ภาพข่าว: เอไอเอสจัดสัมมนา "อนาคตลูก...อยู่ที่รักและเข้าใจจากพ่อ" เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ
กรุงเทพฯ--2 ธ.ค.--แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ บทบาทของคุณพ่อต้องเข้มแข็ง มีกฎกติกาในการเลี้ยงดูลูก เพื่ออนาคตลูก ม.ล.บวรนวเทพ เทวกุล ผู้จัดการแผนกกิจกรรมพิเศษ โครงการสานรัก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส จัดสัมมนา ในหัวข้อ "อนาคตลูก…อยู่ที่รักและเข้าใจจากพ่อ" ในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ โดยมี นายแพทย์วิโรจน์ เยาวพลกุล (คุณพ่อนาวินต้าร์) และ แพทย์หญิงวินัดดา ปิยะศิลป์ จิตแพทย์และกุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เป็นวิทยากร ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต ภายในงานสัมมนาได้จัด Kids Zone เป็นมุมสำหรับเด็กทำกิจกรรมและเล่นเกมส์ต่างๆ อาทิ กิจกรรมค้นหาแวววัยเยาว์ กิจกรรมประดิษฐ์กลองป๋องแป๋ง และมุมของเล่นของแปลนทอยส์ ม.ล.บวรนวเทพ เทวกุล ผู้รับผิดชอบโครงการสานรัก กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนา "อนาคตลูก..อยู่ที่รักและเข้าใจจากพ่อ" เพื่อให้ทุกครอบครัวตระหนักถึงความสำคัญของบทบาท "พ่อ" ในยุคปัจจุบันที่มีต่อการสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง ในฐานะผู้นำคนสำคัญของครอบครัว รวมถึงบทบาทของพ่อแม่ในการเลี้ยงลูกให้เติบใหญ่อย่างมีคุณภาพ ไชยวัฒน์ อนุตระกูลชัย พิธีกรผู้นำการเสวนา เริ่มคำถามแรกด้วยเรื่องบุตรคนกลางของครอบครัว ซึ่งมักจะพบว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาภายในครอบครัว ทั้งนี้ภายในครอบครัวของนาวินตาร์ก็นับว่าเป็นบุตรที่ 2 ในจำนวนพี่น้องสี่คน และเป็นบุตรคนเดียวในครอบครัวที่ประสบปัญหาในระหว่างการเรียน แพทย์หญิงวินัดดา ปิยะศิลป์ กล่าว "ตามทฤษฎีแล้วไม่มีเรื่อง middle child หรือปัญหาสำหรับเด็กคนกลางในพี่น้อง แต่ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่ เด็กทุกคนต่างมีพัฒนาการแตกต่าง ขึ้นอยู่กับพ่อแม่จะต้องทุ่มเทเวลาศึกษาว่าเด็กต้องการอะไรบ้าง เท่านั้นเอง" นายแพทย์วิโรจน์ กล่าวเสริมถึงบทบาทและหน้าที่ของพ่อในการเลี้ยงดูลูกนั้น หากพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว แสดงบทบาทของเพศชายในเรื่องของความเป็นผู้นำให้ลูกได้เห็นชัดเจน ปัญหาเรื่องความเบี่ยงเบนทางเพศของบุตรก็อาจจะลดน้อยลง พ่อแม่ผู้เป็นต้นแบบของลูกนั้นจะต้องแสดงบทบาทของตนให้ชัดเจน โดยส่วนมากแม่จะมีจุดอ่อนในการเลี้ยงดูลูก คือมีความรักที่จะให้กับลูกมาก จนลดหย่อนในเรื่องกฎเกณฑ์และกติกาลงไป สังเกตเห็นได้จากแม่มักจะช่วยทำกิจกรรมต่างๆ ให้ลูก อาทิ ทำการบ้านให้ ดังนั้นภายในครอบครัวผู้เป็นพ่อจึงควรที่จะเป็นผู้ที่มั่นคงในเรื่องกฎกติกา เพื่อสอนให้ลูกรู้จักระเบียบวินัย การปล่อยให้ลูกได้เรียนศึกษาด้วยตนเอง จะทำให้เด็กมีพัฒนาการเพิ่มขึ้น แพทย์หญิงวินัดดา กล่าวเสริมว่า "การสอนเด็กนั้นพ่อแม่จะต้องใช้ หลักการและกติกา เป็นเกณฑ์ในการอบรม ไม่ควรใช้จิตใจเป็นเครื่องวัด ส่วนเคล็ดลับที่พ่อแม่ควรจะนำไปใช้ก็คือการปฎิบัติตนแบบตำรวจจราจร ใช้ความสุภาพ นุ่มนวล เข้าใจ และการลงโทษ คือเข้าใจการกระทำที่ผิดพลาดของลูก ฟังด้วยเหตุผล แต่ยังคงไว้ในเรื่องของการลงโทษเมื่อกระทำผิด เช่นเดียวกับตำรวจจราจรที่มักจะเข้ามาปรับและลงโทษด้วยความนุ่มนวลพ่อแม่ในปัจจุบันจะพูดมาก สอนมากด้วยวาจา แต่ขาดการกระทำ ฉะนั้นพ่อแม่ควรจะกระทำและมีเทคนิคในการเป็นผู้นำเด็กเพิ่มมากขึ้นในเด็กแต่ละวัย เพื่อให้ลูกเกิดความศรัทธาเชื่อมั่นในต้นแบบ และให้เด็กเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง โดยพ่อแม่เป็นผู้คอยแนะนำอยู่เบื้องหลัง ส่วนปัญหาวัยรุ่น อาทิ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาอันควร ปัญหายาเสพติดนั้นอาจจะหมดไปได้ หากสอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องโลกของความเป็นจริง รู้คุณค่าของตัวเอง ไม่เพ้อฝัน และมีวินัยและกติกาในตนเอง การที่เด็กตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง และมีวินัยในตนเองก็จะทำให้ไม่เกิดการแก้ไขปัญหาโดยใช้อารมณ์" แพทย์หญิงวินัดดา กล่าวสรุปว่า "การสร้างจอมยุทธ์นั้น จำเป็นต้องศึกษาว่ากลยุทธ์ใดจะเหมาะสม และพ่อซึ่งเป็นผู้นำครอบครัวจะต้องคงไว้ซึ่งกฏเกณฑ์กติกาในการเลี้ยงดู" ช่วงเสวนาในเวลา 90 นาทีนั้นแลดูจะน้อยนิด ทั้งนี้เพราะบรรดาพ่อแม่ที่ร่วมเสวนากว่า 600 คน ยังคงมีคำถามอีกมากมาย เสวนาทั้งวันก็ยังไม่หมดข้อข้องใจนั่นเอง! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ โทร 0-2434-8300 สุจินดา, แสงนภา, ปนัดดา--จบ-- -รก-