กลุ่มบริษัทตะวันออกโปลีเมอร์ทุ่ม 1,700 ล้าน ขยายการลงทุนเพิ่ม พร้อมฉลองความสำเร็จครบรอบ 25 ปี

กรุงเทพฯ--18 พ.ย.--แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ กลุ่มบริษัท ตะวันออกโปลีเมอร์ทุ่ม 1,700 ล้าน ขยายการลงทุนและกำลังการผลิตเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ ทำให้มีกำลังการผลิตฉนวนยาง Aeroflex สูงเป็นอันดับสามของโลก ชี้ธุรกิจผลิตอุปกรณ์ก่อสร้าง ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคต อีกทั้งยังให้ความสนใจที่จะขยายการลงทุนเข้าไปที่ประเทศอินเดีย พร้อมร่วมฉลองความสำเร็จครบรอบ 25 ปี ของการก่อตั้ง ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ตะวันออกโปลีเมอร์ อุตสาหกรรม จำกัด เปิดเผย ว่า ทางบริษัทวางแผนที่จะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาททั้งในและต่างประเทศตั้งแต่ปี 2546 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2548 รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการเติบโตของอุตสาหกรรมต่างๆ โดยจะเน้นการลงทุนเพิ่มในส่วนของกลุ่มธุรกิจต่างๆดังนี้ กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกขึ้นรูปภายใต้บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด (EPP) จำนวนกว่า 700 ล้านบาท เนื่องจากมีการขยายตัวของเศรษฐกิจดีขึ้นทำให้เกิดความต้องการ Packaging ต่าง ๆ สูงขึ้น การลงทุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของ บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อีกประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ คาดว่าจะถึง 1 ล้านคันในปี 2549 และอาจถึง 1.5 ล้านคันในปี 2553 และลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ของบริษัท ตะวันออกโปลีเมอร์อุตสาหกรรม จำกัด พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยได้นำเข้าเครื่องจักรมาจากประเทศเยอรมนี โดยใช้พื้นที่ก่อสร้างมากถึง 20,000 ตารางเมตร ในประเทศไทยโดยใช้เงินลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อผลิตฉนวนยางแอร์โรเฟลกซ์สำเร็จรูป และ ยางผสมสำเร็จ (Compound) ส่งออกให้บริษัทในกลุ่มที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในอนาคตวางแผนที่จะขยายการส่งออกเข้าไปที่กลุ่มประเทศยุโรปด้วย ซึ่งปัจจุบันส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกมากกว่า 100 ประเทศ นอกจากนี้ยังได้ลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตฉนวนยางที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศสหรัฐอเมริกาอีกประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ฉนวน Aeroflex ของบริษัทมีกำลังการผลิตสูงเป็นอันดับสามของโลก นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเข้าร่วมทุนกับนักลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ในธุรกิจที่บริษัทฯมีความชำนาญ และต้องพิจารณาถึงโครงการที่ดีก่อน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันบริษัทได้มีการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต สำหรับปัญหาและอุปสรรคต่อการส่งออกในปัจจุบันนั้น ค่าเงินบาทค่อนข้างแข็งขึ้น ถ้าหากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นไป 37-38 บาทต่อดอลล่าร์ อาจทำให้ธุรกิจส่งออกได้รับผลกระทบ ส่วนของบริษัทนั้นยังสามารถรองรับสถานการณ์ได้ดีระดับหนึ่ง เพราะค่าเงินบาททำให้ต้นทุนในการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตลดลง โดยบริษัทมีสัดส่วนในการส่งออกและขายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 30 ต่อ 70% ตามลำดับ ทั้งนี้ปัญหาค่าขนส่งทางเรือที่เพิ่มสูงขึ้น และการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่อัตราภาษีศุลกากรก็เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการส่งออกด้วย ซึ่งเบื้องต้นทางบริษัทสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากทางบริษัทมีนโยบายในการขยายฐานการผลิตออกไปตามภูมิภาคที่สำคัญของโลก เช่น การสร้างโรงงานที่ประเทศจีน และที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงใช้วัตถุดิบและเทคโนโลยีจากประเทศไทย นอกจากนี้ยังให้ความสนใจที่จะขยายการลงทุนเข้าไปในกลุ่มประเทศเอเชียใต้ เช่น อินเดีย เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้าง และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และประดับยนต์ สำหรับกลุ่มบริษัทตะวันออกโปลีเมอร์ ได้ก่อตั้งขึ้นในครั้งแรกเมื่อปี 2521 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 1,104 ล้านบาท โดยไม่รวมบริษัทร่วมทุนและบริษัทในต่างประเทศ คาดว่าจะมียอดขายรวมประมาณ 3,200 ล้านบาท ซึ่งถ้ารวมบริษัทร่วมทุน และบริษัทในต่างประเทศจะมียอดขายรวมกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเปิดดำเนินธุรกิจมาครบ 25 ปีในปีนี้ จึงได้จัดงานฉลองความสำเร็จ เพื่อแสดงความขอบคุณคู่ค้าผู้มีอุปการคุณ ที่ช่วยให้กลุ่มประสพความสำเร็จ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที บริษัท แม็กซิม่าคอนซัลแตนท์ โทร 0-2434-8300 สุจินดา, แสงนภา, ปนัดดา--จบ-- -รก-

ข่าว แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ ล่าสุด