"พินิจ" - "วราเทพ" รับแก้ไขปัญหาราคาอ้อยขั้นต้น 2546/2547 ที่ตกต่ำ

กรุงเทพฯ--11 ธ.ค.--กระทรวงอุตสาหกรรม “พินิจ” - “วราเทพ”รับแก้ไขปัญหาราคาอ้อยขั้นต้น 2546/2547 ที่ตกต่ำ เตรียมให้ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้เงินสดหมุนเวียนค่าอ้อยให้โรงงานน้ำตาล 3,800 ล้านบาท หลังชาวไร่ร้องเงินสำรองค่าอ้อย 425 บาทไม่พอจ่ายขอเพิ่มเป็น 490 บาทต่อตัน แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าวันที่ 9 ธ.ค. 2546 นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้หารือร่วมกับนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และชาวไร่อ้อยเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาอ้อยขั้นต้นปี 2546/2547 โดยทางกระทรวงการคลังรับที่จะไปหาแหล่งเงินกู้เพื่อนำมาสนับสนุนโรงงานน้ำตาลสำหรับสำรองจ่ายค่าอ้อยขณะที่ตัดอ้อยเข้าหีบ จำนวน 3,800 ล้านบาท เพื่อเพิ่มราคาอ้อยจากเดิมที่กำหนดไว้ 425 บาทต่อตันอ้อยเป็น 490 บาทต่อตันอ้อยซึ่งจะสรุปผลได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายได้มีมติให้โรงงานสำรองจ่ายเงินอ้อยเบื้องต้นในฤดูการผลิต 2546/2547 ให้ชาวไร่ 425 บาทต่อตัน แต่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของชาวไร่อ้อย ดังนั้นทางกลุ่มตัวแทนชาวไร่อ้อยจึงได้ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสหากรรมหาแนวทางการช่วยเหลือ โดยในเบื้องต้นทางนายวราเทพ จะหารือร่วมกับทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อพิจารณาการปล่อยกู้ให้กับโรงงานน้ำตาล “รัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงการคลังรับปากที่จะหาเงินหมุนเวียนเพื่อให้จ่ายค่าอ้อยขั้นต้นเพิ่มเติมจาก 425 บาทต่อตันเป็น 490บาทต่อตัน โดยทางธ.ก.ส.พร้อมที่จะปล่อยกู้ให้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่ารัฐบาลต้องค้ำประกันเงินกู้ให้” นายพิชิต แท้ประสาทสิทธิ์ เลขาธิการชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า ทางชาวไร่อ้อยยอมรับกับแนวทางการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมอ้อยตามที่ราชการ ได้เสนอมา แต่ขณะนี้สิ่งที่ต้องการคือให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสหากรรมเข้ามาช่วยเหลือในด้านราคาอ้อยขั้นต้นปี 2546/2547 ที่ตกต่ำขณะนี้ ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสหากรรมก็ได้ยืนยันว่าในปี 2546/2547ชาวไร่อ้อยจะได้รับราคาอ้อยที่คุ้มทุนคือ 580 บาทต่อตัน และในปี 2547/2548 จะอยู่ที่ระดับ 600-625 บาทต่อตันอ้อย สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาประกอบด้วย กำหนดปริมาณอ้อยอยู่ที่ 65 ล้านตันและกำหนดพื้นที่ปลูกอ้อยต้องไม่เป็น 100 กิโลเมตร โรงงานน้ำตาลเป็นผู้แจ้งขึ้นทะเบียนชาวไร่อ้อยที่แท้จริง จัดตั้งกองทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยให้มีคุณภาพสามารถผลิตน้ำตาล 98 กก.กรัมต่อ 1 ตันอ้อยเป็น 105 กก.ต่อ 1 ตันอ้อย และกำหนดสิ่งเจือปนต้องไม่เกิน 2% จากปัจจุบันกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 5% นอกจากนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการปรับปรุงพ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เพื่อให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยโดยมีนายมนู เลี่ยวไพโรจน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน นายพิชิต กล่าวว่า ชาวไร่อ้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เสนอความเห็นต่อนายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง.เกษตรฯ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผลักดันการจัดตั้งสถาบันวิจัยอ้อยและน้ำตาลทรายให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อทำหน้าที่ศึกษาและวิจัยพัฒนาพันธุ์อ้อยที่ให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงการปลูกอ้อยให้มีประสิทธิภาพ แข่งขันได้กับคู่แข่ง--จบ-- -รก-

ข่าว กระทรวงอุตสหากรรม ล่าสุด