ไฟเซอร์ฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำยาอีดี จัดแฟชั่นโชว์ชุดหรูคู่เพชร ฉลอง 5 ปีแห่งความสำเร็จของยารักษาโรคอีดี - newswit
กรุงเทพฯ--20 พ.ย.--พีอาร์ แอนด์ แอสโซซิเอส ไฟเซอร์ฯ จัดงานกาลาดินเนอร์พร้อมแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่นพิเศษ สั่งตรงนางแบบและดีไซเนอร์ ชั้นนำจากต่างประเทศ ผนึกนางแบบและดีไซเนอร์ชื่อดังของไทย โชว์แบบเสื้อและเครื่องเพชรดีไซน์หรูจากการัต ร่วมฉลองความสำเร็จการรักษาโรคอีดีในประเทศไทย แพทย์เผยใน 5 ปี ครอบครัวไทยเปิดใจรับเรื่องโรคอีดีมากขึ้นถึง 5 เท่า และมีผู้สนใจสอบถามข้อมูลทางเบอร์ฮอตไลน์เฉลี่ยสูงถึงวันละ 58 ครั้ง เป็นปลื้มวงการแพทย์ไทยมีวิวัฒนาการในการรักษาทันสมัยทัดเทียมต่างประเทศ แต่ยังวิตกกับสถานการณ์ผู้ป่วยอีดีในไทยที่พุ่งสูงถึง 4.5 - 5 ล้านคน มร. อมาล นาจ ผู้จัดการใหญ่ ไฟเซอร์ ประเทศไทยและอินโดจีน กล่าวว่า "ไฟเซอร์ฯ มีบทบาทนำในการสนับสนุนกิจกรรมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ให้กับวงการแพทย์และสาธารณชนโดยรวม การจัดงานพิเศษสำหรับโรคหย่อนสมรรถภาพในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่จะเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศซึ่งผู้คนมักมีความเข้าใจผิดว่าไม่ใช่โรค เช่นเดียวกับการที่เราได้จัดวันพิเศษเพื่อให้ความสำคัญกับหัวใจและโคเลสเตอรอล หรือวันพิเศษสำหรับโรคข้อขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่จะแสดงความชื่นชมต่อวงการแพทย์ไทย ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการรักษาและวินิจฉัยโรคนี้" การเลือกใช้เพชรเป็นสัญลักษณ์ของงานกาลาดินเนอร์ในครั้งนี้ ไม่เพียงเพราะยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีทั่วโลกของไฟเซอร์ฯ มีรูปลักษณ์เหมือนเพชรเท่านั้น แต่ยังเนื่องมาจากเพชรสื่อถึงมาตรฐานอันสูงค่า ความแข็งแกร่ง และความมีชีวิตชีวาด้วย "เราเป็นผู้นำของโลกในด้านการรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ทั้งนี้ ยารักษาโรคหย่อนฯ ชนิดรับประทานของเรานับเป็นยาชนิดรับประทานตัวแรกของโลกที่ใช้รักษาโรคนี้ เราไม่ได้หยุดยั้งพัฒนาการในการรักษาแต่เพียงเท่านี้ แต่ยังคงเป็นผู้บุกเบิกการวิจัยด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสุขภาพของทั้งหญิงและชาย" มร. นาจ กล่าว รศ. นพ. อภิชาติ กงกะนันทน์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า "ในอดีตโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรืออีดี (ED - Erectile Dysfunction) ถือเป็นเรื่องน่าอายสำหรับผู้ชายทั่วโลก แต่หลังจากที่ได้มีการอนุมัติยารักษาโรคอีดีชนิดรับประทานครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ทั่วโลกเริ่มตื่นตัว มีการศึกษาวิจัยและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้น "ในส่วนของประเทศไทย ได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอุบัติการณ์ของโรคอีดีเป็นครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยความร่วมมือของกลุ่มแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ แพทย์ต่อมไร้ท่อ สถาบันนิด้า และไฟเซอร์ฯ พบว่า ชายไทยอายุระหว่าง 