ธนชาติเลือกไอบีเอ็มเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยี ใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ เอาท์ซอร์สซิ่ง - newswit

กรุงเทพฯ--24 พ.ย.--ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ธนชาติเลือกไอบีเอ็มเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยี ใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ เอาท์ซอร์สซิ่ง เชื่อมั่นประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการให้บริการไอทีของไอบีเอ็ม เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ บริษัท ธนชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในองค์กรด้านเงินทุนและหลักทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยมีบริษัทย่อยในประเทศทั้งหมด 17 สาขา ซึ่งให้บริการด้านสินเชื่อ เงินทุน การบริหารสินทรัพย์ การพัฒนาบริหารทรัพย์สินและบริการด้านหลักทรัพย์ จากเดิมที่ธุรกิจหลักของกลุ่มธนชาติเกี่ยวข้องกับด้านเงินทุนและหลักทรัพย์เป็นสำคัญ ต่อมา กลุ่มธนชาติได้ขยายแผนการดำเนินธุรกิจและเริ่มลงทุนในด้านสินทรัพย์และการธนาคารมากขึ้น ทั้งนี้ กลุ่มธนชาติตระหนักดี ว่าการปฏิรูปกระบวนการทางธุรกิจจำเป็นต้องเกี่ยวพันกับความเปลี่ยนแปลงในด้านพื้นฐานสามด้านสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทำงาน คน และเทคโนโลยี กลุ่มธนชาติจึงตัดสินใจมองหาพันธมิตรธุรกิจด้านไอทีที่มีทั้งเทคโนโลยีและบริการอย่างมืออาชีพ ตลอดจนมีประสบ การณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะในอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารเพื่อเข้ามาช่วยจัดการสภาพแวดล้อม ด้านไอทีที่สลับซับซ้อน ในขณะที่กลุ่มธนชาติจะได้มีเวลาไปมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจหลักของกลุ่มธนชาติได้อย่างเต็มกำลัง กลุ่มธนชาติได้เลือกไอบีเอ็ม เพราะเชื่อถือในชื่อเสียงที่มีมายาวนาน ซึ่งไอบีเอ็มได้ช่วยธุรกิจทั่วโลกในการปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มธนชาติได้มีข้อตกลงร่วมเป็นพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับไอบีเอ็มในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ เอาท์ซอร์สซิ่งด้วยเงินลงทุน 300 ล้านบาท (7.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลา 5 ปี ทีมงาน IBM Business Consulting Services หรือ BCS เริ่มทำการศึกษาถึงแผนงานทางธุรกิจของกลุ่มธนชาติ ซึ่งการที่กลุ่มธนชาติจะบรรลุเป้าหมายเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจที่เป็นแบบออนดีมานด์ นั่นคือ ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสภาพแปรผันทุกสภาวการณ์ ด้วยต้นทุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและโครงการพื้นฐานด้านไอทีต้องเป็นระบบเปิดที่มีความยืดหยุ่น ฟื้นกลับทำงานคืนสู่สภาพเดิมได้และมีความคล่องตัวสูง เพื่อประสิทธิภาพในการตอบสนองกลยุทธ์การขยายธุรกิจของกลุ่มธนชาติ ในเดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2546 ไอบีเอ็มได้เข้ามาบริหารดูแลศูนย์คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายและการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมด ส่วนกลุ่มธนชาติจะยังคงรับผิดชอบในมาตรการด้านความปลอดภัยและความลับของกลุ่มธนชาติ จากแผนงานนี้ ไอบีเอ็มทำการถ่ายโอนงานไปอยู่บนเครื่องเมนเฟรมและเซิร์ฟเวอร์ IBM eServer iSeries จากหน่วยดำเนินงานของกลุ่มธนชาติมาไว้โฮสติ้งของไอบีเอ็มเพื่อดำเนินงานต่อ ตลอดจนพัฒนาระบบเครือข่ายของกลุ่มธนชาติ โดยใช้บริการเครือข่ายของเอทีแอนด์ที นอกจากนี้ ไอบีเอ็มยังได้วางระบบในศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองในกรณีฉุกเฉินไว้ด้วย การที่กลุ่มธนชาติร่วมเป็นพันธมิตรกับไอบีเอ็มในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจะทำให้กลุ่มธนชาติสามารถทุ่มเทเวลาและทรัพยากรไปกับธุรกิจหลักขององค์กรได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ไอบีเอ็มจะใช้ความเชี่ยวชาญในการบริหารงานด้านไอทีไปพร้อมๆ กัน ด้วยรูปแบบธุรกิจเช่นนี้จะทำให้ธนชาติมีความยืดหยุ่นทางการเงิน ขณะเดียวกันก็ยังพัฒนาความสามารถในการแข่งขันและระดับการให้บริการของกลุ่มได้เป็นอย่างดี นายวิชิต ญาณอมร ที่ปรึกษาฝ่ายระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี บริษัทเงินทุน ธนชาติ จำกัด กล่าวว่า "การร่วมเป็นพันธมิตรกับไอบีเอ็มถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายตัวของธุรกิจ ด้วยระบบ โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของไอบีเอ็ม จะช่วยให้บริษัทย่อยของธนชาติที่มีอยู่หลายสาขาสามารถขยายการดำเนินงานของสาขาออกไปได้ทั่วประเทศ เพื่อการนำเสนอบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาวการณ์พลวัตของเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้ ธนชาติจำเป็นต้องปรับตัวและใช้เงินลงทุนอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์และคู่แข่งที่ปรับเปลี่ยนองค์กรอยู่ตลอดเวลา" นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า "ไอบีเอ็มมีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในกลยุทธ์การสร้างความเติบโตและการขยายธุรกิจของธนชาติ ด้วยเทคโนโลยีของไอบีเอ็มกอปรกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจการเงินการธนาคารที่ลึกซึ้ง ที่นำมาใช้ในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ เอาท์ซอร์สซิ่งนี้ กลุ่มธนชาติจะได้รับการปฏิรูปธุรกิจให้เป็นแบบ e-business on demand ที่องค์กรจะมีความสามารถในการตอบสนองความต้องการทางธุรกิจในทุกสภาพได้ตลอดเวลา"--จบ-- -นห-

ข่าว ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ล่าสุด