กบข. ว่าจ้างผู้จัดการกองทุนรายใหม่เพื่อบริหารเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท - newswit

กรุงเทพฯ--27 ต.ค.--กบข. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ( กบข. ) ได้จัดพิธีลงนามในสัญญาว่าจ้างผู้จัดการกองทุน ภายนอก เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารเงินให้กับ กบข. โดยในปี 2546 นี้มีผู้จัดการกองทุนภายนอกที่ได้รับการคัดเลือกและร่วมในพิธีลงนามพร้อมกันถึง 6 แห่ง คิดเป็นวงเงินที่บริหารกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยพิธีลงนามในครั้งนี้ นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการ กบข. เปิดเผยถึงการการ คัดเลือกผู้จัดการกองทุนว่า ที่ผ่านมา กบข. ได้ทำสัญญาจ้างผู้จัดการกองทุนภายนอก 4 ราย และบริหารกองทุนแบบผสมที่มีทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน (Balanced Mandate) โดยผู้จัดการกองทุนจะเสนอแผนการลงทุนต่อ กบข. เป็นรายไตรมาส และหลังจากที่มีการประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการเงินของ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2546 ทำให้ กบข. สามารถว่าจ้างผู้จัดการกองทุนตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ (Specialized Mandate) กบข. จึงได้ดำเนินการเปลี่ยนวิธีการจ้างผู้จัดการกองทุนภายนอก โดยมอบหมายให้ผู้จัดการกองทุนภายนอกบริหารกองทุนตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นหลักการที่สากลประเทศใช้กันโดยทั่วไป สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญๆ ที่ใช้ในการพิจารณา ได้แก่ ความมั่นคงและประสบการณ์ ผลการดำเนินงานของบริษัท กระบวนการตัดสินใจลงทุน แนวทางและกลยุทธ์ การบริหารจัดการความเสี่ยง ตลอดจนจรรยาบรรณในการบริหารกองทุน และจากผลการคัดเลือกทำให้ กบข. จัดสรรเงินกองทุนเพื่อการลงทุนในตราสารทุนแบบเฉพาะเจาะจงขนาด 6,600 ล้านบาท และกองทุนเพื่อการลงทุนในตราสารหนี้แบบเฉพาะเจาะจงขนาด 48,000 ล้านบาท รวมเป็นขนาดกองทุนทั้งสิ้น 54,600 ล้านบาท แก่ผู้จัดการกองทุนตราสารทุน 3 รายและผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้ 4 ราย ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้จัดการกองทุนตราสารทุน ได้แก่ บลจ.กสิกรไทย บลจ.อยุธยาเจเอฟ และ บลจ.บีโอเอ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้จัดการกองทุนตราสารหนี้ ได้แก่ บลจ.กสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ( มหาชน ) บลจ.ทิสโก้ และ บลจ.วรรณ การบริหารกองทุนแบบเฉพาะเจาะจงจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ กบข. จะกำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้จัดการกองทุนภายนอกอย่างใกล้ชิด และประเมินผลการดำเนินงานของผู้จัดการกองทุนทุก 3 เดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการว่าจ้างผู้จัดการกองทุนจะเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงและเป็นประโยชน์กับสมาชิกอย่างแท้จริง เรื่องราวน่ารู้จาก กบข. กองทุนรวม คือ อะไร กองทุนรวม คือ เครื่องมือในการลงทุน สำหรับผู้ลงทุนรายย่อยที่ประสงค์จะนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน แต่ติดขัดด้วยอุปสรรคหลายประการ ที่ทำให้การลงทุนด้วยตนเองไม่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย เช่น มีทุนทรัพย์จำนวนจำกัด ขาดประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญในการลงทุน ไม่มีเวลาจะติดตามการลงทุน ดังนั้นจึงต้องทำการลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ(ก.ล.