สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปประจำสัปดาห์ที่ 21-25 ก.ค. 57 และแนวโน้มในสัปดาห์ที่ 28 ก.ค.- 1 ส.ค.57 - newswit.com
ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก
- ปฏิบัติการกองทัพอิสราเอลส่งกำลังทหารบุกภาคพื้นดินเพิ่มเติมจากการยิงจรวดเพื่อหวังกวาดล้างกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ชาวปาเลสไตน์บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีชาวปาเลสไตน์จำต้องอพยพลี้ภัยออกจากฉนวนกาซาไปเกินกว่าแสนราย
- บริษัทน้ำมันแห่งชาติ (National Oil Corp.) ของลิเบียเปิดเผยว่ายอดผลิตน้ำมันดิบช่วงปลายสัปดาห์ก่อนลดลงเกือบ 20% จาก 2 สัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 450,000 บาร์เรลต่อวัน หลังความรุนแรงภายในประเทศเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ส่งผลให้แหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Feel (กำลังการผลิต 130,000 บาร์เรลต่อวัน) ต้องหยุดดำเนินการเนื่องจากอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบระหว่างกองกำลังฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้าน
- สหภาพยุโรป (EU) เตรียมบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย รวมทั้งขัดขวางการปล่อยเงินกู้แก่รัสเซียเพื่อเป็นการตอบโต้ที่รัสเซียยังคงแทรกแซงในยูเครน ล่าสุด ต่างฝ่ายต่างมีการกล่าวหากันว่าอีกฝ่ายได้ยิงปืนใหญ่ข้ามไปยังพรมแดนของตน ทำให้ความตึงเครียดยังคงคุกรุ่น
- Energy Aspect รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของจีนในเดือน มิ.ย. 57 ลดลง 5.6 ล้านบาร์เรลจากเดือนก่อน มาอยู่ที่ระดับ 239.6 ล้านบาร์เรล เนื่องจากจีนนำเข้าน้ำมันดิบลดลงประกอบกับอัตราการกลั่นภายในประเทศเพิ่มขึ้น
- Markit Economics รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเบื้องต้น (Flash Manufacturing Purchasing Managers Index) ของจีน เดือน ก.ค. 57 เพิ่มขึ้น 1.3 จุด MoM มาอยู่ที่ 52.0 จุด สูงสุดในรอบ 18 เดือน
ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ
- Reuters รายงานว่าอิรักส่งออกน้ำมันดิบจากท่าเรือทางใต้ ในช่วงวันที่ 1-23 ก.ค. 57 ปริมาณ 2.52 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าในเดือน มิ.ย. 57 ที่ 2.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- Euroilstock รายงานว่าโรงกลั่นน้ำมันในยุโรปนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นในเดือน มิ.ย. 57 ลดลง 1.17 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และลดลง 0.43 ล้านบาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อน มาอยู่ที่ 9.28 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังโรงกลั่นน้ำมันประสบปัญหาค่าการกลั่น (Refining Margin) ตกต่ำจนต้องลดอัตราการกลั่นลง
- รัสเซียเสนอขายส่งออกน้ำมันดิบให้กับลูกค้าในตลาดเอเชียจากท่อขนส่ง Eastern Siberian-Pacific Ocean (ESPO) เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านตัน เนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมัน Achinsk ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 57
- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดประมาณการอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของสหรัฐฯ ในปี 57 ลงมาอยู่ที่ +1.7% เทียบกับปีก่อนหน้า จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ +2.0 % เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไตรมาส 1/57 จากสภาวะอากาศที่หนาวจัด
- ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ชี้ว่า GDP ไตรมาสที่ 2/57 อาจติดลบเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/57 ซึ่ง GDP อยู่ที่ +0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ตกต่ำ ประกอบกับที่ผ่านมาสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยนักลงทุนต่างเฝ้าระวังเหตุการณ์ระหว่างยูเครน รัสเซียและความเคลื่อนไหวของพันธมิตรชาติตะวันตก ล่าสุด รัสเซียกล่าวหายูเครนว่ายูเครนได้ยิงปืนใหญ่เข้าไปยังพรมแดนของรัสเซีย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ แถลง มีหลักฐานบ่งชี้ว่ากองทัพรัสเซียได้ยิงกระสุนปืนใหญ่ข้ามชายแดนมาโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังทหารรัฐบาลยูเครนอย่างต่อเนื่องพร้อมระบุรัสเซียยังตั้งใจจะส่งมอบเครื่องยิงจรวดที่มีอานุภาพรุนแรงมากขึ้นให้แก่กลุ่มกบฏยูเครนอีก เพิ่มความร้อนแรงด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าการส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปกว่า 5.5 ล้านบาร์เรลต่อวันของรัสเซียมีความเป็นไปได้น้อยที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ต่างจากสถานการณ์ในอิรักซึ่งมีความเปราะบางมากกว่าที่จะทำให้ยอดผลิตน้ำมันเกือบ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สงครามการเมืองในประเทศ แต่ในระยะยาว นักวิเคราะห์จาก PIRA ให้ความเห็นว่าซาอุดีอาระเบียยังคงมีความสามารถในการสร้างสมดุลตลาดน้ำมัน จึงปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent ในปี 58 มาอยู่ที่ 108 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลจากการคาดการณ์ครั้งก่อน และ WTI ในปี 58 มาอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลจากการคาดการณ์ครั้งก่อน สำหรับในสัปดาห์นี้ทางเทคนิคราคาน้ำมันดิบ Brent มีแนวรับแนวต้านอยู่ที่ 106.8-110 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ WTI แนวรับแนวต้านอยู่ที่ 101.7-104.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Dubai แนวรับแนวต้านอยู่ที่ 104.1-107.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซิน
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงเนื่องจากปริมาณสำรองเชิงพาณิชย์ทั้งในสิงคโปร์ ญี่ปุ่นและจีนล้วนอยู่ในระดับสูง ขณะที่ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่อย่างอินโดนีเซียได้เก็บสำรองเบนซินเพียงพอสำหรับรองรับเทศกาลท่องเที่ยวหลังเดือนรอมฎอนสิ้นสุดลงในวันที่ 28 ก.ค. 57 ประกอบกับรัฐบาลลดการอุดหนุนราคาขายปลีกเบนซินและดีเซลลง สำหรับทางเทคนิคในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันเบนซินจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 116.2-119.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซล
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงเนื่องจากอุปทานในเอเชียล้นตลาดขณะที่อุปสงค์ยังคงตกต่ำทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปซึ่งล่าสุดปริมาณสำรองดีเซลเชิงพาณิชย์บริเวณ Amsterdam-Antwerp-Rotterdam (ARA) สิ้นสุดสัปดาห์วันที่ 24 ก.ค. 57 เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีกว่า หลังจากปริมาณสำรองเพิ่มขึ้นเกือบทุกสัปดาห์ในช่วง 3 เดือนหลังมานี้ สำหรับทางเทคนิคในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันดีเซลจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 116.7-119.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล