สมาชิกวิจัย คอบช. วางแผนผลักดัน 10 อุตสาหกรรม พัฒนาเศรษฐกิจชาติ

          เมื่อเร็วๆนี้ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ครั้งที่ 1/2559 โดยมีผู้บริหารระดับสูงขององค์กรบริหารจัดการงานวิจัยของประเทศซึ่งเป็นสมาชิก คอบช. ประกอบด้วย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) น.ส.กุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) น.ส.สุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมประชุม โดยมี นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นประธานที่ประชุม ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ผู้บริหารได้ร่วมวางแผนขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีแนวทางการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป
          นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า การสร้างงานวิจัยที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยเพื่อลดการนำเข้าหรือเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันการส่งออก สิ่งสำคัญต้องมีการเชื่อมโยงผลลัพธ์งานวิจัยโดยมองภาพรวมของการพัฒนาอย่างรอบด้าน รวมทั้งต้องมีกระบวนการต่อยอดงานวิจัยให้ไปถึงการใช้ประโยชน์ คอบช. นับเป็นกลไกสำคัญหนึ่งของการขับเคลื่อนงานวิจัย ด้วยการทำงานที่เน้นการบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อนทั้งด้านทรัพยากรและประเด็นการทำงานได้อย่างดี ทั้งนี้ งานวิจัยด้านสุขภาพ ในส่วนที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศได้ เช่น วิจัยสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย วิจัยยาที่ใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบัน ฯลฯ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของการพัฒนาสู่ระดับโลกได้
          ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า หลังจากนี้ไปประเทศไทยจะมีงานวิจัยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลผลิตจากโครงการวิจัยมุ่งเป้าภายใต้การบริหารจัดการงานวิจัยร่วมกับของ คอบช. ซึ่งงานวิจัยที่เพิ่มขึ้นนั้นมีความสำคัญทั้งที่เป็นวาระชาติ และเป็นโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ คอบช. ต้องหาแนวทางการทำงานเพื่อรองรับความท้าทาย ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพงานวิจัยให้มากขึ้น โดยเสนอให้มีการปรับปรุงระบบการทำงานร่วมกัน อาทิเช่น ระบบการประชุมผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเพื่อเชื่อมประสานการทำงานให้เกิดความต่อเนื่องและเร่งขับเคลื่อนการสนับสนุนทุนวิจัย การร่วมค้นหาโจทย์วิจัยเพื่อแก้ปัญหาประเทศ โดยบูรณาการการทำงานทั้งเชิงการร่วมคิดและร่วมทำ การขยายเครือข่ายสมาชิก คอบช. ให้กว้างขึ้น ทั้งหมดภายใต้การขับเคลื่อนงานวิจัย สู่เป้าหมายสร้างการเปลี่ยนแปลงของประเทศ โดยเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ
          น.ส.สุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตามที่คณะกรรมการกำกับโครงการวิจัยท้าทายไทย ได้พิจารณาและเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการทุนโครงการท้าทายไทยและโครงการวิจัยเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลตามวาระแห่งชาติซึ่งเน้นโจทย์วิจัยที่ท้าทายต่อการพัฒนาประเทศในเรื่องสำคัญๆ โดยระหว่างนี้ วช. ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการโครงการท้าทายไทย กำลังพิจารณารูปแบบการบริหารจัดการโครงการที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงต่อการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง ซึ่ง คอบช. จะเป็นเครือข่ายการทำงานที่สำคัญในการร่วมขับเคลื่อนโครงการฯให้เป็นระบบและเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
          ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวถึงการดำเนินงาน ภายใต้การขับเคลื่อนของ คอบช. ในเรื่องแนวทางการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (New Engine of Growth) ของประเทศ ซึ่งมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยขับเคลื่อนหลักนั้น ได้ดำเนินการรวบรวมงานวิจัยจากหน่วยงานสมาชิก คอบช. ที่มีความสอดคล้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าว โดยรวมได้ทั้งสิ้น 407 โครงการ แบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมเดิมที่ศักยภาพ (First S-curve) 222 โครงการ ในจำนวนนี้ 129 โครงการ เป็นโครงการวิจัยในอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และใน 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) มี 185 โครงการ ในจำนวนนี้ 73 โครงการ เป็นโครงการวิจัยในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
          ทั้งนี้ ในด้านการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ที่ประชุมเสนอแนวทางสำคัญๆ ไว้ ดังนี้ 1) การประสานให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาควิชาการกับภาคเอกชน ตลอดจนหน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกำหนดความต้องการใช้ประโยชน์ตั้งแต่ต้นทาง โดยเริ่มจากการกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศที่ควรจะเป็น การวิเคราะห์ช่องว่างการพัฒนา ที่จะสร้างงานวิจัยมาอุดช่องว่างหรือเติมเต็มการพัฒนานั้นได้อย่างไรต่อไป 2) จัดลำดับความสำคัญและสถานะงานวิจัยที่จะนำไปใช้ประโยชน์ พร้อมๆกับการเติมเต็มองค์ความรู้ที่ยังขาดอยู่ เพื่อผลักดันไปสู่การใช้ประโยชน์ในระดับต่างๆ 3) สร้างโอกาสและช่องทางสื่อสารระหว่างผู้ผลิตงานวิจัยและผู้ใช้ประโยชน์ เพื่อให้เกิดการนำเสนอผลงานวิจัยและการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เช่น งานแสดงผลงานวิจัย งานสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเผยแพร่หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านสื่อหรือช่องทางต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ สิ่งที่ คอบช. จะเร่งดำเนินการในขณะนี้ก่อน คือ การสังเคราะห์งานวิจัยที่มีโอกาสใช้ประโยชน์ได้สูง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลักดันการใช้ประโยชน์ โดยส่วนหนึ่งจะจัดทำเป็นข้อเสนอเพื่อการปฏิรูประบบวิจัยเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไปนอกจากนั้น คอบช. ยังร่วมกันเชื่อมโยงข้อมูลงานวิจัยเข้าสู่ระบบ NRMS ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลงานวิจัยที่สำคัญของประเทศต่อไป





สมาชิกวิจัย คอบช. วางแผนผลักดัน 10 อุตสาหกรรม พัฒนาเศรษฐกิจชาติ
สมาชิกวิจัย คอบช. วางแผนผลักดัน 10 อุตสาหกรรม พัฒนาเศรษฐกิจชาติ สมาชิกวิจัย คอบช. วางแผนผลักดัน 10 อุตสาหกรรม พัฒนาเศรษฐกิจชาติ สมาชิกวิจัย คอบช. วางแผนผลักดัน 10 อุตสาหกรรม พัฒนาเศรษฐกิจชาติ

ข่าว สถาบันวิจัยระบบ ล่าสุด