ฟินันซ่าเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ประมาณการผลตอบแทน 3.6% ต่อปี - newswit

กรุงเทพฯ--18 ส.ค.--ฟินันซ่า นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด ยังแนะนำการลงทุนระยะสั้น สำหรับตลาดตราสารหนี้ เนื่องจากดอกเบี้ยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น คาดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะถูกปรับขึ้นอีกจากระดับปัจจุบันที่ 3.25% เนื่องจากได้รับ แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 4.08% ในเดือนกรกฏาคม 2554 ฟินันซ่าออกกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัส 6เดือน5 (FAM FIP 6M5) ให้ประมาณการผลตอบแทน 3.6 % ต่อปีอายุประมาณ 6 เดือน เสนอขายถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อขั้นต่ำ 2,000 บาท มั่นใจผลตอบแทนน่าสนใจเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นในลักษณะเดียวกัน โดยในเดือนที่ผ่านมาตัวเลขประมาณการที่เห็นสำหรับ 6 เดือนจะเป็น 3.1-3.55%[1]ต่อปีเท่านั้น FAM FIP 6M5 เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น โดยกองทุนจะ พิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน และ/หรือ เงินฝาก ของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนนี้จะลงทุนในเงินฝาก ธนาคารต่างประเทศสกุลเงิน CNY (ICBC, BOC HK or Macau or KBANK.) ตั๋วแลกเงินบมจ. Double A, บมจ. KTC, บมจ.เอเชียเสริมกิจลีสซิ่ง, บมจ.อุตสาหกรรม โรจนะ, บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท และบมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ และตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย อัตราผลตอบแทนมีการป้องกันความเสี่ยงจาก อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน CNY เป็นเงินบาทแล้ว เมื่อครบกำหนดการลงทุนบริษัทจัดการจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ โดยจะจัดให้มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนส่วนที่เหลือทั้งหมดของ กองทุนนี้เพื่อใช้ในการสับเปลี่ยนไปยังกองทุนเปิดฟินันซ่าเพิ่มพูนทรัพย์ (FAM VF) หรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการของผู้ ถือหน่วยลงทุนทุกรายโดยอัตโนมัติ โดย FAM VF มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ให้ประมาณการผลตอบแทนที่ 2.48 % ต่อปี 3 เดือนย้อนหลัง และ 2.23 % ต่อปี 6 เดือนย้อนหลัง ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2554[2] ผลตอบแทนย้อนหลัง FAM VF เกณฑ์มาตรฐาน* 3 เดือน 2.48% 1.59% 6 เดือน 2.23% 1.42% 1 ปี n/a n/a 3 ปี n/a n/a YTD 2.15% 1.38% ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 2.01% 1.28% *เกณฑ์มาตรฐาน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือนเฉลี่ย ประเภทบุคคลธรรมดาวงเงิน 1 ล้านบาทของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) การวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมนี้ ได้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานกองทุนรวมของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน 1. จากตารางสรุปรายละเอียดกองทุนตราสารหนี้ ประจำเดือนสิงหาคม 54 จัดทำโดย บล.ฟินันซ่า 2. จาก fund fact sheet กองทุนเปิดฟินันซ่า เพิ่มพูนทรัพย์ เดือนกรกฏาคม 2554 การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนอัตโนมัติเท่าที่คาดหวังไว้เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นของผู้ออกตราสาร หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือผลการประมูลของตราสารไม่เป็นไปตามที่กำหนด ผู้ถือ หน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้ ทั้งนี้ ตราสารที่ลงทุน สัดส่วนการลงทุน และประมาณการค่าใช้จ่าย อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือตามที่ บริษัทจัดการเห็นสมควร ในการนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุน กองทุนจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนตลอดอายุโครงการจัดการกองทุนรวมหรือตลอดรอบการลงทุนในแต่ละรอบ การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัส 6เดือน5 เมื่อ เห็นว่าการลงทุนในกองทุนนี้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของตนและผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้ ในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่ปกติ ผู้ลงทุนอาจได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน ในกรณีที่กองทุนนี้ไม่สามารถดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องได้ ผู้ลงทุนอาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้ เนื่องจากกองทุนนี้ลงทุนในต่างประเทศบางส่วน จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ไม่ปกติ ทำให้ กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับคืนเงินตามระยะเวลาที่กำหนด กองทุนนี้มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศที่กองทุนไปลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุนจะทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน (Fully Hedged) ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจและควรเก็บหนังสือชี้ชวนไว้เป็นข้อมูลเพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต และเมื่อมีข้อสงสัย ให้สอบ ถามผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้เข้าใจก่อนซื้อหน่วยลงทุน

ข่าว เอเชียเสริมกิจลีสซิ่ง ล่าสุด