ข้อมูลเบื้องต้น โครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชน - newswit

กรุงเทพฯ--29 ต.ค.--อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลาในประเทศไทยมีนโยบายในการเป็นพลเมืองดีและสร้างประโยชน์ในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนทุกแห่งที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลาในประเทศไทย ได้สนับสนุนการพัฒนาเยาวชนและการศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการออกกำลังเพื่อสร้างสุขภาพแข็งแรงมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมสำคัญต่างๆ อาทิ โค้กคัพ แฟนต้ายุวทูต เป็นต้น โครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชน จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยถือเป็นมิติใหม่ของการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในฐานะที่เป็นพลเมืองดีของสังคม ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สานต่อพันธกิจในการตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของชุมชน และสอดรับกับนโยบายสำคัญของประเทศในแนวทางที่สร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน โครงการนี้ เราผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐที่ต้องการให้ภาครัฐและเอกชน ร่วมมือกันสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาไทย ดร. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า "การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและทักษะของครูผู้สอน รวมทั้งการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ คือ กิจกรรมหลัก 3 ประการของศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชน ทั้งยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้นโครงการนี้จึงตอบสนองนโยบายรัฐที่ต้องการสร้างสรรค์ให้ประเทศไทยเป็นสังคมแห่งองค์ความรู้" สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว จะเริ่มด้วยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวม 6 แห่งทั่วประเทศ โดยจัดตั้งศูนย์แรกในเขตปริมณฑล และจะขยายสู่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก-เฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จัดตั้งขึ้นในโรงเรียนขยายโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการว่ามีศักยภาพและความพร้อมสูง โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทำหน้าที่เป็นโรงเรียนแกนนำ ที่พร้อมเปิดให้โรงเรียนอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงและชุมชน มีโอกาสเข้ารับการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีสารสนเทศภายหลังเวลาเรียนหรือในช่วงวันหยุดตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการนี้ ภายในศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบอินเตอร์เน็ต ซอฟท์แวร์ และตำราสอนภาษาอังกฤษ โดยมีการจัดฝึกอบรมเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ครูผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เยาวชนและคนในชุมชน ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของกระทรวงศึกษาธิการและสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนแห่งแรก จัดตั้งขึ้นที่จังหวัดปทุมธานี และมีแผนจะเปิดศูนย์ฯ อีกจำนวน 5 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2547 เกณฑ์การคัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะพิจารณาจากศักยภาพและความพร้อมของโรงเรียน ผนวกกับการสนับสนุนจากชุมชนที่โรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่ รองศาสตราจารย์ นรีวรรณ จินตกานนท์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงโครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนว่า "เป็นโครงการที่มุ่งสร้างชุมชน ครู และนักเรียนให้แข็งแกร่งและมีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยจะช่วยให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ พร้อมทั้งส่งเสริมให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมดำเนินการบริหารและเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของศูนย์ฯ มากขึ้น" โครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้ครู โรงเรียน และชุมชนมีความรู้เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาตนเอง รวมทั้งนำมาใช้พัฒนาและบริหารโครงการต่อไปได้เอง โดยจะส่งมอบศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนให้กับชุมชนนั้นๆ เป็นเจ้าของและมีอำนาจในการบริหารศูนย์ฯ อย่างแท้จริง หลังจากที่ได้เปิดดำเนินการ 18 เดือน "การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต โครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของภาคเอกชนในการสนับสนุนการศึกษา เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่นักเรียน ครูและชุมชน" ดร. คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา กล่าวเสริม โครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม-ราชกุมารี ที่ได้ทรงทุ่มเทพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยและประชาชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด "เราหวังว่า โครงการนี้ จะสามารถพัฒนาระบบการศึกษาไทย พร้อมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียน ครู และชุมชนให้บรรลุผลสำเร็จตรงตามพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน" นายพงส์ สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด กล่าวในท้ายที่สุด--จบ-- -รก-

ข่าว เพื่อชุมชน ล่าสุด