลองทางการแพทย์ของHVTNจะประสานงานกับศูนย์วิจัยของเมอร์คที่มีสาขาอยู่ในประเทศนั้นๆในสหรัฐอเมริกา เปอร์โตริโก บราซิล ไฮติ มาลาวี เปรู อัฟริกาใต้และประเทศไทย ทั้งนี้ไม่มีการใช้เชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตมาผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์ที่อาจเกิดขึ้น การศึกษานี้จึงมีความสำคัญในการสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาวัคซีนที่ผู้รับจะทนได้ดีและมีประสิทธิผลดีสำหรับประชากรทั่วโลก อาสาสมัครกลุ่มนี้เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 435 คน โดยจะทดสอบว่าวัคซีนมี ความปลอดภัยดี อาสาสมัครจะทนต่อวัคซีนได้ดี สามารถได้รับวัคซีนในพื้นที่แตกต่างกันทั่วโลกและวัคซีนสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อเอชไอวีในมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิผลหรือไม่ ผลตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันจะนำมาใช้ตรวจสอบว่าความแตกต่างในเรื่องพื้นฐานพันธุกรรม สภาวะโภชนาการ และสายพันธุ์เชื้อเอชไอวีจะมีผลต่อประสิทธิผลและความปลอดภัยของวัคซีนเอชไอวีนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามมีนักวิทยาศาสตร์เตือนว่ากว่าที่วัคซีนเอชไอวีจะนำมาใช้อย่างแพร่หลายต้องใช้เวลาอีกหลายปีเนื่องจากต้องผ่านการทดสอบ คัดกรองและรับรองว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิผลดีก่อนนำมาใช้ ส่วนเมอร์คได้เริ่มทดสอบวัคซีนเอชไอวีที่ใช้กับมนุษย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายปี 1999 และขณะนี้กำลังทำการทดสอบวัคซีนในอาสาสมัครหลายๆโครงการพร้อมๆกันไป ความร่วมมือในการศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อทดสอบวัคซีนเอชไอวีของเมอร์คที่ชื่อว่า HIV-1 gag replication-defective adenovirus ซึ่งคิดค้นมาจากไวรัสหวัดทั่วไปและดัดแปลงจนไม่สามารถแพร่พันธุ์และไม่ทำให้เจ็บป่วย Adevovirus ที่นำมาใช้เปรียบเสมือนพาหนะที่ใช้ขนถ่ายยีนที่สังเคราะห์ขึ้นเองซึ่งเป็นเศษชิ้นเล็กๆของเชื้อ HIV-1 ที่เรียกว่า gag เข้าไปในเซลล์ ขบวนการนี้จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิตภูมิคุ้มกันที่ เข้มแข็งในระดับเซลล์โดยการผลิตกองทัพของเซลล์นักฆ่าที่เรียกว่า ที-เซลล์ (T-Cell) ซึ่งได้รับการป้อนคำสั่งให้สามารถตรวจจับและฆ่าเซลล์ที่ติดเชื้อ HIV-1ความร่วมมือทางภาคภาครัฐและเอกชน การศึกษานานาชาตินี้เป็นความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง HVTN ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2000โดย NIAID ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งใน NIH และเมอร์คซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ทำการวิจัยพัฒนาวัคซีนเอชไอวีและเอดส์ มากว่า 15 ปี คาดว่าความร่วมมือกันครั้งนี้อาจเพิ่มความหวังในการพัฒนาวัคซีนต่อต้านเชื้อเอชไอวีและเอดส์ ที่มีประสิทธิผลสูงและผู้รับจะทนต่อวัคซีนได้ดี ความพยายามครั้งนี้เป็นแบบอย่างความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนที่ผนึกกำลังกันเพื่อต่อสู้กับปัญหาสุขภาพที่รุนแรงปัญหาหนึ่งของโลกในขณะนี้เกี่ยวกับเมอร์ค เมอร์ค แอนด์ โค อิงค์ เป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์ที่มีการวิจัยทั่วโลก ซึ่งได้คิดค้น พัฒนา จำหน่ายและ ทำการตลาดสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเพื่อยกระดับสุขภาพมนุษย์และสัตว์ทั้งโดยตรงและผ่านผู้ร่วมค้า เมอร์คมี ประวัติศาสตร์อันยาวนานในการตอบสนองความต้องการหลักด้านสาธารณสุข ส่วนหนึ่งคือพัฒนาวัคซีน โรคหัด คางทูม ไวรัสตับเสบเอและบี โรคปอดบวม และโรคอีสุกอีใส นอกจากโครงการพัฒนาและวิจัยวัคซีน HIV ของเมอร์คที่กำลังดำเนินอยู่บริษัทยังดำเนินการวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนายาตัวใหม่ๆสำหรับการรักษา HIV/AID เกี่ยวกับศูนย์ทดลองวัคซีนเอชไอวี HVTN เป็นความร่วมมือระดับนานาชาติของนักวิทยาศาสตร์และสถาบันซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ เร่งรัดงานวิจัยวัคซีนเอชไอวี โดยการแลกเปลี่ยนผลการทดลองและอำนวยความสะดวกให้เกิดการทดสอบอื่นๆไปพร้อมๆกัน เป็นหน่วยงานซึ่งผสมผสานกันระหว่างความลึก/ความหลากหลายของหน่วยงานวิชาการ(ภาครัฐ)และความคล่องตัวของบริษัทยา(ภาคเอกชน) เพื่อเร่งรัดและประสานงานให้มีอาสาสมัครเข้ามาในขบวนการศึกษาวิจัย และเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้แก่การทดลองวัคซีนเอชไอวีต่างๆ HVTN ได้รับเงินทุนและสนับสนุนจาก NIAID ของ NIH ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของแผนกบริการมนุษย์และสาธารณสุข (DHHS) HVTN ประกอบด้วย 25 สถาบันวิจัยทั่วโลกประสานความร่วมมือสำนักงานใหญ่ของศูนย์วิจัยมะเร็งเฟรด ฮัชชิสัน ในกรุงซีเแอตเติ้ล สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถาม: นายกุลเสฏฐ์ หอวงศ์รัตนะ โทร 02-253-0178 ต่อ 353 E-mail:[email protected]จบ-- -รก-