ทีเอ็นทีบุกเบิกศูนย์รวมการขนส่งสินค้าทั้งทางบกและทางอากาศ พร้อมบริการด้วยระบบตรวจสอบโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุเป็นรายแรกของไทย - newswit
กรุงเทพฯ--14 ต.ค.--Vivaldi Public Relations โครงการนำร่องสู่ศักราชใหม่แห่งธุรกิจการขนส่งสินค้าข้ามพรหมแดน คุณอลัน มิว กรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งบริษัท ทีเอ็นที เอ็กซเพรส เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวสรุปถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างทีเอ็นทีและกรมศุลกากร รวมถึงเรื่องการดำเนินงานโครงการนำร่องระบบตรวจสอบโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Identification – RFID) ของทีเอ็นทีเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการขนส่งสินค้าข้ามพรหมแดน ภายในงานสัมภาษณ์สื่อมวลชนรอบพิเศษในวันนี้ ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ผู้รับหน้าที่ให้สัมภาษณ์แก่บรรดาสื่อมวลชนในงานนี้ ได้แก่ คุณอลัน มิว กรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งบริษัท ทีเอ็นที เอ็กซเพรส เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด, มิสเตอร์เดวิด สเตนเบิร์ก ผู้จัดการทั่วไปแห่งเครือข่ายการขนส่ง Asia Road Network (ARN), และ คุณธนัท สุวัธนเมธากุล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “ทีเอ็นที เล็งเห็นมาโดยตลอดว่าระบบบูรณาการศูนย์รวมการขนส่งทางบกและทางอากาศในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน คือก้าวสำคัญในการต่อยอดความสำเร็จของเครือข่ายการขนส่งทางบกและทางอากาศของทีเอ็นทีในภูมิภาคนี้ การใช้ระบบตรวจสอบด้วยคลื่นความถี่วิทยุในกระบวนการศุลกากร ณ เขตปลอดอากรของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิภายใต้การดูแลของกรมศุลกากรไทย ถือเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญในการยกสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์รวมธุรกิจลอจิสติกส์ทั้งทางบกและทางอากาศของภูมิภาคอินโดจีน” คุณอลัน มิว กล่าว “ระบบบูรณาการศูนย์รวมการขนส่งทางบกและทางอากาศ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการเชื่อมต่อในการนำสินค้าผ่านด่านศุลกากรระหว่างทางบกและทางอากาศ เพื่อสร้างการขนส่งสินค้าแบบครบวงจรภายใต้เขตปลอดอากรของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสมบูรณ์” มิสเตอร์เดวิด สเตนเบิร์ก ผู้จัดการทั่วไปแห่งเครือข่าย ARN กล่าวว่า “ศูนย์รวมการขนส่งทางบกและทางอากาศนี้ถือเป็นการประสานความร่วมมืออย่างแท้จริงระหว่างรัฐบาลไทยและภาคเอกชน ในการพัฒนาระบบการทำงานด้านคลังสินค้าและการขนส่งข้ามพรหมแดนผ่านการดำเนินงานของกรมศุลกากรที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งเพื่อการนี้ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล จึงได้เริ่มใช้ระบบลอจิสติกส์แบบบูรณาการและการปิดผนึกสินค้าด้วยระบบตรวจสอบโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFID) ในกระบวนการนำสินค้าผ่านด่านศุลกากร ซึ่งในระดับของการปฏิบัติงานจริงนั้น การใช้ระบบตรวจสอบโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFID) ของกรมศุลกากรไทย ถือเป็นการสนับสนุนเครือข่ายการขนส่งทางบกแห่งเอเชียของทีเอ็นทีด้วย โดยช่วยให้ทีเอ็นทีสามารถมอบประโยชน์จากโครงการนำร่องนี้ให้แก่ผู้บริโภคได้ในระดับภูมิภาคเลยทีเดียว” “ระบบบูรณาการศูนย์รวมการขนส่งทางบกและทางอากาศของทีเอ็นที ถือเป็นการดำเนินงานครั้งแรกในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีระบบตรวจสอบโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFID) ซึ่งทำให้รถขนส่งสินค้าสามารถผ่านพรหมแดนของประเทศต่างๆ ได้โดยไม่ต้องขนถ่ายสินค้าลง การนำร่องระบบบูรณาการขนส่งทางบกและทางอากาศร่วมกับสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้า จึงถือเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวสำคัญเนื่องมาจากความสำเร็จของเครือข่ายการขนส่งทางบกแห่งเอเชียของทีเอ็นทีซึ่งดำเนินงานครอบคุลมทั่วทั้งภูมิภาคมานานกว่าห้าปี” มิสเตอร์เดวิด กล่าวสรุป คุณธนัท สุวัธนเมธากุล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่าระบบบูรณาการศูนย์รวมการขนส่งทางบกและทางอากาศ ดำเนินการเพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและยกระดับสถานะทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมรายใหญ่ รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของเมืองไทย “โครงการระบบตรวจสอบโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFID) ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้า เนื่องจากเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของกรมศุลกากรไทย ทำให้การนำสินค้าผ่านด่านศุลกากรเพื่อการนำเข้า การขนถ่ายลำเลียง และการส่งออกจะดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จภายในเขตปลอดอากรของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยไม่ต้องดำเนินการต่อที่จุดตรวจศุลกากรข้ามแดน จึงสามารถลดการตรวจสอบและงานเอกสารที่ซ้ำซ้อนได้เป็นอย่างมาก” คุณธนัท กล่าว “เราจึงเชื่อมั่นว่าการใช้การปิดผนึกด้วยระบบตรวจสอบโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFID) จะเป็นการพัฒนาและยกระดับระบบการทำงานของเขตปลอดอากรภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งส่งผลให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน ซึ่งจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในตลาดโลก” เกี่ยวกับทีเอ็นที เอ็กซเพรส ดิวิชั่น ทีเอ็นที เอ็กซเพรส คือหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งพัสดุภัณฑ์ด่วนชั้นนำระดับโลก โดยมีหน้าที่ขนส่งหีบห่อ เอกสาร และพัสดุรวมกว่า 4.4 ล้านชิ้นต่อสัปดาห์ไปกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ผ่านเครือข่ายคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และศูนย์คัดแยกสินค้ากว่า 2,409 แห่ง ทีเอ็นที เอ็กซเพรส ปฏิบัติงานด้วยยานพาหนะในการขนส่งทางบกกว่า 26,310 คัน และเครื่องบิน 48 ลำ และมีโครงสร้างการขนส่งสินค้าทั้งทางบกและทางอากาศแบบส่งตรงถึงมือลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ทีเอ็นที เอ็กซเพรส มีพนักงานมากกว่า 78,000 คนทั่วโลก ซึ่งถือเป็นองค์กรแห่งแรกที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกในฐานะองค์กรที่ลงทุนในด้านการพัฒนามนุษย์ โดยในปี ค.ศ. 2009 แผนกได้รายงานรายรับที่ 5.956 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นรายได้จากการดำเนินงาน 193 ล้านยูโร กรุณาดูข้อมูลของทีเอ็นที เอ็กซเพรส ที่ http://www.tnt.com/express ทีเอ็นที เป็นผู้ให้บริการด้านการจัดส่งไปรษณีย์และพัสดุด่วนให้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจและลูกค้าชั้นนำทั่วไประดับโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ ทีเอ็นทียังมีเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย และกำลังขยายการปฏิบัติงานไปยังทั่วโลกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายต่างๆ ทีเอ็นทีเปิดให้บริการในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 160,000 คนปฏิบัติงานอยู่ทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2552 ทีเอ็นทีรายงานยอดรายรับที่ 10.4 พันล้านยูโร และเงินรายรับจากการดำเนินงานที่ 648 ล้านยูโร โดยทีเอ็นทีได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอัมสเตอร์ดัมส์แล้ว นอกจากนี้ ทีเอ็นทียังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับโครงการเพื่อสังคมต่างๆ โดยเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับโครงการอาหารโลก และโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านความหิวโหยของผู้ยากไร้และมลพิษต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งความมุ่งมั่นของเราได้เป็นที่ประจักษ์ โดยในปี พ.ศ. 2552 ทีเอ็นทีติดอันดับสูงสุดในดัชนีวัดความมั่นคงดาวโจนส์เป็นปีที่สองติดต่อกัน สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เ็ว็บไซด์ http://group .tnt.com สำหรับสื่อมวลชน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ จันทร์พิมพ์ มีระเกตุ Public Relations Manager Vivaldi Public Relations โทรศัพท์: 0 2612 2253 ต่อ 105 แฟกซ์: 0 2612 2254 มือถือ: 081 425 7017 อีเมล์: [email protected] เว็บไซต์: www.vivaldipr.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. Chanpim Merakate VivaldiPR