'ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่' ยอดขายพุ่ง - newswit
กรุงเทพฯ--25 พ.ย.--บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ 'ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่' ยอดขายพุ่ง - โต 10% ด้วยยอดขาย 6,600 ล้านบาท - เบียร์ไฮเนเก้น เป็นเบียร์พรีเมี่ยมหนึ่งเดียวที่ยอดขายเติบโตในปี 2545-2546 - คาดยอดขายจะโตขึ้น 10% ในปี 2547 - วางแผนลงทุน 650 ล้านบาท ด้านการตลาดและส่งเสริมการขาย วันนี้ บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย 'ไฮเนเก้น' เบียร์พรีเมี่ยมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและตลาดทั่วโลก แถลงผลประกอบการในประเทศประจำปีบัญชีซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมานี้ ว่ามียอดขาย 6,600 ล้านบาท โดยเติบโตขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมาซึ่งมียอดขายที่ 6,000 ล้านบาท นายปัญญา ผ่องธัญญา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ยอดขายสามารถเติบโตขึ้นได้ในช่วงเวลาที่สภาวะแวดล้อมทางการตลาดไม่ค่อยสดใสนัก เนื่องจากการระบาดของโรคซาร์สและสงครามอิรักในช่วงปีแรก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิง" ไฮเนเก้น เป็นเบียร์พรีเมี่ยมยี่ห้อเดียวในประเทศไทยที่มียอดขายโตขึ้น โดยส่งผลให้ตลาดเบียร์พรีเมี่ยมโตขึ้น 6% นายปัญญาคาดว่ายอดขายของบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จะเติบโตขึ้น 10% ในปี 2547 อันเป็นผลจากความสำเร็จของเบียร์ไฮเนเก้นในการเป็นผู้นำในตลาดเบียร์พรีเมี่ยม ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดถึง 80% ขณะที่เบียร์คาร์ลสเบอร์กซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ใหญ่ในตลาดเบียร์พรีเมี่ยม ปัจจุบันครองส่วนแบ่งในเซ็กเม้นท์ดังกล่าวประมาณ 16% นายปัญญาคาดว่าตลาดเบียร์พรีเมี่ยมในเมืองไทยจะเติบโตขึ้น 7% ในปี 2547 และตลาดเบียร์โดยรวมจะเติบโตขึ้น 10% เป็นประมาณ 1,595 ล้านลิตร และมีมูลค่าตลาดประมาณ 80,500 ล้านบาท เขายังเสริมอีกว่า 'ตลาดเบียร์อีโคโนมี่' ซึ่งมีเบียร์ช้างและเบียร์ลีโอเป็นผู้นำตลาด มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น 25% เนื่องจากมีราคาจำหน่ายที่ถูกกว่า และจากการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของ 'ผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับล่าง' ซึ่งหันมานิยมดื่มเบียร์แทนการดื่มเหล้าขาว มร. เจฟฟรี่ย์ คิมเบิล ผู้อำนวยการฝ่ายการค้า บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัดกล่าวว่า "เมืองไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียสำหรับเบียร์ไฮเนเก้น ดังนั้นบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด จึงมีแผนที่จะลงทุน 650 ล้านบาท ด้านการตลาดและส่งเสริมการขายในปี 2547 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ไฮเนเก้น "ปีหน้าจะเป็นปีที่หนัก เนื่องจากรัฐบาลได้ออกข้อบังคับใหม่เกี่ยวกับช่วงเวลาในการออกอากาศโฆษณาทางโทรทัศน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อความสามารถในการทำตลาดของเบียร์ระดับพรีเมี่ยมเช่น เบียร์ไฮเนเก้น เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถจะเติบโตได้ก็ด้วยคุณภาพที่สูงและด้วยการสนับสนุนด้านการตลาดที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แตกต่างจากเบียร์ระดับอีโคโนมี่ซึ่งสามารถเติบโตได้ด้วยการใช้กลยุทธ์ด้านราคา "ในสถานการณ์เช่นนี้ กลยุทธ์ของเราคือเน้นการแนะนำเบียร์พรีเมี่ยมคุณภาพสูงสู่ร้านค้ารายย่อยที่อาจมียอดจำหน่ายไม่สูงนัก โดยเป็นร้านที่ลูกค้าระดับบนส่วนใหญ่จะนิยมมาบ่อย แต่ปัจจุบันไม่สามารถจะสต็อกเบียร์สดไฮเนเก้นไว้จำหน่ายได้ เนื่องจากมียอดการดื่มไม่สูงพอที่จะรองรับระบบจ่ายเบียร์สดระดับ พรีเมี่ยมซึ่งมักบรรจุในถัง (keg) ขนาดปริมาตร 30 ลิตร และไม่สามารถขายหมดได้ภายใน 3 วันหลังจากที่มีการเปิดถังเบียร์สดดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เบียร์สดจะมีคุณภาพและรสชาติดีที่สุด" มร. คิมเบิล กล่าว และเสริมว่า บริษัทฯ จะมีการแนะนำระบบเปิดจ่ายเบียร์สดแบบใหม่ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของไฮเนเก้น มีชื่อว่า "อีซี่ ดราฟท์" (Easy-Draught) ซึ่งจะทำให้ร้านค้ารายย่อยสามารถสต็อกเบียร์สดคุณภาพเยี่ยมไว้จำหน่ายได้ โดยไฮเนเก้นได้ลงทุนประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 800 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาระบบดังกล่าวขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์ และมีแผนที่จะลงทุนประมาณ 40 ล้านบาทเพื่อแนะนำระบบใหม่นี้สู่ประเทศไทย เขายังกล่าวเสริมว่า ไฮเนเก้นจะยังคงเน้นกลยุทธ์ด้านการตลาดเฉกเช่นที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้แก่ การสนับสนุนกิจกรรมทางกีฬา ภาพยนตร์ และดนตรีต่างๆ อาทิ "ไฮเนเก้น แจ๊ส เฟสติวัล หัวหิน" เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้ถึง 30,000 คน และระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคม 2546 ไฮเนเก้นจะสนับสนุนการจัดงาน "ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นนัล แจ๊ส เฟสติวัล ครั้งที่ 2" ณ สนามเสือป่า ซึ่งสร้างสรรค์และจัดทำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยจะมีศิลปินแจ๊สระดับโลกและชั้นนำของไทยมาร่วมแสดงกว่า 20 วง/ศิลปิน บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อปี 2536 และในปี 2538 ได้เริ่มผลิตและทำการตลาดเบียร์ไฮเนเก้นในไทย โดยไฮเนเก้นเป็นเบียร์พรีเมี่ยมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศไทยและทั่วโลก ปัจจุบันมีพนักงานราว 290 คน ประจำที่สำนักงานที่กรุงเทพฯ และโรงเบียร์ที่จังหวัดนนทบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: บริษัท บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ จำกัด ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ (ต่อ 111) หรือ ปานตา พูนทรัพย์มณี (ต่อ 116) โทรศัพท์ (02) 664-9500 โทรสาร (02) 664-9515--จบ-- -รก-