สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปประจำสัปดาห์ที่ 11-15 เม.ย. 59 และ แนวโน้มสัปดาห์ที่ 18-22 เม.ย. 59
ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก
· Energy Information Administration (EIA) ประเมินปริมาณการผลิต Shale Oil ของสหรัฐฯ ในเดือน พ.ค. 59 จะลดลงจากเดือนก่อน 120,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 4.84 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการลดลงรายเดือนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา
· Baker Hughes Inc. รายงานจำนวน Rig ขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐอเมริกา สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 เม.ย. 59 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 3 Rig มาอยู่ที่ 351 Rig เป็นการลดลงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์
· Reuters รายงานปริมาณส่งออกน้ำมันดิบจากท่าบริเวณตอนใต้ของอิรักเดือน พ.ค. 59 อยู่ที่ 3.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากเดือนก่อน 200,000 บาร์เรลต่อวัน
· นาย Robert Kaplan ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯสาขา Dallas (FED Dallas) มองว่า FED จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 26-27 เม.ย. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากทิศทางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ชัดเจน และคาดว่า FED อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย. 59
· สำนักวางแผนและวิเคราะห์ปิโตรเลียมของอินเดีย หรือ Petroleum Planning and Analysis Cell (PPAC) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงน้ำมันอินเดีย รายงานอินเดียบริโภคน้ำมันในเดือน มี.ค. 59ปริมาณ 4.56 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.4%
ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ
· Oil Movement ของอังกฤษรายงานปริมาณส่งออกน้ำมันดิบของ OPEC ช่วง 4 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย. 59อยู่ที่ระดับ 24.23 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ไม่รวม เอกวาดอร์ แองโกลาและอินโดนีเซีย) เพิ่มขึ้น 140,000 บาร์เรลต่อวัน จากช่วง 4 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 มี.ค. 59
· สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics) รายงานอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส
1/59 อยู่ที่ระดับ 6.7% ต่อปี ลดลงจากไตรมาสก่อน 0.1% ต่อปี อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เห็นว่าอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลและเศรษฐกิจจีนมีเสถียรภาพมากขึ้น
· กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ International Monetary Fund (IMF) ประเมินอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก (GDP) ปี 2559 ที่ระดับ 3.2% ลดลงจากการประเมินในเดือน ม.ค. 59 ที่ 3.4% ขณะที่ประเมินGDP ปี 2560 เติบโตที่ระดับ 3.5 % ลดลงจากการประเมินครั้งก่อน ที่ 3.6%
· EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 เม.ย. 59 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 6.6 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 536.5 ล้านบาร์เรล
· International Energy Agency (IEA) คาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2559 เติบโตที่ 1.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากปีก่อน 640,000 บาร์เรลต่อวัน จากความต้องการใช้น้ำมันของจีน สหรัฐฯ และ ยุโรป ชะลอตัว อนึ่ง IEAเห็นว่าอุปสงค์น้ำมันของอินเดียที่คาดว่าปีนี้จะเติบโต 300,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นปัจจัยหลักหนุนอุปสงค์น้ำมันโลกปี2559
· OPEC ประเมินอุปสงค์น้ำมันดิบโลกปี 2558 เติบโตที่ระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลง 50,000 บาร์เรลต่อวัน จากประมาณการครั้งก่อนในเดือน ก.พ. 59 เพราะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและลาตินอเมริกา
แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบลดลงจากการประชุม Production Freeze ของประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบกลุ่ม OPEC และNon-
OPEC รวม 18 ประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ล้มเหลวไม่บรรลุข้อตกลงใดๆเกี่ยวกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ เพราะซาอุดีอาระเบียย้ำจุดยืนว่าจะไม่คงปริมาณการผลิตหากปราศจากความร่วมมือจากอิหร่านซึ่งไม่เข้าร่วมประชุม ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านล่าสุดเดือน เม.ย. 59 เพิ่มขึ้น 600,000 บาร์เรลต่อวัน ใกล้ปริมาณการผลิต 1,000,000 บาร์เรลต่อวัน ที่อิหร่านกำหนดเป็นเป้าหมายการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มหลังการคว่ำบาตรยุติ อนึ่งการประชุมที่ล้มเหลว สะท้อนการขาดความร่วมมือของกลุ่ม OPEC โดย IEA ระบุว่าอุปทานน้ำมันจะปรับตัวสู่ดุลยภาพ (Re-Balancing) ใน ปี 2560 ส่งผลให้ผู้ค้าเทขายน้ำมันเพราะกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด อย่างไรก็ตามการประท้วงของพนักงานบริษัท KPC ในคูเวตกระทบปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของคูเวต ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Energy Aspects เห็นว่าการเจรจามีแนวโน้มยุติลงในเดือนนี้ ซึ่งจะทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของคูเวตลดลงทันทีประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งยังทำให้ Supply Disruption จากแหล่งผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกในช่วงที่มีการประท้วงเพิ่มสู่ระดับ 2.77 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงที่สุดในรอบ 2 ปี ด้านเศรษฐกิจนาง Christine Lagarde ผู้อำนวยการ IMF กล่าวระหว่างการประชุมร่วมของ IMF และ World Bank ว่าประเทศสมาชิกควรใช้นโยบายทางเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิ อุปสงค์รวมตกต่ำ ผลกระทบจาก Brexit และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ ให้ติดตามการออกกฎหมายของสหรัฐฯที่จะอนุมัติให้สามารถฟ้องรัฐบาลต่างชาติต่อศาลสหรัฐฯ ซึ่งซาอุดีอาระเบียขู่ว่าหากกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้ ตนจะขายทรัพย์สินในสหรัฐฯ มูลค่ารวมกว่า 7.