ตลท. รับบจ.สัปดาห์เดียวสองบริษัท สามารถ ไอ-โมบายพร้อมเทรด 9 ธ.ค. ต่อด้วยไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ปในวันที่ 11 ธ.ค. - newswit

กรุงเทพฯ--8 ธ.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รับบริษัทเข้าจดทะเบียนในสัปดาห์ที่สองของเดือนธ.ค. 46 สองบริษัทติดๆ กัน โดยบมจ.สามารถ ไอ-โมบาย (SIM) จะเริ่มซื้อขายในหมวดสื่อสาร วันที่ 9 ธ.ค. 46 ต่อด้วยบมจ.ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) (TYCN) ซึ่งจะเข้าซื้อขายวันที่ 11 ธ.ค. ในหมวดวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย ประธานกรรมการบริหารศูนย์ระดมทุนและตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เปิดเผยถึงการรับบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ในช่วงเดือนสุดท้ายของปีว่า ในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนธันวาคมนี้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้อนุมัติรับหลักทรัพย์จดทะเบียนใหม่ถึงสองบริษัทด้วยกัน คือ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะจดทะเบียนในหมวดสื่อสาร กลุ่มเทคโนโลยี ใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "SIM" และบริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะจดทะเบียนในหมวดวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ใช้ชื่อย่อว่า "TYCN" "บมจ. สามารถ ไอ-โมบาย และบมจ. ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ถือเป็นกิจการที่มีศักยภาพ สามารถ ไอ-โมบายฯ ดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจบริการข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตดี ด้านไทยคูนฯ นั้น มีจุดแข็งที่เทคโนโลยีการผลิตเหล็กลวด เหล็กลวดอบอ่อน และสกรูอย่างครบวงจร ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้อยรายเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ทำได้ ดังนั้น ศักยภาพของสองกิจการนี้ จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากต่างมีจุดแข็งของตนเองที่เด่นชัด" นางสาวโสภาวดีกล่าว บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) จะนำหุ้นสามัญจำนวน 430 ล้านหุ้น ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 320 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเพิ่มทุน 110 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 430 ล้านบาท เข้าจดทะเบียนในตลท. ในวันอังคารที่ 9 ธันวาคมนี้ หลังจากที่บริษัทฯ ได้ขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชน ทั่วไปเป็นครั้งแรก (IP0) จำนวน 110 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 11 บาท ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. - 2 ธ.ค. 46 โดยเงินทุนที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 1,210 ล้านบาทนั้น บริษัทฯ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ชำระคืนเงินกู้ และลงทุนในธุรกิจต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ บมจ.สามารถ ไอ-โมบายประกอบธุรกิจใน 2 สายธุรกิจหลักคือ 1) สายธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Business) และ 2) สายธุรกิจบริการข้อมูล ข่าวสาร และสาระความบันเทิงผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงธุรกิจสื่อ (Infotainment & Multimedia Business) โดยมีรายได้หลักมาจากการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ คิดเป็นร้อยละ 85 ของรายได้รวม (จากงบการเงินเสมือนปรับโครงสร้างงวด 9 เดือนสิ้นสุด 30 ก.ย. 46) รองลงมาเป็นรายได้จากธุรกิจบริการเพื่อกิจการร่วมค้ากับไทยโมบาย และจากธุรกิจบริการข้อมูลในอัตราร้อยละ 6.24 และ 5.99 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี แม้บริษัทฯ จะมีรายได้ในสัดส่วนที่น้อยจากธุรกิจบริการข้อมูล แต่ในงวด 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำกำไรได้ 53.7 ล้านบาท จากผลกำไรรวม 204.1 ล้านบาท บริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้ว 6,285 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 502.8 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 125.7 ล้านหุ้นรวม 628.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท บริษัทฯ ได้ระดมทุนโดยเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IP0) จำนวน 157.125 ล้านหุ้นในระหว่างวันที่ 26-28 พ.ย. 46 ในราคาหุ้นละ 15.50 บาท โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 1,948 ล้านบาทนั้น บริษัทฯ จะนำไปใช้คืนเงินกู้ยืม 1,358 ล้านบาท ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน บมจ.ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กลวด เหล็กลวดอบอ่อน และสกรู ซึ่งบริษัทฯ นับว่าเป็นผู้ผลิตแห่งเดียวในไทยและน้อยรายในโลก ที่มีขบวนการผลิตครบวงจรต่อเนื่องตั้งแต่เหล็กลวดจนถึงสกรู นอกจากนี้ ยังมีสายการผลิตสกรูที่ใหญ่ติดอันดับโลกอีกด้วย ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังการผลิตเหล็กลวด 360,000 ตันต่อปี เหล็กลวดอบอ่อน 72,000 ตันต่อปี และสกรู 36,000 ตันต่อปี บริษัทฯ ขายเหล็กลวดในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ขณะที่สกรูเน้นจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดสหรัฐอเมริกา ไทยคูนฯ มีรายได้จากการขายในงวด 9 เดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 (เพิ่มจาก 3,051.74 ล้านบาทในปี 2545 เป็น 3,986.88 ล้านบาทในปี 2546) และ บริษัทมีกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 83 (เพิ่มจาก 285.39 ล้านบาทในปี 2545 เป็น 524.19 ล้านบาทในของปี 2546) โดยผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคการผลิตและภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้านการขนส่งและต้นทุนการผลิตแล้ว ไทยคูนฯ ยังได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ โดยได้รับสิทธิประโยชน์สำคัญคือ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (สิ้นสุดปี 2549) และได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 50 ต่ออีก 5 ปี (สิ้นสุดปี 2554) ผู้สนใจข้อมูลของบมจ.สามารถ ไอ-โมบาย และบมจ.ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ ฯ ที่ www.set.or.th และเว็บไซต์บริษัทเซ็ทเทรด ดอท คอม ที่ www.settrade.com ติดต่อส่วนสื่อมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร. 0-2229 - 2036 / รุ่งรัชนี อริยภิญโญ โทร.0-2229-2659 กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร. 0-2229 - 2037 / ณัฐพร บุญประภา โทร. 0-2229 - 2049--จบ-- -รก-

ข่าว สามารถ ไอ-โมบาย ล่าสุด