โบรกเกอร์/บลจ.แข่งดึงลูกค้า สร้างสีสัน SET in the City 2003
กรุงเทพฯ--21 พ.ย.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงงานมหกรรมการลงทุนครบวงจร ครั้งที่ 2 หรือ SET in the City 2003 : สถานีลงทุน...ตลาดหุ้นใกล้ตัว ซึ่งจัดให้มีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20-วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2546 ว่า บรรยากาศในวันที่ 2 ของการจัดงานเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยมีผู้เข้าชมงานกว่า 50,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนในหลากหลายอาชีพ รองลงมาคือผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว และนักเรียนนักศึกษา โดยกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ทั้งการสัมมนา การแข่งขันเกมตลาดหุ้นจำลอง การนำเสนอบริการซื้อขายหุ้นผ่านมือถือ และการออกบูธแสดงนิทรรศการของของบริษัทหลักทรัพย์ (บล,) และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) สำหรับบรรยากาศในบูธบล.และบลจ. ที่เข้าร่วมงานต่างก็แข่งขันกันนำเสนอบริการให้กับประชาชนและนักลงทุนผู้เข้าชมงานกันอย่างคับคั่ง เริ่มด้วย บล.ธนชาติ มีผู้เข้าเยี่ยมชมบูธและเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นตลอดทั้งวัน โดยมีจุดเด่นที่นำเสนอข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือ Natsec Online ซึ่งเป็นบริการซื้อขายหุ้นทางอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่ค่าย GSM Advance และ Hutch ที่สามารถเรียกดูราคาหุ้นได้แบบ Realtime อย่างไรก็ตามจากเป้าหมายที่คาดว่าจะมีลูกค้ามาเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นตลอด 4 วันประมาณ 500 ราย ซึ่งใน 2 วันแรกก็มียอดเปิดบัญชีแล้วประมาณ 160 บัญชี ซึ่งมีวงเงินขั้นต่ำ 300,000 บาท/บัญชี บล.นครหลวงไทย เป็นบูธที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมงานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2546 ที่จับรางวัลหุ้นนครหลวงไทยให้กับผู้โชคดีที่เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท ซึ่งมีทั้งรางวัล 1,000 หุ้น 2,000 หุ้น และ 5,000 หุ้น ตามแต่ใครจะโชคดีคว้าได้ จนทำให้หน้าบูธแน่นขนัดไปด้วยนักลงทุนที่รอลุ้นหุ้นอย่างใจจดใจจ่อ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำบูธเปิดเผยว่าผลตอบรับของผู้ชมบูธดีมาก มีหลายคนที่เตรียมเอกสารมาพร้อม และมีไม่น้อยที่นำเงินสดและเช็คมาเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีรางวัลที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น กระเป๋าเอกสาร, ชั่วโมงอินเตอร์เน็ต, โทรศัพท์บ้านแบบไร้สาย, โทรศัพท์มือถือยี่ห้ออิริกสัน และ เบนคิว ด้าน บล.เกียรตินาคิน มุ่งเสนอบริการซื้อขายหุ้นด้วยช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ KK e-trade หรือบริการอินเตอร์เน็ตเทรดดิ้ง ทาง www.kks.co.th และ บริการซื้อขายหุ้นทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ บริการ Daytrade VE (Wireless Edition) อีกทั้งจัดกิจกรรมแจกของที่ระลึกกับผู้ที่ร่วมเล่นเกมส์ด้วย ส่วน บล.กิมเอ็ง ก็มีผู้ชมทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าในอนาคตจำนวนมากหมุนเวียนเยี่ยมบูธตลอดเวลา เนื่องจากผู้ที่เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นในงานจะได้รับสิทธิพิเศษ ได้แก่ บทวิจัยเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนฉบับพิเศษและของที่ระลึกเป็นพัดลมไฟฉาย พร้อมได้ลุ้นโชคจับฉลากรับสิทธิจองซื้อหุ้นจองบริษัท ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป ทุกวันๆละ 5,000 หุ้นจำนวน 1 รางวัล และ 2,500 หุ้นจำนวน 4 รางวัล ที่จะจับชื่อโชคดีทุกวันเวลา 18.40 น. ดังนั้นทำให้มีผู้มาเปิดบัญชีกับบล.กิมเอ็งเป็นจำนวนมากเกินกว่าคาดหมาย ซึ่งเฉพาะในวันแรกของงานมีถึง 120 บัญชี ขณะที่เพียงครึ่งวันของวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 มียอดเปิดบัญชีมากกว่า 120 บัญชี และเชื่อว่าจะมีผู้สนใจเปิดบัญชีในงานมากขี้นอีก เนื่องจากในช่วงวันหยุดนี้จะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่การตลาดอีก 3 เท่าเพื่อมารอรับลูกค้าที่คาดว่าจะมาชมงานและเปิดบัญชีกับบริษัทเพิ่มอีก ขณะที่ บล.ไซรัส จัดกิจกรรมพิเศษวิเคราะห์แนวโน้มตลาดปี 2547 และแนะนำหุ้นเด่น โดยคุณสิริณัฏฐา เตชะศิริวรรณ นอกจากนี้ยังมีการเปิดโผหุ้นเด่นและตอบคำถามการลงทุน ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2546 ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2546 ปิดท้ายงานด้วยการเชิญคุณฉุย มาทำการวิเคราะห์หุ้นกันอย่างสด ๆ นาทีต่อนาที พร้อมให้คำปรึกษาและตอบปัญหาการลงทุนแก่ผู้เข้าชมงาน ด้านบรรยากาศของกลุ่มบลจ.ที่ออกบูธในงาน SET in the City ก็คึกคักไม่แพ้กัน ในส่วนของบลจ.วรรณ เตรียมโปรมแกรมสุดพิเศษสำหรับผู้ร่วมงาน SET in the City ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2546 ด้วยการเชิญพิธีกรชื่อดัง สรยุทธ สุทัศนจินดา มาร่วมเป็นพิธีกรภายในบูธ และในงานสัมมนา เพื่อเจาะใจวิธีการลงทุนอย่างถึงลูกถึงคน รวมทั้งทีมเจ้าหน้าที่การตลาดผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้ความรู้ในการลงทุนผ่านกองทุนรวม โดยบูธของบลจ.วรรณ ได้รับความสนใจจากผู้ชมงานอย่างคับคั่งเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับกองทุนตัวใหม่เป็นพิเศษ เพราะเป็นกองทุนซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม SET 50 ประมาณ 20-30 ตัว และยังสามารถขายคืนหน่วยลงทุนแบบสม่ำเสมอตามคำสั่งล่วงหน้า เมื่อราคาหน่วยลงทุนปรับเพิ่มขึ้นทุก 1 บาท โดยผู้ลงทุนได้ผลตอบแทนคืน 50% จากส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น สำหรับ บลจ.อเบอร์ดีน จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสำหรับลูกค้าที่ซื้อหน่วยลงทุนภายประเภทต่างๆในงาน โดยลูกค้าที่ซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่ 200,000 - 500,000บาท จะได้รับหมวก, 500,000 - 1,000,000 บาทจะได้รับนาฬิกาไฟฉายตั้งโต๊ะ, 1,000,000 - 10,000,000 บาท จะได้รับเสื้อไหมพรม 10,000,000 - 20,000,000 บาท จะได้รับเครื่องเล่นซีดี และตั้งแต่ 20,000,000 บาท จะได้รับกล้องดิจิตอล นอกจากนี้ ยังเปิดตัวบริการ e-Revenue ซึ่งเป็นระบบซื้อขาย สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ตรวจสอบข้อมูลการลงทุนของผู้ถือหน่วย โดยผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2546 นี้ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการในงาน เพื่อรับ Username และ Password ด้าน บลจ. กสิกรไทย พร้อมมาตอบข้อข้องใจเกี่ยวกับการลงทุน ทั้งกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งจัดกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ การตอบคำถามด้านการเงินและการลงทุนเพื่อชิงรางวัล อีกทั้งเน้นเสนอขายกองทุน RMF และกองทุนรวม ซึ่งเฉพาะครึ่งวันแรกของวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 มีลูกค้าซื้อหน่วยลงทุนจำนวน 3 ราย เป็นมูลค่า 250,000 บาท สำหรับ บลจ.