บอร์ดบีโอไออนุมัติ 5 โครงการใหญ่ มูลค่าเงินลงทุนพุ่งกว่า 2.5 หมื่นล้าน - newswit

กรุงเทพฯ--20 พ.ย.--บีโอไอ - กิจการผลิตฝาสูบรถยนต์-เครื่องยนต์ดีเซลสำหรับบรรทุกเล็ก ของบริษัท สยามโตโยต้า - กิจการผลิตปริ้นเตอร์ ครบวงจรของ HP - กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า และไอน้ำ ของบริษัทกัลฟ์ยะลากรีน - กิจการบริการโทรคมนาคมดาวเทียม ของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดบีโอไอว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้การส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งสิ้น 5 โครงการ มีมูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น 25,540 ล้านบาท ดังนี้ - กิจการผลิตฝาสูบเครื่องยนต์ ของบริษัท สยามโตโยต้า อุตสาหกรรม จำกัด ผลิตฝาสูบสำหรับเครื่องยนต์ (CYLINDER HEAD) อลูมิเนียม กำลังผลิตปีละประมาณ 180,000 ชิ้น เงินลงทุน 1,929 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานไทย 96 คน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่า 203 ล้านบาท/ปี โดยทำการจำหน่ายในประเทศทั้งสิ้นให้กับโครงการ IMV ของโตโยต้า ตั้งโรงงานอยู่ที่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ซึ่งโครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 7 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ โครงการนี้เป็นโครงการผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับโครงการย้ายฐานการผลิต ซึ่งไม่เคยมีการผลิตในประเทศ และเป็นหนึ่งในโครงการรวมของโตโยต้า (TOYOTA PACKAGE-IMV PROJECT) ผลิตฝาสูบเครื่องยนต์รุ่นใหม่ทำจากอลูมิเนียม สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล จากเดิมที่เป็นเหล็กหล่อ เพื่อเป็นการลดน้ำหนัก และประหยัดเชื้อเพลิง - กิจการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับรถบรรทุกเล็ก ของบริษัท สยามโตโยต้า อุตสาหกรรม จำกัด ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับรถบรรทุกขนาดเล็กขนาด 2,500 ซีซี และ 3,000 ซีซี มีกำลังผลิตปีละประมาณ 141,600 เครื่อง เงินลงทุน 2,480 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานไทย 396 คน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่ารวม 6,615 ล้านบาท/ปี ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ซึ่งโครงการนี้จะไม่ได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากไม่มีการลงทุนในการทำวิจัยและพัฒนา โดยจะใช้การวิจัยและพัฒนาร่วมกับบริษัทแม่ ทั้งนี้จะได้รับการยกเว้นภาษีขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการในทุกเขต โครงการนี้เป็นโครงการผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับโครงการย้ายฐานการผลิต และเป็นหนึ่งในโครงการรวมของโตโยต้า (TOYOTA PACKAGE-IMV PROJECT) บริษัท สยามโตโยต้าฯ เป็นบริษัทลูกของบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ญี่ปุ่น บริษัทแม่ในนามของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการวิจัยและพัฒนาแล้ว โดยจะมีการลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท - กิจการพัฒนาและผลิตปริ้นเตอร์แบบครบวงจร ของบริษัท Hewlett -Packard (HP) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำการพัฒนาและผลิตปริ้นเตอร์แบบครบวงจร ปีละประมาณ 15,200,000 เครื่อง ทั้งนี้จะดำเนินการร่วมกับ แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย)(CAL COMP) จำกัด มหาชน ซึ่งเป็นผู้ได้รับการส่งเสริมในการผลิตปริ้นเตอร์ และ PCBA โดย HP เป็นเจ้าของเทคโนโลยีการผลิตและตลาด จะเป็นผู้วิจัยพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ และจำหน่าย ส่วน CAL COMP จะดำเนินการในส่วนการผลิต เงินลงทุน 3,084 ล้านบาท สถานที่ตั้ง ศูนย์ประสานงานและจำหน่ายอยู่ที่ กรุงเทพฯ และเพชรบุรี ส่วนด้านการผลิต อยู่ที่โรงงานเดิมของ CAL COMP จ.เพชรบุรี ซึ่งโครงการนี้จะได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และได้รับการยกเว้นภาษีขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ โครงการดังกล่าวยังมีแผนในการพัฒนาและถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยีให้แก่บุคลากรของไทย โดยจะจ้างวิศวกรชาวไทย 8 คน ทำการฝึกอบรมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้เกี่ยวกับผลิตพริ้นเตอร์ การผลิตต้นแบบ วิศวกรรมผลิตภัณฑ์ ระบบบริหารคุณภาพ เป็นต้น และวิศวกรทั้ง 8 คน จะเป็นผู้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับบริษัท CAL COMP รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศอีกด้วย - กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า ของบริษัท กัลฟ์ยะลากรีน จำกัด ทำการผลิตไฟฟ้า ขนาด 20.2 เมกะวัตต์ โดยใช้เศษไม้ยางพารา ขี้เลื่อย และปีกไม้ เป็นเชื้อเพลิง เงินลงทุน 1,504 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่ อำเภอเมือง จ.ยะลา เกิดการจ้างแรงงานไทย 59 คน ทั้งนี้ทางบริษัท ฯ จะดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตทั้งหมด วัตถุดิบของโครงการนี้จะเป็นเศษไม้ และขี้เลื่อยจากโรงงานแปรรูปไม้ของบริษัท เอเซีย พลายวู๊ด และโรงเลื่อยอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง และเศษไม้ยางพาราที่ถูกทิ้งไว้ในสวนยาง ซึ่งปัจจุบันไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆได้ และกำจัดโดยการเผาทิ้ง หรือกองทิ้ง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า จึงเป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดและสอดคล้องกับนโยบายพลังงานของสนพ. และแผนพลังงานที่สนับสนุนให้การใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้น โครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ใช้ประกอบกิจการ - โครงการขยายกิจการให้บริการวงจรดาวเทียม ของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) โดยดาวเทียมชื่อ ไอพีสตาร์ จำนวน 1 ดวง เป็นการให้บริการดาวเทียมบรอดแบนด์ การให้บริการข้อมูลความเร็วสูง โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างดาวเทียมไอพีสตาร์ และสถานีภาคพื้นดินทั้งในส่วนสถานีควบคุมระบบเครือข่าย และสถานีลูกข่าย จะเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2547 เงินลงทุน 16,543 ล้านบาท เกิดการจ้งงานคนไทย 100 คน ตั้งอยู่ที่ สถานีภาคพื้นดิน อ.เมือง จ.นนทบุรี และสถานีลูกข่าย มีทั้งหมด 18 แห่ง ใน 14 ประเทศ โครงการจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะรายได้ที่ได้รับจากต่างประเทศเป็นเวลา 8 ปี โครงการนี้เป็นการขยายบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียม โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อรองรับความต้องการการสื่อสารแบบอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่มีการขยายตัวอย่างมากในอนาคต และยังมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ไทยก้าวเข้าสู่สังคมการเรียนรู้ เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง--จบ-- -รก-

ข่าว ชินแซทเทลไลท์ ล่าสุด