มรภ.สงขลา คว้าบทความดีเด่น สาขาวิทย์ฯ กายภาพ ศึกษายางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห์ เพิ่มความยืดหยุ่น - newswit

          นักวิจัย มรภ.สงขลา นำยางธรรมชาติผสมกับยางสังเคราะห์ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ทนทาน ใช้ในผลิตภัณฑ์ยางล้อรถ คว้ารางวัลบทความดีเด่น กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ งานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 9 พัฒนางานวิจัย สร้างสรรค์อุดมศึกษาไทย ก้าวไกลสู่ Thailand 4.0 
          นายวัชรินทร์ สายน้ำใส อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วยนักศึกษาในโปรแกรมฯ 4 คน คือ นายอดิศักดิ์ เหมือนจันทร์ น.ส.ชาวดี ปะตาแระ น.ส.อัสมา ศิกะคาร และ น.ส.อาตีฟ๊ะ บุตรา เข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 9 "พัฒนางานวิจัย สร้างสรรค์อุดมศึกษาไทย ก้าวไกลสู่ Thailand 4.0" ณ มรภ.นครปฐม โดยมีผลงานวิจัยที่ผ่านการพิจารณาให้เข้าร่วมนำเสนอทั้งสิ้น 329 ผลงาน จากสถานศึกษาต่างๆ 65 หน่วยงาน ซึ่งตนและทีมงานนำเสนอผลงานวิจัยในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ จำนวน 2 เรื่อง คือ 1. การใช้ฟูมซิลิกาในผลิตภัณฑ์โฟมยางที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติ จัดทำโดย อัสมา ศิกะคาร อาตีฟ๊ะ บุตรา เอกฤกษ์ พุ่มนก และ รัฐพงษ์ หนูหมาด 2. การอ่อนตัวของความเค้นและพลังงานสูญเสียของยางธรรมชาติผสมยางบีอาร์ และยางธรรมชาติผสมยางเอสบีอาร์ จัดทำโดย ชาวดี ปะตาแระ อดิศักดิ์ เหมือนจันทร์ และ วัชรินทร์ สายน้ำใส ซึ่งงานวิจัยเรื่องนี้ได้รับรางวัลบทความดีเด่น (Best Paper Award) กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ
          นายวัชรินทร์ กล่าวถึงที่มาของการทำวิจัยเรื่องดังกล่าวว่า ยางธรรมชาติเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ปัจจุบันมีการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด สมบัติเด่นของยางธรรมชาติคือมีความต้านทานต่อแรงดึงสูง แม้ไม่ได้เติมสารเสริมแรง เนื่องจากมีโครงสร้างโมเลกุลที่สม่ำเสมอ ทำให้ตกผลึกได้เมื่อดึงและสามารถยืดได้ถึงประมาณ 1000% หรือมากกว่านั้น สมบัติในการยืดได้สูงนี้ทำให้ยางธรรมชาติสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง ความร้อนสะสมภายในที่เกิดขณะใช้งานต่ำ และมีสมบัติการเหนียวติดกันที่ดี จึงเหมาะสำหรับการผลิตยางรถบรรทุก ยางล้อเครื่องบิน หรือใช้ผสมกับยางสังเคราะห์ในการผลิตยางรถยนต์ นอกจากนั้น ยังมีความต้านทานต่อการฉีกขาดสูง ทั้งที่อุณหภูมิต่ำและอุณหภูมิสูง
          อย่างไรก็ตาม แม้ยางธรรมชาติจะมีสมบัติที่ดี เหมาะสำหรับทำผลิตภัณฑ์ยาง แต่ยางธรรมชาติมีข้อเสียหลักคือ การเสื่อมสภาพเร็วภายใต้แสงแดด ออกซิเจน โอโซน และความร้อน เนื่องจากโมเลกุลของยางธรรมชาติมีพันธะคู่ (double bond) อยู่มาก ทำให้ยางไวต่อการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและโอโซน โดยมีแสงแดดและความร้อนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ดังนั้น ในการแก้ไขข้อด้อยเหล่านี้สามารถทำได้โดยการเลือกเอาสมบัติที่ดีจากยางสังเคราะห์ชนิดอื่นมาทดแทน โดยการผสมยางธรรมชาติกับยางสังเคราะห์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ยางที่มีสมบัติเหมาะสมในการใช้งาน เช่น สมบัติด้านความทนทานต่อการขัดถูของยางบีอาร์ (บิวทาไดอีน, BR) สมบัติความทนทานต่อน้ำมันของยางไนไตรล์ (NBR) สมบัติความทนทานต่อความร้อนและโอโซนของยางเอทธิลีนโพรพิลีนไดอีน (EPDM) สมบัติด้านความทนทานต่อการเสียดสีของยางเอสบีอาร์ (สไตรีนบิวทาไดอีน, SBR) เป็นต้น
          "วัสดุยางเมื่อถูกกระทำอย่างต่อเนื่องจะมีการอ่อนตัวของความเค้น หรือเกิดการแตกหักเสียหายได้ ปรากฏการณ์การอ่อนตัวของความเค้นนี้รู้จักกันทั่วไปในชื่อผลของมูลลินส์ (Mullins effect) นอกจากนี้ ยางซึ่งเป็นวัสดุประเภทหยุ่นหนืดจะเกิดการสูญเสียพลังงานจากแรงกระทำอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ แรงที่ใช้ในการผิดรูปจะมากกว่าแรงที่ใช้ในการคืนตัวกลับ โดยพลังงานที่สูญเสียไปนี้จะอยู่ในรูปของพลังงานความร้อนสะสม งานวิจัยนี้จึงสนใจศึกษาผลของสัดส่วนการผสมของยางธรรมชาติกับยางบีอาร์และยางธรรมชาติกับยางเอสบีอาร์ ต่อสมบัติการอ่อนตัวของความเค้นและพลังงานสูญเสีย เนื่องจากยางบีอาร์และยางเอสบีอาร์เป็นยางที่นิยมใช้ผสมกับยางธรรมชาติในการผลิตยางล้อรถ โดยเฉพาะในส่วนของดอกยางล้อ เพื่อจะได้นำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมยางต่อไป" อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ มรภ.สงขลา กล่าว
มรภ.สงขลา คว้าบทความดีเด่น สาขาวิทย์ฯ กายภาพ ศึกษายางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห์ เพิ่มความยืดหยุ่น
 

มรภ.สงขลา คว้าบทความดีเด่น สาขาวิทย์ฯ กายภาพ ศึกษายางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห์ เพิ่มความยืดหยุ่น มรภ.สงขลา คว้าบทความดีเด่น สาขาวิทย์ฯ กายภาพ ศึกษายางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห์ เพิ่มความยืดหยุ่น มรภ.สงขลา คว้าบทความดีเด่น สาขาวิทย์ฯ กายภาพ ศึกษายางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห์ เพิ่มความยืดหยุ่น

ข่าว วัชรินทร์ สายน้ำใส ล่าสุด