Climate Week NYC เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมด้วยนายจอห์น แคร์รี่, บัน คี-มูน และทิม คุก
งานสัปดาห์สภาพภูมิอากาศซึ่งจัดโดย The Climate Group เล็งเห็นแรงขับเคลื่อนจากพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการร่วมเป็นพันธมิตรครั้งใหม่ของภาคธุรกิจ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก่อนการประชุม UN Climate Summit
ร่วมด้วยนายทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิ้ล และเซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งเวอร์จิ้น กรุ๊ป รวมถึงผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำอย่างบีที, อิเกีย, เอชพี, ล็อกฮีด มาร์ติน, สวิส รี และยูนิลีเวอร์
งานนี้ได้มีการประกาศพันธสัญญาครั้งใหม่จากภาคธุรกิจและรัฐบาลระดับท้องถิ่น ว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมเปิดตัว We Mean Business แนวร่วมภาคธุรกิจครั้งสำคัญ ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และยังได้เปิดตัว RE100 แคมเปญใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มส่วนแบ่งพลังงานสะอาดในตลาดโลก
Climate Week NYC ถือกำเนิดขึ้นในปีพ.ศ. 2552 โดย The Climate Group สำหรับงานในปีนี้จะประกอบไปด้วยกิจกรรมมากกว่า 120 กิจกรรม ในฐานะที่เป็นเวทีสนับสนุนการประชุม UN Climate Summit ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ โดยมี CDP ร่วมเป็นประธานในวันเปิดงาน
นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า “การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ทำให้เราต้องเสียอะไรมากขึ้น แต่การละเลยเรื่องนี้ต่างหากที่ทำให้เราต้องสูญเสีย แม้ทุกฝ่ายมองเห็น แต่เรากลับยังคงปล่อยให้ปัญหานี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะลดลง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องตัดสินใจเดินหน้าและลงมือแก้ไขเสียตั้งแต่วันนี้ โดยสหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะเป็นผู้นำ เพื่อเชิญชวนประเทศอื่นๆให้มาร่วมโต๊ะพูดคุย”
นายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นที่มีความสำคัญในยุคสมัยของเรา บัดนี้ถึงเวลาลงมือดำเนินการแล้ว และนั่นเป็นสิ่งที่ผู้คนได้ออกมาเรียกร้องตามท้องถนนของนิวยอร์กเมื่อวานนี้ และเป็นสิ่งที่เราจะให้ความสำคัญในการประชุม Climate Summit วันพรุ่งนี้ และยังเป็นสิ่งที่ Climate Week NYC กำลังสะท้อนให้เห็น”
นายมาร์ค เคนเบอร์ ซีอีโอของ The Climate Group ผู้จัดงาน Climate Week NYC กล่าวว่า “ภาคพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนการเติบโตและการสร้างงาน ในอัตราที่รวดเร็วกว่ามากเมื่อเทียบกับภาคส่วนอื่นๆของเศรษฐกิจ และนี่คือภาคส่วนที่เราตั้งความหวังไว้ว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการฟื้นตัวและความเจริญรุ่งเรืองสืบไป”
แหล่งข่าว: The Climate Group