‘QBic’ ตู้ธุรกรรมออนไลน์ ไอเดียคนไทย ทางรอด(ใหม่)ร้านทอง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--30 พ.ย.--ไอแอนด์ไอ คอมมิวนิเคชั่น

บ.โมลีคิว (ประเทศไทย) จำกัด จับมือ บ.เอเซนเทค(ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มธุรกิจร่วมทุนคิวบิทพอยท์ พัฒนาและผลิต ‘QBic’ ตู้ธุรกรรมออนไลน์ รับฝากดอกเบี้ยและเพิ่มวงเงินกู้ยืมทองรูปพรรณ ให้บริการลูกค้า 24 ชม.ทางรอด(ใหม่)ร้านทองในยามราคาทองแพงรายได้จากการขายทองลดลง ผู้บริหารโมลีคิว ชี้ ตู้ ‘QBic’ เป็นนวัตกรรมร้านทองรายแรกของไทยภายใต้การสนับสนุนจากโครงการ iTAP (สวทช.) พร้อมเตรียมออกสู่ตลาดต้นปี ’53 เมื่อราคา ‘ทองคำ’ พุ่งขึ้นจนเกือบทะลุ 20,000 บาทและยังคงทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่สู่ดีนัก ส่งผลให้กำลังซื้อทองรูปพรรณหดหาย ทำให้คาดการณ์ว่าร้านค้าทองที่มีอยู่กว่า 6,000 แห่งจะลดลงเหลือเพียง 600 แห่งในอีก 5-6 ปีข้างหน้า เพราะรายได้จากการขายทองที่ลดลง นวัตกรรมตู้ธุรกรรมออนไลน์ร้านทอง ไอเดียของนายสมสิทธิ์ ดวงเอกอนงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมลีคิว(ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์บริหารจัดการร้านทองในนาม “ลากัส”และอดีตผู้บริหารร้านทองห้องทองเที่ยงธรรม ที่สนใจทำเครื่องมือการทำธุรกรรมร้านทองออนไลน์ที่ให้บริการได้ตลอด 24 ชม. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในกรณีที่ไม่สามารถมาจ่ายชำระดอกเบี้ยในเวลาทำการของร้านทองได้ ‘ เชื่อว่า ตู้QBicนี้จะช่วยสร้างโอกาสและรายได้จากดอกเบี้ยที่รับจำนำให้กับร้านทอง หลังรายได้จากการค้าทองรูปพรรณหดหายเพราะราคาทองที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อความอยู่รอดของร้านค้าทองอีกทางหนึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ’ นายสมสิทธิ์ มั่นใจว่า “ ตู้ดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะจะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านทองอยู่รอดได้มากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ อีกทั้งมีร้านทองบางแห่งหารายได้เสริมจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินเพื่อจุนเจือกิจการ จึงเชื่อว่าเมื่อมีการนำตู้ธุรกรรมร้านทองออนไลน์ หรือ ตู้ QBic เข้ามาจะช่วยเพิ่มช่องรายได้เพิ่มขึ้นโดยที่ร้านทองไม่ต้องการลงทุน เพราะเรามีกลุ่มธุรกิจร่วมทุน “คิวบิทพอยท์” เข้ามาร่วมลงทุนผลิตตู้ดังกล่าวออกสู่ตลาดด้วยทุนเบื้องต้น 50 ล้านบาท ติดตั้งฟรี พร้อมให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่สมาชิกร้านทองที่เข้าร่วม โดยรายได้จะแบ่งปันผลจากการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นตามสัดส่วนให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องตามลำดับ ซึ่งร้านทองจะได้ส่วนแบ่งไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อหนึ่งธุรกรรมถือว่าเป็นรายได้ไม่น้อย ” ด้านต้นทุนการผลิตตู้ QBic นั้นอยู่ที่ตู้ละ 500,000 บาทถูกกว่าตู้ต่างประเทศที่มีราคาสูงถึง 2,000,000 บาท โดยเบื้องต้นจะนำไปติดตั้งที่หน้าร้านทองห้างทองเที่ยงธรรม สาขาพระโขนงเป็นแห่งแรก ในเดือนมกราคม 2553 พร้อมตั้งเป้าขยายจุดติดตั้งเพิ่มเป็น 30 ตู้ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ก่อนเพิ่มเป็น 80 ตู้ ภายในปี 2554 สำหรับนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นนี้ ทางบริษัทฯ ได้นำโจทย์เข้าขอรับการสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย(iTAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สนับสนุนทุนกว่าแปดแสนบาท