กลุ่มทิสโก้เปิดแผนธุรกิจปี 59 เดินหน้าจุดยืน “Top Advisory House” พร้อมมุ่งขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่ม มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นหนุนธุรกิจโต

           กลุ่มทิสโก้เปิดแผนธุรกิจปี 59 มั่นใจเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้น หนุนธุรกิจโต เผยกลยุทธ์มุ่งเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่ม และพัฒนาระบบไอทีก้าวสู่ดิจิทัลแบงก์ภายใน 3 ปี พร้อมรักษาจุดยืนในการเป็น "Top Advisory House" ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการทางการเงินครบวงจร
          นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า แม้ปี 2559 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังคงต้องเผชิญกับความผันผวน แต่ทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของภาครัฐที่มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งจะช่วยชดเชยการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยวได้บางส่วนและจะยังส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศในปีนี้ รวมถึงมาตรการใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยปีนี้สดใสมากขึ้น จากปัจจัยดังกล่าว กลุ่มทิสโก้มองว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินธุรกิจในปี 2559 ให้สามารถเติบโตขึ้นได้ในระดับที่น่าพอใจ
          สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2559 กลุ่มทิสโก้ยังคงมุ่งขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงขยายไปยังตลาดใหม่ ๆ ที่ยังมีการเติบโต ทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อย ลูกค้าบรรษัท และลูกค้าธนบดีและจัดการกองทุน บนจุดยืนในการเป็น "Top Advisory House" ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการทางการเงินครบวงจร อีกทั้งยังมุ่งเน้นการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบ และการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีเพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพ รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ได้แก่การพัฒนาระบบเพื่อเข้าสู่การบริการแบบดิจิทัลแบงก์ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มพัฒนาระบบดังกล่าวแล้วและคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในอีก 3 ปีจากนี้ (ปี 2561) 
          "ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจ เพราะการเปลี่ยนแปลงตอนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นรอบวัฏจักร หรือคาดการณ์ได้เหมือนในอดีต แต่ปัจจุบันเป็นการพลิกผันที่เร็วมาก ทุกธุรกิจต้องมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากขึ้น แต่ด้วยข้อดีของกลุ่มทิสโก้ที่มีความคล่องตัวสูง และสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ประกอบกับมีการเตรียมแผนธุรกิจไว้อย่างครอบคลุม ทำให้ที่ผ่านมาเราสามารถบริหารจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเรามั่นใจว่าปีนี้จะเป็นอีกปีที่เราเติบโตได้ตามกลยุทธ์ที่วางไว้
          สำหรับกลยุทธ์ธุรกิจในปีนี้ เราก็ยังคงมุ่งเน้นการเลือกทำธุรกิจบนความเสี่ยงที่รับได้ (Risk-adjusted return) โดยธุรกิจธนาคารเรายังคงมีสินเชื่อรายย่อยเป็นตัวชูโรง ขณะที่สินเชื่อธุรกิจจะได้แรงหนุนจากโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของภาครัฐ ด้านธุรกิจจัดการกองทุน โดย บลจ. ทิสโก้ ก็เป็นอีกธุรกิจที่ในปีนี้จะเติบโตได้ดี และที่ผ่านมาผลงานการบริหารจัดการกองทุนเราก็ทำได้ดี โดยเฉพาะกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์ ซึ่งปีนี้จะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ แม้จะมีขึ้นลงตามภาวะตลาด แต่เชื่อว่าด้วยบริการที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปีที่แล้ว บล.ทิสโก้ ก็ได้รับรางวัลบริษัทหลักทรัพย์ยอดเยี่ยม จากเวที SET Awards 2015 ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนให้ธุรกิจหลักทรัพย์เติบโตได้ในระดับที่ดีเช่นกัน" นางอรนุช กล่าว 
          ด้าน นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินงานในส่วนของธนาคารทิสโก้ ปี 2559 จะยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นในธุรกิจหลัก โดยมีสินเชื่อรายย่อยระดับล่าง (ไมโครไฟแนนซ์) ภายใต้แบรนด์ "สมหวัง เงินสั่งได้" ที่บริหารงานภายใต้ บริษัท ไฮเวย์ จำกัด บริษัทในเครือธนาคารทิสโก้ เป็นตัวชูโรง หลังจากปีที่ผ่านมากระแสตอบรับแบรนด์สมหวัง เงินสั่งได้ถือว่าดีมากและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี และจากความต้องการสินเชื่อของลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เชื่อว่าปีนี้จะเป็นอีกปีที่สมหวัง เงินสั่งได้ จะมีการเติบโตได้โดดเด่นได้แพ้ปีที่ผ่านมา ขณะที่ในด้านของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะกลับมาขยายตัวได้ในระดับที่มีเสถียรภาพมากขึ้น 
          ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) ที่ได้ออกผลิตภัณฑ์ประกันที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเช่นกันนั้น และจากการออกผลิตภัณฑ์แผนคุ้มครองโรคมะเร็ง (Zero Cancer) มาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการปรากฎว่าได้รับความสนใจอย่างมาก จึงจะมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องในปีนี้และเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนสินเชื่อธุรกิจเชื่อว่าจะกลับมาขยายตัวได้ดี โดยจะมุ่งเน้นการสร้างฐานธุรกิจให้แก่ลูกค้าบริษัทด้วยการตอบสนองความต้องการทางการเงินในเชิงรุกด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
          นายชาตรี จันทรงาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายควบคุมการเงินและบริหารความเสี่ยงกลุ่มทิสโก้ กล่าวถึงผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ในปี 2558 ว่า ณ สิ้นปี 2558 กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 4,250 ล้านบาท คงที่จากปีก่อนหน้า โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 จากการขยายสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค ประกอบกับการบริหารต้นทุนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนการเงินปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตามภาวะตลาด รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักเติบโตร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุน จากการออกกองทุนรวมที่หลากหลายในภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์จากธุรกิจประกันยังคงปรับตัวดีขึ้นแม้ในภาวะสินเชื่อชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.2 จากการตั้งสำรองหนี้สูญให้แก่ลูกหนี้กลุ่มสหวิริยาสตีลอินดัสตรี เต็มทั้งจำนวน 100 %
          สำหรับเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีจำนวน 238,260 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.3 จากปีก่อนหน้า แม้ว่าการปล่อยสินเชื่อรายย่อยโดยรวมของกลุ่มทิสโก้มีการขยายตัวเพิ่มขั้นจากปีก่อนหน้า โดยยอดการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 แต่ยังคงมีระดับต่ำกว่าการชำระคืนเงินให้สินเชื่อของลูกค้าในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อปรับตัวลดลง ทั้งนี้สินเชื่อเช่าซื้อชะลอตัวลงอันเป็นผลต่อเนื่องจากการปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลย์ของตลาดรถยนต์ภายหลังจากมาตรการรถคันแรก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้น 2 – 3 ปี นอกจากนี้ ในปี 2558 ยังมีการตัดหนี้สูญของบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี ยูเค (SSI UK) อีกด้วย 
          ณ สิ้นปี 2558 หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.23 จากการจัดชั้นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบมจ.สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) (ประเทศไทย) จำนวน 821 ล้านบาท ซึ่งมีการตั้งสำรองเต็มโดยหักหลักประกันตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย และการปรับลดลงของเงินให้สินเชื่อรวม ทั้งนี้ หากไม่รวมลูกหนี้สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) (ประเทศไทย) หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ทั้งหมดมีแนวโน้มดีขึ้น 
          ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาโดยตลอดทั้งปี โดยประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) สำหรับสิ้นปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 17.9 สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำร้อยละ 8.5 ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ร้อยละ 13.9 และร้อยละ 4.0 ตามลำดับ




กลุ่มทิสโก้เปิดแผนธุรกิจปี 59 เดินหน้าจุดยืน “Top Advisory House” พร้อมมุ่งขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่ม มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นหนุนธุรกิจโต
กลุ่มทิสโก้เปิดแผนธุรกิจปี 59 เดินหน้าจุดยืน “Top Advisory House” พร้อมมุ่งขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่ม มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นหนุนธุรกิจโต กลุ่มทิสโก้เปิดแผนธุรกิจปี 59 เดินหน้าจุดยืน “Top Advisory House” พร้อมมุ่งขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่ม มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นหนุนธุรกิจโต

ข่าว สหวิริยาสตีลอินดัสตรี ยูเค ล่าสุด