ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ บมจ. ส. กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (SKN) เริ่มซื้อขาย 26 ก.ย. นี้ - newswit
ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีต้อนรับ บมจ. ส. กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดวัสดุก่อสร้าง โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "SKN" ในวันที่ 26 กันยายน 2560 นี้
SKN เป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายแผ่นไฟเบอร์บอร์ดความหนาแน่นปานกลาง หรือที่เรียกทั่วไปว่าแผ่นไม้เอ็มดีเอฟ (Medium Density Fiberboard: MDF Board) ซึ่งเป็นแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติประเภทหนึ่ง ที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้างและตกแต่งในอาคารบ้านเรือน มีกำลังการผลิตปัจจุบัน 240,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี และจะขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 260,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี
SKN มีทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 600 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน200 ล้านหุ้น การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของบริษัทฯ ในครั้งนี้ แบ่งเป็นการเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่าย 85 ล้านหุ้น ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 64 ล้านหุ้น ผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศ 11 ล้านหุ้น และผู้มีอุปการคุณพร้อมด้วยพนักงานบริษัท 40 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 7.35 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 1,470 ล้านบาท มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 5,880 ล้านบาท โดยมี บล. ทิสโก้ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นายวิชัย แสงวงศ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ส. กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (SKN) เปิดเผยว่า การนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างศักยภาพความแข็งแกร่งให้แก่บริษัทฯ โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ชำระคืนเงินกู้ระยะยาว ลงทุนขยายสายการผลิตใหม่เพิ่มอีก 1 สาย ในพื้นที่โรงงานเดิมที่เตรียมไว้ และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ สำหรับรองรับคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มเติบโตไปตามทิศทางของอุตสาหกรรม และโอกาสในการเติบโตในอนาคต เพื่อมุ่งเน้นสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและส่งออกแผ่นไม้ทดแทนธรรมชาติ
SKN มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ ครอบครัว ส. กิจชัย ถือหุ้น 52.50 % ครอบครัว สหกิจ ถือหุ้น 22.50 % และDEUTSCHE BANK AG, LONDON ถือหุ้นรวม 1.00 % การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนสถาบัน (book building) โดยคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 25.83 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ ในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ในไตรมาสที่ 3 ปี 2559 ถึงไตรมาสที่ 2 ปี 2560) หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.28 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินของบริษัทฯ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี
ผู้ลงทุนและผู้สนใจ โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.skn.co.th และที่เว็บไซต์ www.set.or.th