นักวิชาการ มธ. ชี้แนวทางการปฏิรูปในตำรวจญี่ปุ่น มีกลไกควบคุมระดับชาติ และท้องถิ่น พร้อมแนะปฏิรูปตำรวจไทย ต้องรอบคอบและแก้ปัญหาได้จริง - newswit
นักวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยกรณีศึกษาการปฏิรูปตำรวจในประเทศญี่ปุ่น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับโครงสร้างระบบตำรวจให้มีการทำงานใน 2 ระดับ ได้แก่ 1) หน่วยงานตำรวจในระดับชาติ ที่มีภารกิจหลักในส่วนของการวางนโยบาย อาทิ การสร้างระบบ การจัดระเบียบ การนำเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ 2) ตำรวจระดับจังหวัด ที่มีภารกิจหลักในการดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่รับผิดชอบ อาทิ สืบสวนสอบสวน ดูแลความความปลอดภัย งานจราจร ฯลฯ โดยการกระจายอำนาจดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวแทนภายนอก และประชาชนมีส่วนร่วม และสามารถเข้าถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มากขึ้น ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดสัมมนา "การกระจายอำนาจกับการปฏิรูปกิจการตำรวจ : บทเรียนและประสบการณ์จากประเทศญี่ปุ่น" โดยมี มร.เคสุเกะ โฮซากะ ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล สถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ร่วมนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมในการปฏิรูปกิจการตำรวจไทย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมวรรณไวทยากร ตึกโดม ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทร. 02-613-3164
ผศ.ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ตำรวจมีภาพลักษณ์ที่ดีในสังคม คนญี่ปุ่นให้การยอมรับ และยกให้ตำรวจเป็นที่พึ่งพาเมื่อเกิดกรณีปัญหาต่างๆ ขึ้น โดยประเทศญี่ปุ่นได้ทำการปฏิรูปตำรวจครั้งใหญ่ เมื่อปี 1952 ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับโครงสร้างระบบตำรวจให้มีการทำงานใน 2 ระดับ ได้แก่ 1) หน่วยงานตำรวจในระดับชาติ (National Police Agency) ที่มีภารกิจหลักในส่วนของการวางนโยบาย อาทิ การสร้างระบบ การจัดระเบียบ การนำเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การจัดทำสถิติอาชญากรรม การเก็บลายนิ้วมือประชาชน จัดเงินอุดหนุนให้แก่หน่วยงานตำรวจจังหวัด และประสานงานระหว่างหน่วยงานตำรวจจังหวัด 2) ตำรวจระดับจังหวัด (Prefecture Police) มีภารกิจหลัก อาทิ สืบสวนสอบสวน ดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย งานจราจร ออกใบอนุญาตสถานบันเทิง ใบขับขี่รถยนต์ ฯลฯ โดยตำรวจระดับจังหวัดจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการด้านความปลอดภัยสาธารณะจังหวัด (Prefecture Public Safety Commission)
ผศ.ดร.วสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโครงสร้างของตำรวจประเทศไทยค่อนข้างรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง และประชาชนส่วนหนึ่งยังคงขาดความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้อำนาจ หน้าที่โดยมิชอบ ตลอดจนการทำงานที่ไม่โปร่งใสในบางกรณี โดยการกระจายอำนาจจะเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวแทนภายนอกและประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เป็นหนึ่งในทางออกของการแก้ปัญหากิจการตำรวจในประเทศไทย อย่างไรก็ตามสำหรับวาระการปฏิรูปตำรวจในประเทศไทย และการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจไปเมื่อเร็วๆ นี้นั้น ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณา และเลือกแนวคิดที่เป็นประโยชน์เพื่อประยุกต์ใช้กับการวางทิศทางการปฏิรูปกิจการตำรวจในประเทศไทยอย่างเหมาะสม เพื่อให้การปฏิรูปดังกล่าว สามารถแก้ปัญหาได้จริง และทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด และส่งผลให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนไทยมากขึ้น
ด้าน ผศ.ดร. วรรณภา ติระสังขะ อาจารย์ประจำ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า การปฏิรูปกิจการตำรวจในประเทศไทยควรมุ่งเน้นแก้ปัญหาใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) บทบาทหน้าที่ เนื่องจากภาระกิจตำรวจคือการจัดบริการสาธารณะรูปแบบหนึ่ง เพือตอบสนองความต้องการของประชาชน คือความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ดังนั้น ควรพิจารณาทบทวนถึงบทบาทหน้าที่ของตำรวจในด้านการ"ป้องกัน" มากขึ้น เพื่อลดการ "ปราบปราม" หลังการเกิดเหตุต่างๆ โดยภารกิจหลักของตำรวจในต่างประเทศ เช่น ในสหภาพยุโรป และประเทศฝรั่งเศส จะเน้นไปที่การป้องกัน มากกว่าการปราบปราม 2) โครงสร้าง เนื่องจากโครงสร้างตำรวจของไทยในปัจจุบันเป็นโครงสร้างแบบข้าราชการ จึงส่งผลให้เกิดแสวงหาตำแหน่งและการโยกย้ายสังกัดเพื่อความเติบโต อันอาจทำให้ไม่สามารถฝึกฝนทักษะที่ถนัดเฉพาะทางได้อย่างเต็มที่ เนื่องด้วยปัจจัยด้านตำแหน่งและผลตอบแทน ฉะนั้นแล้วจึงควรมีการจัดการระบบโครงสร้างของตำรวจใหม่ โดยแบ่งตามความเชี่ยวชาญ และทักษะเฉพาะในด้านต่างๆ 3) ภาพลักษณ์ แก้ปัญหาในด้านภาพลักษณ์ของตำรวจไทย โดยหากมีการพิจารณาปรับแก้ในเรื่องบทบาทหน้าที่ และโครงสร้าง อาจเอื้อต่อการพัฒนาในด้านภาพลักษณ์ไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยสำนักงานสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย และศูนย์วิจัยดิเรก ชัยนาม แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดงานสัมมนาระดมปัญญาครั้งที่ 2 ประจำปี 2560 หัวข้อ "การกระจายอำนาจกับการปฏิรูปกิจการตำรวจ: บทเรียนและประสบการณ์จากประเทศญี่ปุ่น" โดยมี มร.เคสุเกะ โฮซากะ ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Mr.Keisuke Hosaka, First Secretary and Police Senior Liaison Officer Embassy of Japan in Thailand) ร่วมปาฐกถาพิเศษถึงความเป็นมา แนวคิด รูปแบบการปฏิรูปกิจการตำรวจของญี่ปุ่น และได้รับเกียรติจากพลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล สถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ร่วมเสวนา กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมวรรณไวทยากร ตึกโดม ชั้น 1มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทร. 02-613-3164