ผลการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2553 - newswit
กรุงเทพฯ--13 ต.ค.--สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2553 ระหว่างวันที่ 8-10 ตุ าคม 2553 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 ได้เข้าร่วมการประชุมต่างๆ ดังนี้ 1. Breakfast Meeting กับนักลงทุนสหรัฐฯ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวถึงสภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ได้มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีอัตราการเจริญเติบโตถึงร้อยละ 10.6 และคาดว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ที่ร้อยละ 7.5 ซึ่งนักลงทุนสหรัฐฯ เห็นว่าอัตราก ารเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ดีในปัจจุบัน เป็นโอกาสอันดีที่จะเพิ่มการลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ นักลงทุนสหรัฐฯ ได้กล่าวสนับสนุนต่อการปฏิรูประบบกรมศุลกากรของไทย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ให้ความมั่นใจแก่นักลงทุนสหรัฐฯ ว่าจะสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการลงท นอย่างต่อเนื่อง 2. การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2553 โดยมี นาย Olusegun Olutoyin Aganga รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศไนจีเรีย ทำหน้าที่ประธานและกล่าวเปิดการประชุมฯ โดยในการประชุมฯ กร มการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (นาย Dominique Strauss-Kahn) ได้กล่าวถึงเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว โดยมีประเทศในภูมิภาคเอเชียเป็นผู้นำในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของประเทศสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปยังคงมีปัญหาอยู่ และเศรษฐกิ โลกยังเปราะบางจากความเสี่ยงในด้านต่างๆ อาทิ หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว ปัญหาการว่างงาน การปฏิรูปสาขาการเงิน และปัญหาค่าเงินของหลายประเทศ ซึ่งการแก้ปัญหาทั้งหมดจะสามารถทำได้โดยทุกประเทศจะต้องร่วมมือกัน นอกจากนี้ ประธานธนาคารโลก (นาย Robert B. Zoellick) ได้กล่าวถึงเศรษฐกิจโลกภายหลังวิกฤตมีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนวิกฤต และยังคงมีปัจจัยความเสี่ยงอยู่ ประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก แต่ประเทศต่างๆ ยังต้องประสบกับความไม่แน่นอนในด้านราคาอาหารและภัยธรรมชาติต่างๆ ประธานธนาคารโลกได้กล่าวถึงการ ห้ความช่วยเหลือของกลุ่มธนาคารโลกต่อประเทศสมาชิกในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา การรองรับและบรรเทาความไม่แน่นอนข้างต้น และประเด็นที่สำคัญระดับโลกต่างๆ เช่น การแก้ไขปัญหาโลกร้อน ความั่นคงทางอาหาร และความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย เป็นต้น นอกจากนี้ ประธานธนาคารโลกได้กล่าวถึงการปฏิรูปของกลุ่มธนาคารโลกเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ อาทิ การเพิ่มอำนาจการอ กเสียงและการมีส่วนร่วมของประเทศกำลังพัฒนา การเพิ่มทุนของธนาคารฯ การปฏิรูปการบริหารจัดการภายในองค์กร เป็นต้น 3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายในการประชุมประจำปีของ Institute of International Finance (IIF) ในหัวข้อ “ASEAN: Maintaining Growth, Addressing Challenges, and Tapping Opportunities” โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนต่อเศรษฐกิจโลก และได้ชี้แจงถึงสภาวะเศรษฐ ิจของไทยในปัจจุบันที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีความท้าทายในเรื่องข้อจำกัดของการใช้จ่ายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ สำหรับประเทศในภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็กที่มี ะบบเศรษฐกิจแบบเปิด และพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างสูง จะยังต้องเผชิญความท้าทายในเรื่องของการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน 4. ในช่วงบ่าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าร่วมการประชุมของประเทศสมาชิกกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Group: SEA Group หรือ กลุ่ม SEA) ของธนาคารโลก ซึ่งเป็นการหารือระหว่างผู้ว่าการธนาคารโลกของประเทศสมาชิกของกลุ่ม SEA ประกอบด้วยสมาชิก 11 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม ฟิจิ อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า เนปาล สิงคโปร์ ไทย ตองก้า และเวียดนาม ร่วมกับผู้ว่าการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศของประเทศสมาชิกของกล ่ม SEA ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 13 ประเทศ (เพิ่มกัมพูชา และฟิลิปปินส์) โดยมีประเด็นที่สำคัญที่หารือ ได้แก่ การดำเนินงานของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศต่อวิกฤตเศรษฐกิจโลกและบทบาทในอนาคตในการแก้ไขวิกฤตต่างๆ และค ามคืบหน้าในการปฏิรูปธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประเทศกำลังพัฒนามากขึ้นตลอดจนการเพิ่มความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือ 5. ในช่วงเย็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าร่วมการประชุม Bali Dialogue เพื่อหารือเกี่ยวกับกลไกด้านการเงิน เพื่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Financing)โดยมีแนวคิดจัดตั้งกองทุนเรียกว่า Fast Start Finance เพื่อมุ่งเน้นการลดผลกระทบและการรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในประเทศกำลั งพัฒนาและที่ยากจนมาก ซึ่งประเด็นด้านการเงินจะเป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 16 ที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก ในเดือนธันวาคม 2553 สำนักนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. (02) 273-9020 ต่อ 3667