และจัดหาที่ปรึกษาทางเทคนิคจากบริษัท เอเซนเทค(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในการให้บริการด้านระบบ RFID ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้กับบริษัทโมลีคิวเพื่อพัฒนา “ ต้นแบบตู้อัตโนมัติรับชำระดอกเบี้ยและเพิ่มวงเงินกู้ยืมทองรูปพรรณ ” ซึ่งถือเป็นต้นแบบนวัตกรรมตู้ธุรกรรมทางการเงินในธุรกิจร้านทองตู้แรกของไทย ที่มีชื่อว่า ‘ ตู้ Qbic ’ นอกจากจะช่วยให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชม.ในรูปแบบออนไลน์ ทั้งการรับชำระเงิน เพิ่มวงเงิน ตรวจนับ และทอนเงินค่าดอกเบี้ยได้สะดวกมากขึ้นแล้ว ยังจะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าที่ต้องใช้บริการโดยพนักงาน ทำให้เกิดความสะดวกในการทำธุรกรรมมากยิ่งขึ้น จากการพัฒนาตู้ดังกล่าว นายสมสิทธิ์ ในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ ได้เล็งเห็นถึงการนำระบบ Digital Signage ของบริษัทเอเซนเทคมาต่อยอด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับตู้ QBic จึงเกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทจนกลายเป็นคู่ค้าทางธุรกิจในการนำตู้ QBic และระบบ Digital Signage ออกสู่ตลาดด้วยกัน จึงเป็นที่มาของการเข้ารับการสนับสนุนจากโครงการ iTAP ใน โครงการ “ การพัฒนาระบบการประชาสัมพันธ์ข้อมูลองค์กรด้วยสื่อดิจิตอล ” อีกหนึ่งโครงการเป็นทุนสนับสนุนกว่า 4 แสนบาท สำหรับโครงการพัฒนาระบบโฆษณาแบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า ‘Digital Content’ นี้ นายกำพล โชคสุนทสุทธิ์ กรรมการ บริษัท เอเซนเทค(ประเทศไทย) จำกัด ( หนึ่งในผู้ประกอบที่เคยเข้ารับการสนับสนุนจาก iTAP ) กล่าวว่า เป็นระบบที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับงานโฆษณาบนตู้ QBic และประชาสัมพันธ์ข้อมูลองค์กรผ่านระบบเครือข่าย ซึ่งจะช่วยนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ผ่านจอภาพแสดงผล (มอร์นิเตอร์) โดยควบคุมสื่อผ่านส่วนกลางด้วยการกำหนดสื่อที่ต้องการแสดง ตามกลุ่มของจอแสดงผล ตามตารางเวลาที่กำหนด รวมถึงรวบรวมจำนวนครั้ง เวลาที่ใช้แสดงผล สามารถแบ่งพื้นที่แสดงสื่อได้หลายส่วนในหนึ่งจอหรือแสดงผลได้พร้อมกัน พร้อมทั้งยังประเมินสถิติข้อมูลผู้เข้าชม ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถสื่อสารข้อมูลได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้จะช่วยลดการนำเข้าระบบดังกล่าวจากต่างประเทศ โดยมีจุดเด่นคือ มีความหลากหลายในรูปแบบการโฆษณาไม่ว่าจะเป็นแบบภาพนิ่ง Flash หรือแบบเคลื่อนไหว Movie “ การได้เข้าร่วมพัฒนาครั้งนี้ ถือเป็น Big Impact ของบริษัทฯ เพราะงานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นสิ่งล้ำค่ามากในเชิงพาณิชย์ และเทคโนโลยีนี้มีความเหนือชั้นกว่าสิงคโปรค์เพราะเรามีพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้าร่วมดำเนินการในโครงการมากมาย จึงมั่นใจว่า นวัตกรรมที่สร้างสรรค์และพัฒนาขึ้นโดยฝีมือคนไทยนี้จะเติมเต็มศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้กับร้านทอง และโรงรับจำนำในการให้บริการตลอด 24 ชม. 365 วันและข้ามจังหวัดได้ ที่สำคัญยังสามารถรับชำระค่าสาธารณูปโภคได้มากกว่า 52 รายการ อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต และอื่นๆ ” กรรมการผู้จัดการบริษัทโมลีคิว กล่าวเสริมว่า ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างประสานบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อรับชำระค่าสาธารณูปโภคมากกว่า 52 รายการที่ทางทีโอทีมีอยู่ คาดว่า หลังเซ็นต์สัญญาจะเริ่มนำตู้ QBic ออกสู่ตลาดภายในต้นปี 2553 ตามแผนที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด ในการจำหน่ายตั๋วรถ บขส. และบริษัท กลางประกันภัย จำกัด รับจำหน่ายพรบ.