40-70 ปี กว่า 3 ล้านคนป่วยเป็นโรคอีดี และในจำนวนนี้มีผู้ที่ไปปรึกษาแพทย์เพียง 2% เท่านั้น" รศ. นพ. อภิชาติ เป็นผู้ริเริ่มการรักษาโรคอีดีแนวใหม่ในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย โดยได้ปรับปรุงวิธีการผ่าตัดฝังแกนเทียม ได้ปรับเปลี่ยนแนวการรักษาแบบวัฒนธรรมตะวันตกให้เป็นแบบไทยๆ โดยพยายามทำความเข้าใจกับผู้ป่วยว่าโรคอีดีเป็นโรคทางกายอย่างหนึ่ง ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำกลุ่มแพทย์ไทยกลุ่มแรกที่ทำการศึกษาทดลองยารักษาโรคอีดีชนิดรับประทาน ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ รามาธิบดี ศิริราช พระมงกุฎเกล้าฯ นับเป็นครั้งแรกในเอเชียด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำในการก่อตั้งกลุ่มศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อเผยแพร่การรักษาโรคอีดีแนวใหม่แก่กลุ่มแพทย์อย่างจริงจัง โดยร่วมมือกับศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพศชายซึ่งมีจิตแพทย์ แพทย์โรคหัวใจ แพทย์อายุรกรรมต่อมไร้ท่อ และสูตินรีแพทย์ เผยแพร่ความรู้เรื่องโรคอีดีแก่ประชาชน ผลจากการปฏิวัติการรักษาโรคอีดีของ รศ.นพ.อภิชาติ นี้ เห็นได้จากผลการศึกษาวิจัยที่ไฟเซอร์ฯ ได้จัดทำขึ้นในหญิงชายกว่า 26,000 คน ในปี 2545 ใน 29 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ที่พบว่าแพทย์ไทยตื่นตัวที่จะให้การรักษาและเอาใส่ใจสุขภาพทางเพศของผู้ป่วยมากที่สุดในโลกคือ 25% รศ.นพ.อภิชาติ กล่าวว่า "การที่มียารักษาโรคอีดีชนิดรับประทานครั้งแรกของโลกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคอีดี นอกเหนือไปจากวิธีการต่างๆที่มีอยู่แล้ว ซึ่งได้แก่ การฉีดยาที่อวัยวะเพศ การสอดยาที่ท่อปัสสาวะ และการผ่าตัด ซึ่งมีข้อดี - ข้อเสียแตกต่างกัน ทั้งนี้ มีรายงานการศึกษาวิจัยในผู้ป่วยเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยารักษาโรคอีดีชนิดรับประทานนี้ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์กว่า 1,300 ฉบับ" "ปัจจุบัน คนไทยเริ่มเปิดใจยอมรับโรคอีดีและไปพบแพทย์เพื่อรักษามากขึ้น โดยตัวเลขการไปพบแพทย์เพิ่มจาก 2% เป็น 11% หรือประมาณ 5 เท่า เรื่องโรคอีดีซึ่งเคยเป็นเรื่องเคร่งเครียด และ "ต้องห้าม" กลายเป็นเรื่องเบาๆ ที่สามารถพูดคุยได้กว้างขวางมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โรคนี้ยังน่าเป็นห่วงอยู่ เพราะการศึกษาล่าสุดพบว่า จำนวนผู้ป่วยโรคอีดีในไทยเพิ่มสูงขึ้นเป็น 4.5 - 5 ล้านคน จากเดิม 3 ล้านคน" รศ.นพ.อภิชาติ กล่าว พลโท นพ. ประวิชช์ ตันประเสริฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและประธานคนแรกของศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพศชาย กล่าวว่า "จากการสำรวจข้อมูลโดยศูนย์ข้อมูลฯ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว พบว่า คนไทยยอมรับว่าเรื่องเพศ มีความสำคัญต่อชีวิตคู่ แต่ส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศและการรักษา ศูนย์ข้อมูลฯ จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนผ่านสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีการรับรู้ และใช้คำว่า "โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ" อย่างแพร่หลาย แทนคำว่า "ไร้สมรรถภาพทางเพศ" "ปัจจุบัน มีผู้สนใจทั้งชาย-หญิงสมัครเป็นสมาชิกมีจำนวนมากกว่า 20,000 คนแล้ว อีกทั้งยังมีผู้สอบถามปัญหาสุขภาพเพศและปัญหาอีดีทางโทรศัพท์ฮอตไลน์ หมายเลข 0-2664 5888 มาตลอด และในช่วง เดือนกรกฎาคม - กันยายน 2546 เฉลี่ยสูงถึงวันละ 58 ครั้ง คำถามส่วนใหญ่จะสอบถามเกี่ยวกับโรค และสถานที่ตั้งของสถานพยาบาลที่ทำการรักษาโรคอีดี นอกจากนี้ยังมีผู้สนใจสอบถามทางไปรษณีย์ ทางเว็บไซต์อีกเป็นจำนวนมาก" มร. อมาล นาจ ผู้จัดการใหญ่ ไฟเซอร์ ประเทศไทยและอินโดจีน กล่าวว่า "ในฐานะที่ไฟเซอร์ฯ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยาอีดีรายแรกในประเทศไทย จึงเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วย อีดีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และช่วยเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีของครอบครัวไทยมาเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว" ในงานกาลาดินเนอร์ จะมีการจัดแสดงคอลเล็คชั่นเพชรจากร้านเพชรการัต และการแสดงแฟชั่นโชว์ โดยมีดีไซเนอร์ชั้นนำที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบนานาชาติ และนางแบบมืออาชีพจากประเทศอินเดียและเวียดนามรวม 10 คน ตลอดจนนางแบบชั้นนำของไทยอย่างคุณโอเด็ต คุณรินลณี ศรีเพ็ญ คุณอาภาศิริ นิติพน และคุณรุจิรา ช่วยเกื้อ มานำเสนอแบบเสื้อดีไซน์พิเศษ "บลูไดมอนด์ คอลเล็คชั่น" และสวมใส่คอลเล็คชั่นเพชรดีไซน์หรูจากการัต รวม 24 ชุด ไฟเซอร์ อิงค์ เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีงบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนา 7,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากที่สุดในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ของไฟเซอร์ฯ ครอบคลุมยารักษาโรคต่างๆ กว้างขวางที่สุดในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคความดันโลหิตสูงและยาลดโคเลสเตอรอล ยารักษาโรคติดเชื้อ โรคข้อ โรคมะเร็ง และโรคระบบประสาทส่วนกลาง สำหรับในประเทศไทย ไฟเซอร์ฯ ดำเนินกิจการมานานกว่า 45 ปี และเป็นบริษัทผู้ผลิตเวชภัณฑ์อันดับ 1 ของประเทศ นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจแล้ว ไฟเซอร์ฯ ยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่สังคมโดยผ่านมูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงผลกำไร มูลนิธิดังกล่าวยังได้สนับสนุนทุนการศึกษาต่อในระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์แก่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ไฟเซอร์ฯ ยังร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลและวงการแพทย์ในการให้ความรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชนทั่วไป เช่น การสนับสนุนกิจกรรม "โครงการรักหัวใจ ใส่โคเลสเตอรอล" และมูลนิธิโรคข้อในพระราชูปถัมภ์ฯ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ : ปองปรัชญ์ สุโรจนะเมธากุล บุษบา สุขบัติ กุนธิรา ณัฐวัฒนานนทน์ พีอาร์ แอนด์ แอสโซซิเอส จำกัด โทร. 02 651-8989 ต่อ 330, 222, 223 แฟกซ์ 02 651-9649 e-mail : [email protected]จบ-- -รก-