เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ติดจอ 7.2 ชั่วโมง....ดื่มวีต้าเบอร์รี่เลย”

          เซเรบอส เปิดตัวแคมเปญใหม่รับปี 2015 “ติดจอ 7.2 ชั่วโมง....ดื่มวีต้าเบอร์รี่เลย” ใช้พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันกระตุกให้คนหันมาดูแลดวงตา
          แบรนด์วีต้า เปิดแคมเปญใหม่สำหรับวีต้าเบอร์รี่ 2015 “ติดจอ 7.2 ชั่วโมง...ดื่มวีต้าเบอร์รี่เลย”ปลุกกระแสตื่นตัวรักสุขภาพในสังคมไทย โดยเฉพาะดวงตา พบปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมการใช้จออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตต่างๆ โดยใช้เวลาอยู่หน้าจอเฉลี่ยสูงถึง 7.2 ชั่วโมงต่อวันและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุ่มงบ 50 ล้านบาทวางกลยุทธ์ชนิดปูพรม ทั้ง Above และ Below-the-line เผยปล่อยหนังใหม่ ชุด “ลองนับ… 7.2 ชม. ต่อวัน” นำโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ แบรนด์แอมบาสเดอร์ขวัญใจคนไทย เพื่อให้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลดวงตาคู่สวย เดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง
          นายบุญเลิศ สุขเสรีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า พฤติกรรมของคนในปัจจุบันมีการใช้อุปกรณ์ gadgetต่างๆ ค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่ตื่นไปจนถึงเข้านอน ในรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประเทศไทย ปี 2557 โดยส่วนงานดัชนีและสำรวจ สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พบว่า ค่าเฉลี่ยของการใช้อินเตอร์เน็ตของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 50.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือนับเป็นเวลาโดยเฉลี่ยสูงถึง 7.2 ชั่วโมงต่อวัน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ถึง 56%เพราะสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาจากเครื่องมือสื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่เมื่อกำลังจดจ่อหรือมีสมาธิกับงานที่ทำหรือเนื้อหาที่กำลังดู มักจะจดจ้องหน้าจอจนลืมเปลี่ยนอิริยาบถและกะพริบตาน้อยลง กอปรกับแสงที่ออกมาจากจอต่างๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อเลนส์ และจอประสาทตาอีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดภาวะคอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม (Computer Vision Syndrome: CVS) ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มนักศึกษา และกลุ่มคนทำงานในช่วงอายุ 15-34 ปี การใช้เทคโนโลยีทั้งคอมพิวเตอร์และ gadget ต่างๆ มีประโยชน์ทั้งในด้านการสื่อสารและการทำงาน และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนในยุคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเราจึงพยายามสร้างพฤติกรรมที่ดีในการใช้สายตา ควบคู่กับการปกป้องดูแลดวงตาให้กับผู้บริโภค
          "ภาวะคอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม คือ ภาวะบกพร่อง และผิดปกติกับดวงตาจากการเพ่งจอนานเกินไป รวมกับการไม่ค่อยกะพริบตา หรือพักสายตา เช่น ตาพร่า ตาแห้ง แสบตา เคืองตา ตาสู้แสงไม่ได้ บางรายเป็นมากถึงขั้นรู้สึกตาพร่ามัว ปวดตา ปวดกระบอกตา อาการดังกล่าวอาจเป็นน้อยบ้าง มากบ้าง แตกต่างกันในระหว่างบุคคล แต่ถึงจะไม่ได้เป็นความผิดปกติที่ร้ายแรงแต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะหากเกิดอาการเหล่านี้บ่อยเข้า อาจจะนำมาสู่ความผิดปกติ และโรคทางสายตาที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้”
          ทุ่ม 50 ล้าน ส่งกิจกรรมการตลาด 7.2 โปรเจค เน้นสื่อครบเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
          “รู้ไหม...เราดูจอกันคนละ 7.2 ชั่วโมงต่อวัน!”
สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาด วีต้าเบอร์รี่เตรียมงบประมาณสำหรับแคมเปญนี้ไว้ทั้งหมดประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำให้กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปให้เห็นความสำคัญและดูแลดวงตาตั้งแต่วันนี้ มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่ กระตุ้ให้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลดวงตาทุกวันด้วยวีต้าเบอร์รี่ โดยนำเอาสถิติพฤติกรรมการใช้จอของคนในปัจจุบันที่เฉลี่ยถึงวันละ 7.2 ชั่วโมงมาเป็นตัวกระตุ้นให้คนต้องการปกป้องดวงตา เพราะเราอยู่หน้าจอกันถึงวันละ 7.2 ชั่วโมง และในปีนี้เราจะพยายามสร้างพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคให้ต่อเนื่องโดยเน้นให้ดื่มวีต้าเบอร์รี่ทุกเช้า
          นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการตลาดสนับสนุนโดยจะโฟกัสที่ key message โดยให้ในทุกสื่อที่มีส่วนช่วยย้ำเตือนให้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพตา โดยใช้สถิติการใช้จอเฉลี่ย 7.2 ชั่วโมงของคนในปัจจุบันมาเป็นตัวกระตุกให้คนตระหนักถึงความสำคัญ ซึ่งสื่อหลักยังคงเป็นโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางฟรีทีวีช่องหลัก รวมทั้งขยายไปสู่ทีวีช่องดิจิตอลช่องใหม่มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการดูทีวีของผู้บริโภค นอกจากนี้เรายังเจาะไปที่สื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมายได้โดยตรงและเป็นสื่อที่ช่วยตอกย้ำพฤติกรรมการใช้จอของคนเมืองได้อย่างดี เช่น สื่อรถไฟฟ้า BTS และ สื่อรถไฟใต้ดิน MRT และเรายังมีกิจกรรมออนไลน์ชื่อ กิจกรรม 7.2 Project ที่เปิดให้ผู้ร่วมสนุกส่งรูปดวงตา พร้อมบรรยายว่าการอยู่หน้าจอ 7.2 ชั่วโมงนั้นยาวนานเท่ากับอะไร โดยณเดชน์ คูกิมิยะ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของวีต้าเบอร์รี่จะเป็นผู้ที่เลือกภาพและข้อความที่สร้างสรรค์ที่สุดเพื่อรับรางวัลไอโฟน 6 กิจกรรมนี้จะเป็นการตอกย้ำให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญและเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
          "เรียกว่าเป็นแคมเปญที่ทางวีต้าเบอร์รี่วางกลยุทธ์ชนิดปูพรมครบวงจรทั้ง Above และ Below-the-line เลยทีเดียว สำหรับภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ของวีต้าเบอร์รี่เรื่องใหม่นี้ ใช้ชื่อเรื่องว่า “ลองนับ… 7.2 ชม. ต่อวัน” นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ แบรนด์แอมบาสเดอร์ขวัญใจคนไทยคนเดิม มาร่วมตอกย้ำให้ดูแลดวงตา คู่สวย ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาที่ได้แนวคิดมาจากพฤติกรรมของคนในปัจจุบันที่ใช้ชีวิตติดหน้าจออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ ตลอดเวลา ทำจนเป็นความเคยชิน และลืมนับว่าเราใช้เวลาจ้องจอเหล่านี้มากถึง 50.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็น 7.2 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว และตอกย้ำให้ดื่มวีต้าเบอร์รี่ทุกเช้า เพราะมีสารแอนโธไซยานินจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และมีวิตามิน A สูง ช่วยในการมองเห็น" นายบุญเลิศกล่าว

สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
บริษัท คอมมูนิเคชั่น แอนด์ มอร์ จำกัด
คุณคนึงนิตย์ และคุณพิธิมา โทร. 02 718 3800





เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ติดจอ 7.2 ชั่วโมง....ดื่มวีต้าเบอร์รี่เลย”
เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ติดจอ 7.2 ชั่วโมง....ดื่มวีต้าเบอร์รี่เลย” เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ติดจอ 7.2 ชั่วโมง....ดื่มวีต้าเบอร์รี่เลย” เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ติดจอ 7.2 ชั่วโมง....ดื่มวีต้าเบอร์รี่เลย”

ข่าว ณเดชน์ คูกิมิยะ ล่าสุด