สรุปราคาซื้อขายทองคำและGold Futures ภายในประเทศ ณ วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 9.00 น. - newswit
ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 1,447 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 7,770 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท เพิ่มขึ้น 0.9% แบบ 10 บาท เพิ่มขึ้น 2.4% GFZ13 ปิด 19,320 บาท และ GFG13 ปิด 19,400 บาท GF10Z13 ปิดที่ 19,320 บาท GF10G13 ปิดที่ 19,420 บาท
สัญญา Comex ปิดลดลง 23.6 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,284.6 ดอลลาร์/ออนซ์ Silver ปิดลดลง 34 เซ็นต์ ที่ระดับ 21.317 ดอลลาร์/ออนซ์ SPDR ถือครองทองคำ 868.42 ตัน (เท่าเดิม ) น้ำมัน NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น 40 เซนต์ ปิดที่ระดับ 94.6 ดอลลาร์/บาร์เรล ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 167.8 จุด ปิดที่ 15,7614.78 จุด
ข่าวที่สำคัญ
ทองคำได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้ราคาทองคำร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1,300 เหรียญ ซึ่งตัวเลข Non-farm payrolls ออกมาดีขึ้นเกินคาด โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 41,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 204,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม จากเดิมที่มีการปรับทบทวนที่ระดับ 163,000 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดัน จากความวิตกกังวลที่ว่าเฟดอาจตัดสินใจลด QE เร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น GDP หรือข้อมูลด้านตลาดแรงงานที่ดีขึ้นสอดคล้องกัน
ผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญจากสำนักข่าว Kitco ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลง ในขณะที่บางส่วนมองว่า ราคาทองคำนั้นจะปรับตัวขึ้น และส่วนน้อยมองว่าราคาจะยังไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ
นายเควิน เกรดี้ นักวิเคราะห์จาก ฟีโอนิกซ์ ฟิวเจอร์ส แอนด์ ออพชั่น กล่าวว่า ถ้าทองคำหลุดแนวรับที่ระดับ 1,275-1,270 เหรียญ ก็อาจเห็นราคาลงไปแตะที่ระดับ 1,250 เหรียญ ซึ่งจะเป็นระดับที่มีแรงซื้อที่แข็งแกร่ง
สำหรับตลาดทองคำในจีนนั้นหากการปฏิรูปนั้นขยายตัวที่ระดับปานกลางก็จะส่งผลดีต่อทองคำซึ่งแรงกำลังซื้อจากจีนจะมากขึ้นก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจจีนนั้นแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลตัดสินใจกลับมาปรับสมดุลเศรษฐกิจ ก็อาจส่งผลเชิงลบให้กับตลาดทองคำเช่นกัน
นายเบน เบอนันเก้ แถลงการณ์ในคืนวันศุกร์ว่า แหล่งสถาบันการเงินและบริษัทต่างๆที่ไม่พัฒนาหรืออ่อนแอ ควรได้รับการดูแลและควบคุมภายใต้กฎเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะทำการปกป้องให้ระบบการเงินปลอดภัยไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจาก Bloomberg ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ 14 รายจาก 32 รายเชื่อว่าเฟดนั้นจะทำการลด QE ในเดือน มีนาคม 9 รายคาดว่าน่าจะเป็นเดือนมกราคมและอีก 5รายคาดว่าจะเป็นเดือนธันวาคม
สแตนด์เลย์ นักวิเคราะห์และวิจัยของเฟดสาขาริชมอนด์กล่าวว่า การรายงานตัวเลขงานที่แข็งแกร่งอาจทำให้เฟดกลับมาพิจารณาเรื่องลดQE แต่ในที่สุดแล้วก็ต้องกลับมาดูหลักฐานตัวเลขอื่นๆที่อาจจะกระตุ้นเตือนแต่อย่างไรก็ตามตัวเลขบางส่วนอาจสร้างความผิดหวังได้ซึ่งยังคงต้องติดตาม
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ที่ระดับ 72 จุด เนื่องจากภาคครัวเรือนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลสหรัฐฯที่ผ่านมา
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยอัตราการบริโภคส่วนบุคคลในเดือนกันยายนขยายตัวช้าลงแตะระดับ 0.2% จากเดิม 0.3% ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผู้บริโภคลดการใช้จ่ายสินค้าภาคการผลิต และหันมาเริ่มเก็บออมเงินมากขึ้นแทน
ดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลข Non – farm payroll เดือนต.ค.ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าการคาดการณ์เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร แตะตัวที่ 1.3347 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3418 ดอลลาร์สหรัฐ
การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับประเทศมหาอำนาจปิดฉากลงโดยไม่มีการบรรลุข้อตกลงใดๆ โดยผู้แทนระดับสูงของอียู เผยว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความคิดเห็นที่ต่างกันในบางเรื่องอยู่
ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในคืนวันศุกร์ที่ระดับ 15,761.78 จุด ขานรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนตุลาคม
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ขานรับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนและตัวเลขจ้างงานสหรัฐเดือนต.ค.ที่พุ่งสูงเกินคาด
วันนี้ตลาดสหรัฐฯปิดทำการเนื่องในวันทหารผ่านศึก (Veterans Day)
ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อวาน
- Non-Farm Employment Change ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 163K ตัวเลขจริงปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 204K
- Unemployment Rate ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 7.2% ตัวเลขจริงปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7.3%(เท่าคาดการณ์)
- Core PCE Price Index m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.1%ตัวเลขจริงทรงตัวที่ระดับ 0.1%
- Personal Spending m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.3% ตัวเลขจริงปรับตัวลดลงสู่ระดับ 0.2%
- Prelim UoM Consumer Sentiment ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 73.2 ตัวเลขจริงปรับตัวลดลงสู่ระดับ 72.0
ตัวเลขที่สำคัญที่ต้องติดตามวันนี้
- วันนี้ตลาดสหรัฐฯปิดทำการเนื่องในวันทหารผ่านศึก (Veterans Day)
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ออกมาดีขึนกว่าที่คาด ทั้งเรื่องของการจ้างงานนอกภาคเกษตรและ GDP กดดันทำให้ราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,300 เหรียญลงมา โดยที่ SPDR ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ซื้อขายเท่าไหร่ คงการถือครองทองคำที่ระดับ 868.42 ตัน ขณะที่ประเทศไทยมีปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทำให้ค่าเงินบาทเองกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหนึ่ง และเช้านี้ทะลุระดับ 31.50 บาท/ดอลลาร์ขึ้นมา เช้านี้ขึ้นมายืนอยู่ที่ระดับ 31.62 บาท/ดอลลาร์ ณ ขณะนี้ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยทำให้ราคาทองคำของไทยในรูปเงินบาทตกไม่ลึกนัก ในวันนี้เป็นวันทหารผ่านศึกของสหรัฐอเมริกาจึงจะทำให้ตลาด COMEX ปิดตลาดเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำเคลื่อนตัวอยู่ในกรอบทิศทางขาลง โดยที่มีแนวรับ 1,300 เหรียญลงมา แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ระดับประมาณ 1,275 – 1,280 เหรียญ ซึ่งถ้าหลุดลงมาจะไปทดสอบที่ระดับ 1,250 เหรียญอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นแนวรับที่สำคัญ
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
ให้ใช้กลยุทธ์ในทิศทางแนวโน้มขาลง โดยที่คาดว่าราคาทองคำยังมีโอกาสจะปรับตัวลดลงได้ แต่วันนี้คาดว่าจะเคลื่อนตัวในทิศทาง Sideways ในกรอบ 1,275 – 1,300 เหรียญ
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
หาจังหวะปิด Long เมื่อราคาดีดตัวสูงขึ้น
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
หาจังหวะทำกำไรเป็นช่วงๆ
Gold Futures Z13 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,250 บาท และแนวต้านที่ระดับ 19,450 บาท
Gold Futures G14 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,330 บาท และแนวต้านที่ระดับ 19,530 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง