สรุปราคาซื้อขายทองคำและGold Futures ภายในประเทศ ณ วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 9.00 น.
ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 1,055 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 4,124 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท เพิ่มขึ้น 7%แบบ 10 บาท เพิ่มขึ้น 5% GFZ13 ปิด 19,110 บาท และ GFG13 ปิด 19,180 บาท GF10Z13 ปิดที่ 19,100 บาท GF10G13 ปิดที่ 19,180 บาท
สัญญา Comex ปิดลดลง 3.6 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,237.9 ดอลลาร์/ออนซ์ Silver ปิดลดลง 21.1 เซนต์ ที่ระดับ 19.68 ดอลลาร์/ออนซ์SPDR ถือครองทองคำ 843.21 ตัน (ขายออก 5.7 ตัน) น้ำมัน NYMEX ปิดลดลง 1.38 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 92.3 ดอลลาร์/บาร์เรล ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 24.53 จุด ปิดที่ 16,097.33 จุด
ข่าวที่สำคัญ
ทองคำปรับตัวลดลงเนื่องจากนักลงทุนส่วนมากเริ่มออกจากตลาดในช่วงเทศกาล Thanksgiving และตลาดเป็นภาวะหมีขาลงลดแรงความสนใจในการลงทุนทองคำในเวลานี้
รายงานจากคิทโก้ระบุว่า การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าอีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากที่ราคาน้ำมันลดลงเนื่องจากเป็นภาวะขาลงตลอดทั้งสัปดาห์เช่นกัน
SPDR กลับมาเป็นผู้ขายทองคำอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ทำอะไรในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้เทขายทองคำออก 5.7 ตัน ปัจจุบันเหลือการถือครองทองคำที่ระดับ 843.21 ตัน
รายงานรอยเตอร์ ระบุว่า ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการประกาศตัวเลขการขออ้างสิทธิ์การว่างงานที่ลดลงกว่าที่คาดไว้ที่จะส่งผลกระตุ้นให้เฟดนั้นอาจตัดสินใจเรื่องการลดQE ลงในเร็วๆนี้
จากข่าวเรื่องการประกาศขยายอาณาเขตน่านฟ้าของจีนที่อาจส่งผลให้ทองคำดีดตัวขึ้นในฐานะเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอีกครั้งได้เนื่องจากมีความขัดแย้งในเรื่องพื้นที่ของญี่ปุ่นอีกทั้งจีนยังรอคำตอบเรื่องเครื่องบินรบที่บินเข้ามาท้าทายที่อาณาเขตที่ประกาศไว้จากสหรัฐฯ
ทางการจีนมีการนำเข้าทองคำผ่านทางฮ่องกงที่ยังคงติดอันดับที่ระดับสูงในรอบที่สองในเดือนตุลาคมเนื่องจากมีแรงซื้อเกิดขึ้นมากกว่า 100 ตัน ซึ่งเกิดแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตลาดทองคำนิวยอร์กจะปิดทำการในวันนี้ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) และจะปิดทำการเร็วกว่าปกติในวันศุกร์นี้
เบน เบอร์นันเก้และเหล่าลูกทีมนั้นได้เปิดเผยว่าพวกเขากังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในระยะยาวแม้ว่าจะมองว่าเศรษฐกิจนั้นเติบโตเร็วขึ้นสำหรับปี 2014 ตลาดแรงงานนั้นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจแต่เติบโตขึ้นเพียงแค่1%ในอัตราต่อปีตลอดระยะ 4 ปีที่ผ่านมาที่น้อยกว่าถึงครึ่งหนึ่งที่ระดับ 2.2% ในช่วงปี 1983
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นช่วงท้ายเดือนพ.ย.ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ปรับตัวลดลงในรอบสัปดาห์ที่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรไม่เปลี่ยนแปลงมากนักอยู่ที่ระดับ 1.3573 จากระดับก่อนหน้าที่ 1.3574
จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเกินคาด 10,000 ราย สู่ระดับ 316,000 ราย ส่งสัญญาณว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เฟดพิจารณาปรับลด QE ลงในเร็วๆนี้
การปรับตัวลดลงของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ประจำเขตชิคาโกประจำเดือนนี้ (พ.ย.) แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมทางภาคธุรกิจมีการชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ยังเป็นไปในทิศทางที่ดี
ตลาดหุ้นดาวโจนส์และตลาดหุ้นเอเชียปิดบวกเพิ่มเมื่อขึ้นคืนนี้ เพราะได้รับข้อมูลบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นช่วงท้ายเดือนพฤศจิกายนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการที่ปรับตัวลดลงในรอบสัปดาห์ที่แล้ว
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
นักบริหารเงินคาดว่า ค่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า ขานรับมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% คงเหลือ 2.25% มีโอกาสอ่อนค่าต่อทะลุ 32.50 บาท/ดอลลาร์ได้
ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อวาน
- Core Durable Goods Orders ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ -0.2% ตัวเลขจริงอยู่ที่ระดับ -0.1%
- Revised UoM Consumer Sentiment ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 72 ตัวเลขจริงอยู่ที่ระดับ 75.1
- Unemployment Claims ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 326K ตัวเลขจริงอยู่ที่ระดับ 316K
- Durable Goods Orders ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 3.8% ตัวเลขจริงอยู่ที่ระดับ -2.0%
- Chicago PMI ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 65.9 ตัวเลขจริงอยู่ที่ระดับ 63
ตัวเลขที่สำคัญที่ต้องติดตามวันนี้
- ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ
ทิศทางราคาทองคำ
ภาพรวมราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงสำหรับ ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยที่ราคาทองคำในรูปของเงินบาท ดูจะทรงตัวอยู่ได้เนื่องจากเงินบาที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ณ ขณะนี้ ค่าเงินบาทอยู่ระดับ 32.18 บาท/ดอลลาร์ โดยที่ยังอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เมื่อวานนี้ กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งเป็นการที่ตลาดไม่ได้คาดหวัง ทำให้ค่าเงินบาทเองกลับมาอ่อนค่าต่อเนื่องอีกครั้งหนึ่ง และคาดว่าค่าเงินบาทมีโอกาสจะอ่อนต่อได้อีก 2 วัน เนื่องจากเป็นสิ้นเดือน และเป็นช่วงที่การเมืองยังมีปัญหาอยู่ แนวต้านสำหรับเงินบาท ณ ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์ คิดว่าไม่น่าจะทะลุผ่านขึ้นไปได้ ในขณะที่ราคาทองคำยังคงถูกกดดันยังจากแรงเทขายของ SPDR อีก 5.7 ตัน เหลือการถือครองทองคำที่ระดับ 843.21 ตัน วิเคราะห์โดยภาพรวม ในวันนี้ตัวเลขเศรษฐกิจไม่มี จึงคาดว่าวันนี้ราคาทองคำจะเคลื่อนตัวแคบๆในกรอบระยะ 1-2 วันนี้ สำหรับเศรษฐกิจทางฝั่งยุโรป ดูท่าทางจะต้องมีการอัดฉีดคล้ายๆ QE เข้ามาอีก
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางแนวโน้มขาลง หลังจากที่ไม่สามารถผ่าน 1,260 เหรียญได้ ยังคาดว่าราคาทองคำจะกลับมาหลุดระดับ 1,228 เหรียญลงไปได้ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเมื่อ 5 วันก่อน และอาจจะลงไปทดสอบ 1,200 เหรียญภายในเร็วๆนี้ ราคาทองคำมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,230 เหรียญ แนวต้านที่ระดับ 1,250 เหรียญ ในเชิงเทคนิคคอลยังเป็นแนวโน้มขาลง และOscillator ต่างๆยังเป็นทิศทางขาลง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
ยังเป็นการรอจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวสูงขึ้น และค่อยซื้อกลับเพื่อปิดทำกำไร
-นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำให้ปิดสถานะ Long Position
-นักลงทุนที่ถือ Short Position
ปิดทำกำไรเป็นช่วงๆ
Gold Futures Z13 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,020 บาท และแนวต้านที่ระดับ 19,220 บาท
Gold Futures G14 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,100 บาท และแนวต้านที่ระดับ 19,300 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง