บมจ.วันทูวัน คอนแทคส์ เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai 15 พ.ค. นี้ - newswit
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บมจ. วันทูวัน คอนแทคส์ (OTO)
จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 โดย OTO เป็นบริษัทย่อยของ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) ซึ่งประกอบธุรกิจด้านการบริการลูกค้าผ่านศูนย์บริการข้อมูลครบวงจร (Contact Center) ประกอบด้วยการบริหารจัดการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์แบบเต็มรูปแบบ การบริการจัดหาเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ และการบริการระบบศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์ รวมถึงการให้บริการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบศูนย์บริการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ
OTO มีทุนชำระแล้ว 280 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 210 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 70 ล้านหุ้น โดยนำหุ้นทั้งหมดจำนวน 80 ล้านหุ้น เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในราคาหุ้นละ 5.40 บาท แบ่งเป็นเสนอขายต่อผู้ถือหุ้น SAMART (Pre-emptive rights) 20 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 28 เมษายน – 2 พฤษภาคม และเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป 60 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 6-8 พฤษภาคม โดยมีมูลค่าระดมทุนทั้งสิ้น 378 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นางสุกัญญา วนิชจักร์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. วันทูวัน คอนแทคส์ เปิดเผยว่า การเข้าจดทะเบียนใน mai จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงินของบริษัทเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ที่มุ่งขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเป้าหมายในการผู้นำด้านศูนย์บริการข้อมูลครบวงจรในระดับอาเซียน
OTO มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 รายแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่ม SAMART ถือหุ้น 71.43% กลุ่มวิไลลักษณ์ ถือหุ้น 3.16% และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว จำกัด ถือหุ้น 0.56 % ทั้งนี้ตามข้อมูลที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน การกำหนดราคาหุ้น IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนสถาบัน (Book Building) โดยราคาดังกล่าวคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio) 16.86 เท่า คำนวณจากกําไรสุทธิของบริษัทฯ ในช่?วง 12 เดือนย้?อนหลัง (มกราคม ถึงธันวาคม 2556) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.32 บาท ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักภาษีและเงินสำรองตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับแผนการลงทุน และการขยายธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคต
ผู้ลงทุนและผู้สนใจ โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.onetoonecontacts.com และที่เว็บไซต์ www.set.or.th