สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปประจำสัปดาห์ที่ 14-18 ก.ค. 57 และแนวโน้มในสัปดาห์ที่ 21-25 ก.ค.57 - newswit
ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ
- Commodity Futures Trading Commission (CFTC) รายงานการลงทุนในตลาดซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาด NYMEX ที่นิวยอร์ก และ ICE ที่ลอนดอน สิ้นสุดสัปดาห์ที่ 15 ก.ค. 2557 นักลงทุนลดสถานะการเข้าซื้อสุทธิ (Net Long Position) ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 56,323 สัญญา อยู่ที่ 294,735 สัญญา นับเป็นปริมาณการซื้อลดลงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ CFTC เริ่มรายงานข้อมูล ในปี 2552
- Bloomberg รายงานซาอุดีอาระเบียผลิตน้ำมันดิบในเดือน มิ.ย. 57 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 75,000 บาร์เรล/วัน มาอยู่ที่ระดับ 9.78 ล้านบาร์เรล/วัน อนึ่งซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (OPEC)
- Nexen รายงานแหล่งผลิตน้ำมันดิบในทะเลเหนือ Buzzard Field 200,000 บาร์เรล/วัน กลับมาดำเนินการตามปกติในสัปดาห์นี้ภายหลังการซ่อมบำรุงแหล่งผลิตดังกล่าวแล้วเสร็จ
- กระทรวงน้ำมันของลิเบียรายงานยอดผลิตน้ำมันดิบล่าสุด ณ วันอังคารที่ 15 ก.ค. 57 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ 588,000 บาร์เรล/วัน จากสัปดาห์ก่อน 470,000 บาร์เรล/วัน ภายหลังจากแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara 340,000 บาร์เรล/วัน กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
- กรมศุลกากรเกาหลีใต้รายงานยอดนำเข้าน้ำมันดิบเดือน มิ.ย. 57 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.9% มาอยู่ที่ 2.4 ล้านบาร์เรล/วัน โดยนำเข้าน้ำมันดิบอิหร่านเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.9% มาอยู่ที่ 148,000 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากเดือน พ.ค. 57 ขณะที่นำเข้าน้ำมันดิบอิรักลดลงจากปีก่อน 36.8% มาอยู่ที่ 214,000 บาร์เรล/วัน
ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก
- หน่วยงานสารสนเทศทางด้านพลังงานของประเทศสหรัฐฯ Energy Information Administration (EIA) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 ก.ค. 57 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 7.5 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ระดับ 375.0 ล้านบาร์เรล เป็นการลดลงมากที่สุดในรอบ 6 เดือน กอปรกับอัตราการกลั่นน้ำมันดิบของโรงกลั่นในสหรัฐฯ อยู่ที่ 93.8% สูงสุดในรอบ 9 ปี ทั้งนี้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯเฉลี่ย 4 สัปดาห์อยู่ที่ระดับ 8.5 ล้านบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15.6% ขณะที่ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 7.33 ล้านบาร์เรล/วัน ลดลงจากปีก่อน 5.2%
- กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 ก.ค. 57 ลดลง 3,000 ราย อยู่ที่ 302,000 ราย และค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) สาขานิวยอร์คเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในรัฐนิวยอรค์ (Empire State Index) ในเดือน ก.ค. 57 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 6.3 จุด มาอยู่ที่ระดับ 25.6 จุด สูงที่สุดตั้งแต่เดือน เม.ย. 2553
- สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงาน
: อัตราการกลั่นน้ำมันดิบของจีนเดือน มิ.ย. 57 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 680,000 บาร์เรล/วัน และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 540,000 บาร์เรล/วัน อยู่ที่ระดับ 10.22 ล้านบาร์เรล/วัน สูงที่สุดในรอบ 4 เดือนหลังจากสิ้นสุดฤดูกาลโรงกลั่นปิดซ่อมบำรุง
: อัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของจีนในไตรมาส 2/57 เติบโตที่ระดับ 7.5% ซึ่งสูงกว่าผลสำรวจจากนักวิเคราะห์สำนัก Bloomberg ที่คาดการณ์ไว้ที่ 7.4% ในขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือน มิ.ย. 57 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.2% บ่งชี้การลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคตามนโยบายของนาย หลี่ เค่อเฉี่ยงนายกรัฐมนตรีที่สามารถกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้
- สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน National Bureau of Statistics (NBS) รายงานการบริโภคน้ำมันในเดือน มิ.ย. 57 อยู่ที่ระดับ 10.2 ล้านบาร์เรล/วัน สูงสุดในรอบ 17 เดือน และเพิ่มขึ้น 8.4% จากเดือนก่อนเนื่องจากโรงกลั่นกลับมาดำเนินการหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงในเดือน เม.ย. และ พ.ค.57
แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเนื่องจากนักลงทุนเทขายเพื่อทำกำไรจากระดับราคาที่พุ่งขึ้นสูงในช่วงก่อนหน้านี้ กอปรกับนักลงทุนเคลื่อนย้ายการลงทุนโดยการเข้าซื้อทองคำ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทดแทน เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองของโลก อาทิ เครื่องบินของสายการบิน Malaysian Airlines ถูกยิงตกในภาคตะวันออกของยูเครนบริเวณชายแดนติดกับรัสเซีย และกองทัพบกของอิสราเอลบุกเข้าสู่บริเวณฉนวน Gaza อย่างไรก็ตามลูกค้าในภูมิภาคเอเชียบางส่วนลังเลที่จะเข้าซื้อน้ำมันดิบของรัสเซียที่ส่งออกมาทางท่อขนส่ง ESPO เนื่องจากเกรงว่าจะละเมิดมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ต่อรัสเซีย ทั้งนี้ให้จับตามองการเจรจาระหว่างอิหร่านและกลุ่มมหาอำนาจ 6 ชาติ (P5+1) ที่ตกลงจะขยายระยะเวลาการเจรจาเรื่องการชะลอโครงการปรมาณูของอิหร่านเพื่อแลกเปลี่ยนกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านออกไปอีก 4 เดือน จากเดิมที่ทั้ง 2 ฝ่ายกำหนดเป้าหมายจะบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 20 ก.ค. นี้ ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคคาดว่าราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ Brent มีแนวรับแนวต้านอยู่ที่ 107.06 -110.05 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และ WTI มีแนวรับแนวต้านอยู่ที่ 101.07 - 105.67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซิน
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงจาก Reuters คาดการณ์ Pertamina ของอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้นำเข้าหลักของภูมิภาคมีแผนนำเข้าเบนซิน 88 RON ในเดือน ส.ค. 57 ลดลงจากเดือนก่อนประมาณ 1 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ระดับ 9 ล้านบาร์เรล เนื่องจากสิ้นสุดช่วงเทศกาลวันตรุษอีฎิลฟิตร์ในช่วงปลายเดือน ก.ค. ซึ่งชาวมุสลิมเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเฉลิมฉลองร่วมกับครอบครัว และญาติพี่น้อง และ International Enterprise Singapore (IES) รายงานปริมาณสำรอง Light Distillates ของสิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ก.ค. 57 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 1.19 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ระดับ 11.00 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามโรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียอยู่ระหว่างการปิดซ่อมบำรุง อาทิ มาเลเซีย และอินเดีย โดย Indian Oil Corp ออกประมูลซื้อปริมาณ 290,000 บาร์เรล สัปดาห์นี้คาดว่าเบนซิน (95) แกว่งตัวอยู่ในกรอบ 120.70-124.70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซล
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงจากโรงกลั่นYangzi ของจีนมีแผนเริ่มดำเนินการหน่วยกลั่นใหม่จำนวน 2 หน่วย ซึ่งประกอบด้วย Hydrocracker และ Hydrotreater 190,000 บาร์เรล/วัน ในช่วงปลายเดือน ก.ค. นี้ และ IES รายงานปริมาณสำรอง Middle Distillates ของสิงคโปร์สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ก.ค. 57 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 1.22 ล้านบาร์เรล (10.27%) อยู่ที่ระดับ 13.13 ล้านบาร์เรล สูงสุดตั้งแต่เดือน ก.ย. 54 อย่างไรก็ตามความต้องการน้ำมันดีเซลจากตะวันออกกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบีย และ อาฟริกาตะวันออกแข็งแกร่งเนื่องจากอุปสงค์น้ำมันดีเซลในตะวันออกกลางช่วงฤดูร้อนเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Petroleum Association of Japan รายงานญี่ปุ่นส่งออกน้ำมันดีเซลลดลงจากสัปดาห์ก่อน 30.4% ที่ระดับ 710,814 บาร์เรล สัปดาห์นี้คาดว่าน้ำมันดีเซลแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 117.50-120.50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล