เจาะลึก “คุณค่าที่เหลืออยู่ของน้ำมะพร้าว 100%” ฉลาดเลือกก่อน “น้ำตาล” จะเข้ามาแทนที่!!!
แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ปัจจุบันน้ำมะพร้าว 100% ที่บรรจุในขวดพร้อมดื่มหรือที่เรียกว่า ยูเอชที ในท้องตลาดบ้านเราซึ่งมีมากมายหลายยี่ห้อนั้น จริงๆ แล้วมีคุณค่าทางโภชนาการเหลืออยู่หรือไม่ ทีมงานจึงได้เชิญ ดร.ณัชนก นุกิจ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารและโภชนาการมาร่วมพูดคุย และเผยว่า "น้ำมะพร้าว อุดมไปด้วยแร่ธาตุ เปรียบเป็นเกลือแร่ธรรมชาติ ทดแทนการเสียเหงื่อ ป้องกันการอ่อนเพลียได้ดี อีกทั้งยังมีสารอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อีกมากมาย โดยตามลำดับแล้ว น้ำมะพร้าวสดๆ ดีที่สุด แต่ "น้ำมะพร้าว 100% บรรจุขวด" ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะสะดวก หาซื้อง่าย ราคาคงที่ ผู้บริโภคสามารถหาซื้อยี่ห้อที่รสชาติถูกปาก คุณภาพถูกใจ ไม่มีส่วนผสมเพิ่มเติมจากน้ำตาลหรือสารทดแทนความหวานได้ทั่วไปตามท้องตลาด โดยก่อนซื้อสามารถพลิกดูฉลากเพื่อเปรียบเทียบคุณค่าทางสารอาหาร ที่ผู้ผลิตแต่ละรายได้ระบุไว้อย่างชัดเจนที่ข้างขวด"
คุณค่าทางสารอาหารที่พบมากสุดในน้ำมะพร้าว ได้แก่ สารอาหารจำพวกเกลือแร่โดยเฉพาะ โพแทสเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการชดเชยการสูญเสียเกลือแร่ และช่วยชดเชยการขาดน้ำของร่างกาย อันเนื่องมากจากการออกกำลังกาย หรืออาการป่วยจากโรคท้องร่วง นอกจากนี้ น้ำมะพร้าวยังมีเกลือแร่ชนิดอื่นๆ เป็นองค์ประกอบอีกด้วย เช่น แมกนีเซียม แมงกานีส และแคลเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่ายกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวโดยสังเขป คือ แมกนีเซียม มีบทบาทในการช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่จำเป็นสำหรับการเผาผลาญสารอาหาร ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แมงกานีส มีบทบาทในการควบคุมการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดที่มีส่วนช่วยร่างกายในการใช้ วิตามินบี และวิตามินซี เพื่อเผาผลาญโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และช่วยให้การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อให้สัมพันธ์กัน แคลเซียม มีบทบาทในการสร้างกระดูกและฟัน
น้ำมะพร้าวยังมีองค์ประกอบของ เอ็นไซม์ กรดอะมิโน และกรดไขมัน ที่ช่วยในกระบวนการย่อย การดูดซึม และการเผาผลาญในร่างกาย รวมไปถึง วิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย (anti-oxidation) และ วิตามินบี ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ซึ่งจะช่วยให้เอนไซม์ในร่างกายทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ท้ายสุดน้ำมะพร้าวยังมี สารไซโตไคนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชที่มีคุณสมบัติเป็น สารต้านการเกิดริ้วรอย (anti-aging) สารต้านมะเร็ง (anti-cancer) และป้องกันการแข็งตัวของลิ่มเลือดได้อีกด้วย
เราถามต่อว่า น้ำมะพร้าว 1 ลูก มีสารอาหารเท่าไรบ้าง ? ดร. ณัชนก นุกิจนักวิชาการด้านโภชนาการ กล่าวว่า "ตามผลการส่งตรวจวิเคราะห์ค่าของสารอาหารและแร่ธาตุโดยประมาณ น้ำมะพร้าว 1 ลูก ที่มีปริมาตร 105 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 2.61 กรัม โพแทสเซียม 250 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม แมงกานีส 0.142 มิลลิกรัม การจะดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อเสริมสุขภาพในด้านเกลือแร่ให้ได้ประโยชน์มาก และอยู่ในปริมาณที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป สำหรับบุคคลทั่วไป ผู้ออกกำลังกายซึ่งสูญเสียเกลือแร่ สมควรเปรียบเทียบกับปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับต่อวันด้วย ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 182 พ.ศ. 2541 (เอกสารแนบท้ายบัญชีหมายเลข 3) ระบุว่า คนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไป (THAI RDI) กำหนดปริมาณสารอาหารดังกล่าวที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน ดังนี้ โพแทสเซียม 3,500 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 350 มิลลิกรัม แมงกานีส 3.5 มิลลิกรัม และสำหรับการบริโภคน้ำตาล องค์การอนามัยโลกได้มีการกำหนดการบริโภคน้ำตาลว่า ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน หรือประมาณ 24 กรัม" ซึ่งเมื่อพิจารณาปริมาณสารอาหารและแร่ธาตุที่ร่างกายเราจะได้รับจากการบริโภคอาหารในแต่ละวันแล้ว การดื่มน้ำมะพร้าวอาจมีส่วนช่วยให้ร่างการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น
โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถคงคุณค่าของสารอาหารและน้ำดื่ม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคหลายกรรมวิธี บริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอเรจ จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มยี่ห้อ if คือ หนึ่งในผู้ผลิตน้ำมะพร้าว 100% ปราศจากการเติมน้ำตาลและสารทดแทนความหวานบรรจุขวด ได้นำเข้าเครื่องจักรทันสมัยมาใช้ในการผลิตควบคู่ไปกับเทคโนโลยี Eco-System โดยใช้วิธีการผลิตใหม่ล่าสุดของโลก คือ การผลิตด้วยกรรมวิธี Cold Aseptic Filling ที่ใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อโรค และบรรจุเย็นฉับพลัน ซึ่งสามารถคงคุณค่าของวิตามินและสารอาหารได้ดีกว่าการผลิตแบบเดิมถึง 5 เท่า จึงทำให้ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ if ได้รับคุณค่าสารอาหารจากเครื่องดื่มอย่างเต็มที่