ภาวะตลาดทองคำ ประจำวันที่ 8 มี.ค.53 - newswit
กรุงเทพฯ--8 มี.ค.--เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ ข้อมูลทองคำวันนี้ - ราคาสมาคม เปิดที่ 17,450 – 17,550 - ราคา Gold Spot เปิดที่ 1,134 - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท 32.60 – 32.69 - GFJ10 Hi- Low 17,770 - 17,720 ปิดที่ 17,760 Gold Insight สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 2.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,135.20 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในกรอบ 1,127.50 - 1,141.20 ดอลลาร์ เพราะได้แรงหนุนจากตัวเลขจ้างงานของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงน้อยกว่าคาด นอกจากนี้ สัญญาทองคำทะยานขึ้นหลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับยูโร ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ พุ่งขึ้น 122.06 จุด หรือ 1.17% ปิดที่ 10,566.20 จุด ดัชนี S&P 500 ดีดขึ้น 15.73 จุด หรือ 1.40% ปิดที่ 1,138.70 จุด ปิดพุ่งขึ้นกว่า 100 จุดเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานเดือนก.พ.ที่ลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัว และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นด้วย น้ำมันดิบตลาด NYMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 1.29 ดอลลาร์ ปิดที่ 81.50 ดอลลาร์/บาร์เรลเนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานเดือนก.พ.ที่ลดลงน้อยกว่าคาด นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้แรงหนุนหลังจากรัฐบาลจีนประกาศเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวในปีนี้ ซึ่งเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยหนุนดีมานด์พลังงานฟื้นตัวขึ้นด้วย กองทุน SPDR Gold Trust SPDR กองทุนทองคำใหญ่ที่สุดในโลก รายงานการเข้าถือ ทองคำถึง ณ . 8 มี.ค. ซื้อเข้า 0.61 ตันเปลี่ยนแปลงการถือครอง จากระดับ 1,115.51 ตัน เข้าสู่ระดับ 1,116.12 ตัน USD/EU ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ทีผ่านมา หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ขณะที่ค่าเงินยูโรดีดตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาการเงินของกรีซ ค่าเงินยูโรดีดขึ้น 0.29% แตะที่ 1.3619 ยูโรต่อดอลลาร์ จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.3579 ยูโรต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลยูโรเช้านี้เปิดตลาดยู่ที่ระดับ 1.3671 ดอลลาร์ต่อยูโร USD/JPY ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 1.44% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 90.350 เยนต่อดอลลาร์ จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 89.070 เยนต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลเยนเช้านี้เปิดอยู่ที่ระดับ 90.43 เยนต่อดอลลาร์ USD/THB ค่าเงินบาทปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 32.60/32.67 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งไม่มีการเคลื่อนไหวจากการเปิดตลาดในตอนเช้ามากนัก ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ ระดับ 32.59/32.67 บาทต่อดอลลาร์ ข่าวเศรษฐกิจโลก - ประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โกซีย์ แห่งฝรั่งเศสเผย ยุโรปพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือกรีซ หากว่ารัฐบาลกรีซมีปัญหาในการระดมทุนเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณ โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ประชุมร่วมกับนายจอร์จ ปาปันเดรอู ของกรีซ ซึ่งการออกมาแสดงความเห็นของผู้นำฝรั่งเศสครั้งนี้ถือเป็นการออกมาให้คำมั่นที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้นำประเทศกลุ่มยุโรป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้ออกมาพูดในทำนองว่า จะไม่ให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่กรีซ - นายพอล วอล์คเกอร์ นายพอล วอล์คเกอร์ อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวว่า เป็นการเร็วเกินไปหากเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำหนดนโยบายของสหรัฐจะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและยุติการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์การเงินโลก - นายโจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ออกแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่กรุงปักกิ่งในวันนี้ว่า จีนมีความระมัดระวังเรื่องการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับส่งสัญญาณว่าอาจจะไม่มีการปรับเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเร็วๆนี้ แม้เศรษฐกิจจีนขยายตัวแข็งแกร่งถึง 10.7% ก็ตาม นายโจวยังกล่าวด้วยว่า ธนาคารกลางจีนพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมในการควบคุมการปล่อยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ หลังจากธนาคารกลางประกาศให้เพิ่มการกันสำรองสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ นายโจวกล่าวว่า การปฏิรูปค่าเงินหยวนถือเป็นนโยบายระยะยาว ส่วนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันของจีนนับว่ายืดหยุ่นมากพอ - กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงาน ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร (nonfarm payroll) ประจำเดือนก.พ.ปรับตัวลดลง 36,000 ตำแหน่ง ซึ่งลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะร่วงลง 50,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานเดือนก.พ.ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 9.7% - ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานว่า ปริมาณการขอสินเชื่อของผู้บริโภคในเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 4.96 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.4% ต่อปี ซึ่งป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 1 ปี และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าชาวอเมริกันมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น โดยสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อการซื้อรถยนต์และการศึกษา - นายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า ของจีน แถลงในที่ประชุมประจำปีของสภาผู้แทนราษฎรจีนในวันนี้ว่า รัฐบาลจีนจะนำพันธบัตรมูลค่า 2 แสนล้านหยวน หรือ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกขายเป็นปีที่สองในปีนี้ เพื่อนำเงินมาสมทบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนโครงการสาธารณูปโภค โดยรัฐบาลจีนกำหนดให้กระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบในการประมูลพันธบัตรครั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าจับตา