"ช่อง 8" ทุ่ม 200 ล้าน โหมประชาสัมพันธ์สื่อทั่วประเทศ ดูช่อง8 กดเลข 27

          อุตฯ ดิจิตอลทีวีระอุส่งท้ายปี "อาร์เอส" ชิงทุ่มเม็ดเงิน 200 ล้านบาท ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์สื่อเต็มสูบ เร่งสร้างการรับรู้ "ช่อง 8" ออนแอร์หมายเลข 27 เผยเพิ่งจัดทัพฝ่ายผลิตละครแล้วเสร็จ พร้อมวางกลยุทธ์สร้างรายได้ครบวงจร 360 องศาไว้ทุกเรื่อง รองรับแผนลงทุนปี 59 ที่ทุ่มพันล้านทำไม่ต่ำกว่า 30 เรื่อง มั่นใจประสบความสำเร็จแน่!!

          ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง กรรมการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับร่างประกาศฯ เรียงช่องใหม่ ที่มีการจัดเรียงช่องทีวีดิจิตอล ประเภทบริการสาธารณะและธุรกิจ ที่หมายเลข 1-36 เหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม ทั้งช่องทางการรับชมทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน, เคเบิลและทีวีดาวเทียม ถือเป็นข่าวดีของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล โดยเฉพาะกับผู้ชมทีวีที่จะช่วยให้ผู้ชมไม่สับสนกับหมายเลขช่องที่จัดเรียงอยู่ในปัจจุบัน 
          ทั้งนี้ หลังจากประกาศฯ มีผลบังคับใช้มองว่า ทั้ง (กสทช.) และผู้ประกอบการทีวีจะต้องร่วมกันประชาสัมพันธ์การจัดเรียงช่องใหม่ให้ประชาชนรับรู้ เชื่อว่าหลังจากทุกแพลตฟอร์มจัดเรียงช่องทีวีดิจิทัลเหมือนกันที่ลำดับ 1-36 จะทำให้จดจำช่องได้ง่าย และมีผู้ชมทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น โดยในส่วนของ "ช่อง 8" เตรียมใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์สื่อเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างการรับรู้ "ช่อง 8" ออกอากาศหมายเลข 27 ให้เร็วที่สุด ซึ่งในเฟสแรกจะติดตั้งป้ายโฆษณากลางแจ้งทุกจุดสำคัญทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่และเส้นทางเดินรถระหว่างเมืองจำนวนกว่า 400 แห่ง เริ่มได้เห็นตั้งแต่ 1 มค.2559 เป็นต้นไป 
          สำหรับในเฟสถัดไปเริ่มตั้งแต่ 1 มีค.2559 เพื่อขยายวงกว้างไปสู่สื่อโฆษณารูปแบบต่างๆ ได้แก่ สื่อบิลบอร์ดทางด่วน จอแอลอีดี สื่อณ.สถานีการคมนาคมต่างๆ เช่น สื่อรถเมล์ จอที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทีวีสถานีรถขนส่งหมอชิต จอแอลอีดีที่สถานีรถไฟหัวลำโพง รวมถึงจอทีวีในห้องน้ำ และศูนย์อาหารต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า สำหรับการเปลี่ยนหมายการรับชมช่อง8 โดยการใช้เลข 27 เลขเดียวนั้น มั่นใจว่าไม่ส่งผลกระทบต่อเรตติ้งอย่างแน่นอน เนื่องจากพฤติกรรมคนดูเลือกรับชมที่คอนเทนต์ใช่และชอบเป็นหลัก ดังนั้น หากนำเสนอคอนเทนต์ที่ใช่และชอบก็จะมีคนดูเปิดตามไปดูเอง ซึ่งที่ผ่านมา "ช่อง 8" มีแฟนประจำอยู่แล้วจึงไม่รู้สึกกังวลในเรื่องนี้ ตรงกันข้ามกลับคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง นับจากนี้เป็นต้นไปจะเป็นการแข่งขันของผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่จะได้อยู่ในสนามเดียวกันเสียที คาดว่าสิ้นปีนี้ทางสถานีฯ จะมีเรตติ้งจบอยู่ที่ 4 แสนรายต่อนาที จากปัจจุบัน 3.5 แสนรายต่อนาที เติบโตเท่าตัวเมื่อเทียบกับต้นปี