ต.) ไว้ ให้เป็นผู้นำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินต่าง ๆ แทนเราตามนโยบายการลงทุนที่ได้กำหนดไว้ เก็บมาฝากสมาชิก กบข. จะจัดการเงินอย่างไรอายุ 60 ปี ปีนี้ก็มีผู้อายุครบ 60 ปี และเกษียณอายุกันหลายๆ คน จะสนุกกับชีวิต เพราะในเวลาที่ผ่านมาในช่วงทำงานได้ทำงานเต็มที่ รวมไปถึงได้ออมและลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะตั้งเป้าหมายตั้งแต่ต้นไว้ว่า ต้องการเกษียณอย่างมีความสุข จึงอดทน อดออม และมีวินัยกับเรื่องการใช้เงินมาตลอดชีวิตการทำงาน มาถึงวันที่อายุ 60 ก็สบายทั้งกายและใจ แต่เมื่อเกษียณแล้วไม่ได้หมายความว่า จะต้องหยุดจัดการเงินตัวเอง เหมือนกับการหยุดทำงาน โดยควรจะวางแผนด้านการเงินให้ดีเพื่อที่จะได้ไม่เกิดความตึงเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทั้งนี้ก่อนวางแผนการเงินเราต้องตรวจสอบดูว่าสถานภาพทางการเงินในปัจจุบันของเราก่อนว่าเป็นเช่นไร เช่น ดูว่าตอนนี้มีรายได้ทั้งหมดเท่าไร และมาจากแหล่งใดบ้าง ทำบัญชีทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมด หลังจากนั้นก็พิจารณาว่ารายจ่ายประจำเท่าไร แล้วก็ต้องทำงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ที่สำคัญ "อย่าลืม" บวกค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงไว้ด้วย โดยตั้งเป็นวงเงินไว้ต่อปี เพื่อให้เห็นประมาณการรายได้ และ รายจ่าย การประมาณการไว้ล่วงหน้า จะทำให้เราพอจะทราบว่า หลังเกษียณแล้วจะสามารถมีเงินใช้อย่างพอเพียงหรือมากน้อยเพียงใด หลังจากนั้น ควรหาทางลดหรือควบคุมค่าใช้จ่ายให้ดี โดยทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างละเอียดทุกวัน เพื่อเป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายและทำให้สามารถรู้ได้ว่า ยังจะพอมีเงินเหลือที่จะลงทุนเท่าไร เวลาประมาณรายรับ - รายจ่ายนั้น จะต้องคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้ค่าของเงินที่มีอยู่ลดลงด้วย ทั้งหมดนี้ก็พอจะทำให้คาดการณ์ได้ว่าในแต่ละปี ค่าของเงินจะลดลงเท่าไร และจะมีค่าเหลือเท่าไร ซึ่งจะทำให้นำมาวางแผนเพื่อใช้ชีวิตประจำวันมีความสุขได้เป็นอย่างดี สำหรับเงินออมที่มีก็ต้องนำไปลงทุนต่อเนื่อง โดยการจัดสรรเงินเพื่อการลงทุนก็ต้องแบ่งเงินนำไปลงทุนในเครื่องมือการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้นได้ไม่เกิน 10% ของเงินทั้งหมด และที่เหลือก็ฝากธนาคารหรือลงทุนในกองทุนรวมโดยเลือกนโยบายการลงทุนที่มั่นคงสูง หรือ จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่แน่นอนถึงแม้ว่าผลตอบแทนจะไม่สูงเช่นที่เราเคยได้มาในช่วงอายุยังน้อยก็ตาม นั่นเป็นเพราะคนวัย 60 จะรับความเสี่ยงได้น้อยมาก หรือแทบจะไม่ได้เลย โปรดอย่าลืมว่า ในวัย 60 ปี หรือหลังจากเกษียณอายุไปแล้ว ก็ยังต้องวางแผนการเงินให้รัดกุมอยู่ พร้อมๆ กันนั้นก็ต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพราะถ้าสุขภาพแข็งแรง ก็จะทำอะไรๆ ที่ปรารถนาได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงเรื่องการวางแผนเรื่องการเงินก็จะทำได้ดีด้วย แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าสุขภาพไม่ดีก็ต้องนำเงินที่มีมาใช้เพื่อรักษาสุขภาพ ซึ่งจะกลายเป็นรายจ่ายจำนวนมาก และทำให้ชีวิตหลังเกษียณไม่มีความสุข ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐที่สุดแล้วนั่นเอง ท่านเห็นด้วยหรือไม่... ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2546 คอลัมน์ Financial Planing โดยคุณอมฤดา สุวรรณจินดา. หากท่านมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ :- ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิกโทร. 1179 กด 6 เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง หรือ email: [email protected] หรือฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์กบข. ตู้ปณ. 19 ปณฝ. กระทรวงการคลัง กรุงเทพฯ 10411--จบ-- -รก-

ข่าว อมฤดา สุวรรณจินดา ล่าสุด