ประกันบุคคลที่ 3 รถจักรยานยนต์ “ ส่วนการทำสื่อโฆษณาออนไลน์บนตู้ QBic นับเป็นอีกช่องทางการตลาดที่มีราคาถูกกว่าสื่อโฆษณาทางทีวีสำหรับเอเยนซี่และเจ้าของผลิตภัณฑ์สินค้าที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด เพราะสถานที่ติดตั้งเน้นตลาดและชุมชน ซึ่งเฟสต่อไปเราจะไม่ปิดกั้นเฉพาะร้านทองเท่านั้น อาจเป็นร้านขายยา , โรงรับจำนำ หรือแม้แต่ 7/11 เพราะเราถือเป็น point of sell หรือเค้าท์เตอร์เซอร์วิส จึงไม่เคยคิดเป็นคู่แข่งทางการค้ากับใครยินดีที่จะร่วมงานกับทุกฝ่าย เพื่อขยายจุดติดตั้งตู้ QBic ให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น เชื่อจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 4 - 5 ปี ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทโมลีคิว กล่าว ด้าน รศ.ดร.สมชาย ฉัตรรัตนา รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี(TMC) กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือของเอกชนทั้งสองรายนี้ ถือเป็นการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากอดีตส่วนใหญ่ที่มักเก็บข้อมูลธุรกิจไว้เป็นความลับ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มธุรกิจร่วมทุน คือ ‘คิวบิคพอยท์’ ให้ความสนใจเข้าร่วมลงทุนกับธุรกิจนี้ด้วย จนเกิดเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ของภาคเอกชนนับเป็นครั้งแรกของไทย และยังถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของโครงการ iTAP ที่ไม่ใช่เรื่องของเงินทุน แต่เป็นการไปช่วยกระตุ้นให้เอกชนทั้งสองฝ่ายได้ร่วมงานกัน และบริหารโครงการจนประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมได้ในที่สุด “ การร่วมธุรกิจในลักษณะดังกล่าวของลูกค้าiTAPครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำรอ่งให้เกิดขึ้นกับลูกค้าiTAP รายอื่นๆ ที่จะนำความเก่ง ความชำนาญ และเทคโนโลยีของแต่ละแห่งมาสร้างธุรกิจร่วมกันเกิดเป็น “ธุรกิจใหม่” ซึ่งจะนำไปสู่ “Big Impact”ของประเทศชาติต่อไป นี่คือ...สิ่งที่ iTAP ต้องการเห็น คือ การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ” รองผู้อำนวยการศูนย์ TMC กล่าว ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โครงการ iTAP โทร.02-270-1350-4 ต่อ 114 , 115 สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวกลุ่มธุรกิจ+ทองรูปพรรณวันนี้

ดิ อีททีเรีย แคทเทอริ่ง X เชฟวิลแมน ลีออง เสิร์ฟเมนูฟิวชัน "ไทยโก้ ลาบทอด" ร่วมสร้างสีสัน Heliconia Food Festival 2026

ดิ อีททีเรีย แคทเทอริ่ง (The Eateria Catering) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจนิว เวนเจอร์ (New Venture) ของเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความอร่อยอีกครั้งในงาน Heliconia Food Festival 2026 ตอน Carnival มหกรรมอาหารสุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่รวบรวมเหล่า Celebrity Chef กว่า 70 ชีวิตจากรายการดัง ทั้ง MasterChef, Hell's Kitchen, Top Chef, เชฟกระทะเหล็ก และ Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ มารวมตัวกันในที่เดียว ปีนี้ ดิ อีททีเรีย แคทเทอริ่ง ยกระดับประสบการณ์ความอร่อย ด้วยการร่วมกับ "เชฟวิล