เอ็มเอฟซี นำเสนอรูปแบบการลงทุนภายใต้แนวคิด MAXX MONEY พร้อมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษากับนักลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนรวมในเบื้องต้น และที่พลาดไม่ได้เลยคือการปิดท้ายด้วยสัมมนาพิเศษ "ถ้าผมจะซื้อหุ้น....โดยวีระ ธีรภัทร์" ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2546 เวลา 15.00-16.30 ที่ห้อง Meeting Room 3 ขณะที่ บูธของบลจ.พรีมาเวสท์ มาในแนวคิดมิตรภาพการลงทุน ที่เน้นการเสวนา ให้บริการ และนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นกันเองกับผู้เยี่ยมชมบูธอย่างเป็นกันเอง ในบรรยากาศใต้ท้องทะเลเพื่อเป็นจุดแวะพักผ่อนของผู้ชมงาน พร้อมเปิดขายหน่วยลงทุน RMF และกองทุนผสมแบบยืดหยุ่น ซึ่งวันแรกมีผู้สนใจชมบูธจำนวนมากเช่นกัน อีกบูธที่ผู้ชมงานให้ความสนใจไม่น้อย ได้แก่ บลจ.กรุงไทย ที่มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำการลงทุนกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษที่สร้างความสนุกสนานควบคู่กับการให้ความรู้แก่ผู้ชม ซึ่งได้รับความสนใจค่อนข้างมากจึงมีผู้ซื้อหน่วยลงทุนรวมเป็นมูลค่า 600,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เลือกลงทุนกับกองทุน RMF สำหรับผู้ที่สนใจเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเงินและการลงทุน ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดให้มีสัมมนาที่น่าสนใจในหลากหลายหัวข้อ โดยในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2546 เริ่มตั้งแต่เปิดงานในหัวข้อ เงินทองต้องใส่ใจ โดยสถาบันพัฒนาบุคลากร ธุรกิจหลักทรัพย์ ดร.สันติ กีระนันทน์ ซึ่งมีหนังสือและ CD เงินทองต้องใส่ใจให้กับผู้เข้าฟัง 50 คนแรกฟรี พร้อมทั้งมีสัมมนาในหัวข้อ เสวนา ซื้อขายตราสารหนี้...เชิญทางนี้ จัดโดยโครงการพัฒนาตลาดตราสารการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คุณถาวร กุลภัทรนิรันดร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดตราสาร บล.ไทยพาณิชย์ และคุณอัฐชัย วิโรจน์เตชะ Dealer-Fixed Income Department บล.เคจีไอ และดำเนินรายการโดย คุณเกศรา มัญชุศรี ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการพัฒนาตลาดตราสารการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ สัมมนา ต่อยอด...ตอนกิ่ง...เติบโตกับ MAI, เจาะอุตสาหกรรมเด่นปี 47, เมนูหุ้นเด่นจาก , มองหุ้น 2004 กับกิมเอ็ง ส่วนตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2546 ก็มีสัมมนาที่ดึงดูดใจนักลงทุนไม่น้อย ได้แก่ ติวเข้ม เสี่ยงน้อยรวยนาน ด้วยการสร้างพอร์ต, เล็งหุ้น....ผ่านดัชนีความเชื่อมั่น, ทรีนิตี้ เปิดเส้นทางเศรษฐี, จัดพอร์ตอย่างมืออาชีพ, ลงทุนหุ้นไหน ไว้ทำกำไรปีหน้า เป็นต้น รวมถึง หากต้องการศึกษาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แบบถ่องแท้ ก็ต้องไม่พลาดรายการ บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ที่ในวันเสาร์นี้จะได้พบกับบริษัทต่างๆ เช่น บมจ. ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ , บง.เกียรตินาคิน, บมจ. โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์, บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2546 ได้แก่ บล. เคจีไอ, บมจ. แม็ทชิ่ง สตูดิโอ, บมจ. อาปิโก ไฮเทค เป็นต้น ขณะเดียวกันในบริเวณงาน Mutual Fund Arcade มีผู้ที่ต้องการความกระจ่างเกี่ยวกับกองทุนรวมต่างให้ความสนใจร่วมฟังสัมมนา และขอคำปรึกษาการลงทุนจากบรรดา Dr. Mutual Fund ซึ่งเป็นตัวแทนจาก บลจ. ต่างๆมาพูดคุยแบบตัวต่อตัว--จบ-- -รก-