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เพราะกฎหมายดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียถูกฟ้องร้องเพราะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 9/11 ทางเทคนิคคาดว่าสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบ Brent จะเคลื่อนไหวในกรอบ 39-43 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล, WTI เคลื่อนไหวในกรอบ 37-41 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และ Dubai เคลื่อนไหวในกรอบ 35-39 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
สถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซิน
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นจาก BMI Research ระบุว่าความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในปี2559 ยังคงแข็งแกร่งเพราะผู้บริโภครายใหญ่ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และอินเดียคงการใช้น้ำมันเบนซินในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน โดยเฉพาะอินเดียที่น่าจับตามองเป็นพิเศษเพราะ PPAC ของกระทรวงน้ำมันอินเดียรายงานปริมาณการบริโภคน้ำมันเบนซินในประเทศปีงบประมาณ 2558 (1 เม.ย. 58 - 31 มี.ค. 59 ) อยู่ที่ระดับ 515,000 บาร์เรลต่อวัน สูงสุดในรอบ 15 ปี จากยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ผลิต Compact car รุ่นใหม่ในราคาที่ดึงดูดใจผู้บริโภค ประกอบกับ International Enterprise of Singapore (IES) รายงานปริมาณสำรอง Light Distillates สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 เม.ย. 58 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 153,000 บาร์เรล อยู่ที่ระดับ 14.53 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตามรัฐบาลจีนให้โควตาส่งออกน้ำมันเบนซินแก่โรงกลั่นของจีน ช่วงไตรมาส 2/2559 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน149% มาอยู่ที่ระดับ 329,000 บาร์เรลต่อวัน และ Reuters รายงานบริษัท JX Holding ผู้ประกอบการโรงกลั่นรายใหญ่ของญี่ปุ่นปรับกระบวนการกลั่น (Refinery Configuration) ของโรงกลั่น Mizushima (กำลังการกลั่น 250,000 บาร์เรลต่อวัน) จากเดิมที่กลั่นน้ำมันดีเซลเป็นหลักให้กลั่นน้ำมันเบนซินเพิ่มมากขึ้นเพื่อส่งออกไปตลาดต่างประเทศเริ่มตั้งแต่เดือน เม.ย. 59 โดยเน้นส่งออกไปยัง จีน และออสเตรเลีย อีกทั้งโรงกลั่น Mailiao (กำลังการกลั่น 540,000 บาร์เรลต่อวัน) ของไต้หวันมีแผนเปิดดำเนินการหน่วย RFCC No.2 (กำลังการกลั่น 84,000 บาร์เรลต่อวัน) ต้นสัปดาห์นี้ หลังปิดซ่อมบำรุงประจำปีตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. 59 ด้านปริมาณสำรองน้ำมัน PJK International B.V.รายงานปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ บริเวณ ARA สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 เม.ย. 59 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 11.7% มาอยู่ที่ 10.85 ล้านบาร์เรล สัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันเบนซินจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 51-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซล
สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นจาก Reuters รายงานปริมาณซื้อขายน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ วันที่ 1-14 เม.ย. 59 อยู่ที่ระดับ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าช่วงครึ่งแรกของเดือน มี.ค. 59 ที่ระดับ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ Goldman Sachs รายงานอุปสงค์น้ำมันดีเซลของอินเดียเพิ่มขึ้นจากการผลิตถ่านหินและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และปัจจุบันภาวะภัยแล้งคุกคามพื้นที่การเกษตรหลายส่วนในอินเดีย ทำให้เกษตรกรใช้ปั๊มน้ำเพื่อสูบน้ำเข้าแปลงเพาะปลูกของตน โดย PPAC รายงานอุปสงค์น้ำมันดีเซลของอินเดียปีงบประมาณ2558 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.5% สู่ระดับ 1.67 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ในส่วนของปริมาณสำรองน้ำมันดีเซล IES ของสิงคโปร์รายงานปริมาณสำรอง Middles Distillates สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 มี.ค. 59 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 113,000 บาร์เรล อยู่ที่ระดับ 12.38 ล้านบาร์เรล และ PJK International B.V. รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดีเซลเชิงพาณิชย์ บริเวณ ARA สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 เม.ย. 59 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 1.3% มาอยู่ที่25.90 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม โรงกลั่น Huizhou ( 235,000 บาร์เรลต่อวัน) ของบริษัท CNOOC ของจีนมีแผนส่งออกน้ำมันดีเซลในเดือน เม.ย. 59 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 10,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 25,000 บาร์เรลต่อวัน ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันดีเซลสำหรับการประมงของจีนลดลง จากฤดูห้ามจับปลาของจีนที่จะเริ่มในเดือน พ. ค. – ส.ค. 59 สัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันดีเซลจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 44-48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล