กพร. เตรียมพลิกบทบาทปี 60 ชูมิติใหม่การดำเนินงาน รับการขยายตัวของอุตสาหกรรม 4.0

          · กพร. ตั้งเป้าเป็นหน่วยงานส่งเสริมการจัดหาวัตถุดิบสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด และเชื่อมโยงแหล่งแร่ทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างความคล่องตัวของผู้ประกอบการ
          กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดบทบาทใหม่ปี 2560 เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในยุคประเทศไทย 4.0 ได้แก่ หน้าที่จัดหาวัตถุดิบป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งวัตถุดิบขั้นต้นจากแหล่งธรรมชาติ วัตถุดิบทดแทน และวัตถุดิบขั้นสูง การพัฒนาความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดจากวัตถุดิบต่างๆ และ การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านแหล่งวัตถุดิบและการพัฒนาวัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมวางแผนการพัฒนาการกำกับดูแลส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความรู้แก่ชุมชนให้มากขึ้นเพื่อการประกอบการอุตสาหกรรมแร่สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม กพร. ยังคงเดินหน้าโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมุ่งส่งเสริมการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้มีมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR-DPIM) และมีการประกอบการตามนโยบายอุตสาหกรรมเหมืองแร่สีเขียวตลอดจนยังมีเป้าหมายในการผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามยุทธศาสตร์กระทรวงอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่า 50 รายในปี 2560
          นายวิษณุ ทับเที่ยง โฆษกและผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า ในปี 2560 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะมีการปรับเปลี่ยนบทบาทครั้งสำคัญ จากเดิมที่เน้นการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการประกอบกิจการอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน ไปสู่บทบาทใหม่ที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 และรองรับนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ตลอดจนจะมีการปรับเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็นกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและวัตถุดิบ โดยรายละเอียดภาพรวมของภารกิจใหม่ ได้แก่
          · จัดหาวัตถุดิบป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมวัตถุดิบทั้ง 3 ประเภท คือ
          (1) วัตถุดิบขั้นต้น หรือวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติ (Natural Raw Materials) ได้แก่ แร่ทุกชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ถ่านหิน แร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิก ฯลฯ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างตาม Mega Projectเช่น หินก่อสร้าง เหล็ก ฯลฯ
          (2) วัตถุดิบทดแทน (Secondary Raw Materials – Recycling) จากกระบวนการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย เพื่อแยกสกัดแร่และโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น ทองคำ ทองแดง เงิน ดีบุก เหล็ก ฯลฯ
          (3) วัตถุดิบขั้นสูง (Advanced Raw Materials) จากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัตถุดิบ/วัตถุดิบทดแทนคุณภาพสูงที่เป็นแร่ โลหะ และสารประกอบของโลหะ เช่น แร่หายาก (Rare Earth) แร่ที่ต้องใช้ในอุตสาหกรรมศักยภาพ
          · พัฒนาความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยสนับสนุนการพัฒนาความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ให้สามารถใช้ประโยชน์วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบนำไปสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย อาทิ การพัฒนาและเชื่อมโยงแร่ควอตซ์ซึ่งมีปริมาณสำรองแร่ควอตซ์คุณภาพในประเทศไทยกว่า 25 ล้านตัน ให้สามารถเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์จากโซล่าเซลล์ เป็นต้น
          · ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ กพร.จะมีบทบาทในการจัดหาวัตถุดิบธรรมชาติจากอุตสาหกรรมแร่จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม โดยอาศัยจุดเด่นในเรื่องขององค์ความรู้เทคโนโลยี เงินทุน และความต้องการใช้งานภายในประเทศ โดย กพร. จะทำหน้าที่ประสานงานด้านนโยบาย กฎหมาย กฎ และระเบียบ ระหว่างภาครัฐในแต่ละประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการในการเข้าไปลงทุน

          อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่ม CLMV ดังกล่าว จะเอื้อประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถนำเข้าแร่ที่ประเทศไทยมีความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ถ่านหิน ทรายแก้ว โลหะ หินปูน จากกลุ่มประเทศดังกล่าวได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งช่วยลดการเสียดุลทางการค้าของภาคอุตสาหกรรมไทย ขณะเดียวกันใน กพร. ตั้งเป้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเกิดลงทุนด้านอุตสาหกรรมแร่ในต่างประเทศ เพื่อป้อนวัตถุดิบที่ประเทศไทยมีไม่พอใช้หรือไม่มีกลับมาเพื่อใช้ในประเทศ ไม่น้อยกว่าปีละ 10-20 ราย นายวิษณุ กล่าวเสริม
          นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นอีกปัจจัยหลักที่ กพร. มีนโยบายในการกำกับ ควบคุม และดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสมดุลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เหมืองแร่สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้ โดยกพร.มีแผนงานในการพัฒนาการกำกับดูแลส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความรู้แก่ชุมชนให้มากขึ้นตั้งแต่กระบวนการขอสำรวจแหล่งแร่ไปจนถึงกระบวนการผลิตแร่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาการประกอบการให้เป็นที่ยอมรับของชุมชนและสังคม ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา กพร. ได้ดำเนินการตรวจสอบและกำกับดูแลการประกอบกิจการเหมืองแร่ให้เป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนดได้กว่าร้อยละ 97.49 หรือคิดเป็นจำนวน 1,400 รายจากทั้งหมด 1,436 รายพร้อมตั้งเป้าปี 2560 มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เข้าร่วมโครงการมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR-DPIM) จำนวน 10 ราย โครงการอุตสาหกรรมเหมืองแร่สีเขียวให้ได้เพิ่มขึ้นจำนวน 20 ราย ตลอดจนตั้งเป้าหมายให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานสามารถพัฒนาสถานประกอบการให้ได้การรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green industry) ไม่น้อยกว่า 50 ราย
          สำหรับผลการดำเนินงานตลอดปีงบประมาณ 2559(ระหว่างเดือนตุลาคม 2558 – กันยายน 2559) ที่ผ่านมา กพร. ได้ดำเนินการอนุญาตสิทธิสำรวจและทำเหมืองแร่ทั้งสิ้น 108 แปลง มีมูลค่าแหล่งแร่ประมาณ 19,764 ล้านบาท ดำเนินการจัดเก็บรายได้ค่าภาคหลวงแร่จำนวน 4,017 ล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบัน กพร.มีสถานประกอบการอุตสาหกรรมแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานในการกำกับดูแลทั้งสิ้น 1,436 ราย มีการผลิตแร่จำนวน 34 ชนิด รวมมูลค่า 77,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 27.7 สำหรับแร่ที่มีมูลค่าการผลิตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หินปูน มูลค่า 34,327 ล้านบาท รองลงมาเป็น ลิกไนต์ มูลค่า 14,015 ล้านบาท และยิปซัมมูลค่า 6,290 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนแร่ที่มีการใช้ภายในประเทศมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หินปูน มูลค่า 34,299 ล้านบาท รองลงมาเป็นลิกไนต์ มูลค่า 15,070.9 ล้านบาท และเกลือหิน มูลค่า 2,360 ล้านบาท ตามลำดับ และการส่งออกแร่ที่สำคัญสูงสุด 3 อันดับแรก คือ โลหะดีบุก มูลค่า 4,348.8 ล้านบาท รองลงมาคือ ยิปซัม มูลค่า 4,192.8 ล้านบาท และทองคำ มูลค่า 2,521 ล้านบาท ตามลำดับ นายวิษณุ กล่าวทิ้งท้าย
          สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2202 3555 หรือเข้าไปที่ www.dpim.go.th
กพร. เตรียมพลิกบทบาทปี 60 ชูมิติใหม่การดำเนินงาน รับการขยายตัวของอุตสาหกรรม 4.0
 

กพร. เตรียมพลิกบทบาทปี 60 ชูมิติใหม่การดำเนินงาน รับการขยายตัวของอุตสาหกรรม 4.0 กพร. เตรียมพลิกบทบาทปี 60 ชูมิติใหม่การดำเนินงาน รับการขยายตัวของอุตสาหกรรม 4.0 กพร. เตรียมพลิกบทบาทปี 60 ชูมิติใหม่การดำเนินงาน รับการขยายตัวของอุตสาหกรรม 4.0

ข่าว วิษณุ ทับเที่ยง ล่าสุด