          ล่าสุด บริษัทฯ ได้ขยายฝ่ายผลิตละครเต็มรูปแบบ เพื่อสอดรับกับแผนลงทุนในปี 2559 ที่วางงบประมาณ 1 พันล้านบาท สำหรับผลิตละครไม่ต่ำกว่า 30 เรื่อง รองรับการออกอากาศที่เพิ่มครบทั้ง 7 วัน ทำให้ต่อไปนี้ "ช่อง 8" จะมีทีมผลิตละครเองที่แข็งแกร่ง รวมทั้งมีความหลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยเปิดโอกาสให้ผู้จัดละครนอกบริษัทเข้ามาร่วมงาน แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ แบบที่ 1 เป็นลักษณะที่ฝ่ายละครของช่อง8 ผลิตละครเอง และแบบที่ 2 เป็นลักษณะการเซ็นสัญญารับจ้างผลิตละครให้เฉพาะช่อง 8 อาทิเช่น บริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ของเมย์ เฟื่อง-หนุ่ม กรรชัย, บริษัท เกียรติระพี จำกัด ของเอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น เป็นต้น ทำให้เห็นสัดส่วนผลิตละครเองอยู่ที่ 40% และว่าจ้างผู้จัดนอกบริษัทผลิตอยู่ที่ 60% โดยตลอดปีหน้าจะได้เห็นละครฟอร์มยักษ์อย่างน้อย 1 เรื่องทุกไตรมาส ได้แก่ ล่าดับตะวัน เชลยศึก ระบำไฟ เป็นต้น 
          นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์บริหารจัดการละครที่ผลิตออกมาทุกเรื่องในรูปแบบครบวงจร 360 องศา เพื่อสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นครอบคลุมทุกมิติมากที่สุด ถือเป็นการปิดประตูขาดทุนนับตั้งแต่วันแรกที่อนุมัติผลิต ดังนี้ มิติแรกเป็นการขายค่าโฆษณาจากการออกอากาศบนช่อง 8 ที่กำลังจะปรับขึ้นเป็น 50,000-320,000 บาทต่อนาที จากทุกวันนี้มีอัตราค่าโฆษณาเริ่มต้น 5 หมื่นบาทต่อนาที และสูงสุด 2 แสนบาทต่อนาที 
          ตามด้วยมิติที่สองเป็นการขายค่าโฆษณาจากการออกอากาศบนช่องทางยูทูบในชื่อ ช่อง8 ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้คิดตามแล้ว 500,000 ราย ถือเป็นอีกช่องทางที่มีแนวโน้มเติบโตดี เพราะสอดรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อายุ 15-45 ปี นิยมรับชมละครย้อนหลังในช่วงเวลาที่สะดวก โดยละครที่มียอดรับชมสูงสุดขณะนี้ ได้แก่ เมียเถื่อน มียอดรับชมสูงถึง 20 ล้านวิว และมิติที่สามเป็นการขายลิขสิทธิ์ละครที่ออกอากาศในประเทศไทยแล้วให้กับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, พม่า บรูไน ฯลฯ ซึ่งปีนี้มีผลการดำเนินงานที่ดีไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท เนื่องจากภาษาและวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน และคาดว่าปีหน้าจะดียิ่งขึ้นเพราะเปิดการค้าเสรีอาเซียน (เออีซี) เต็มตัว รวมถึงประเทศจีนก็เป็นอีกตลาดที่มาแรงมีนายทุนสนใจซื้อหลายรายด้วย

ข่าว องอาจ สิงห์ลำพอง ล่าสุด