องคมนตรีติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล - newswit

          สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และโครงการก่อสร้างระบบประปาบ้านผัง 16 พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสตูล ด้วยทรงห่วงใยราษฎรในพื้นที่ภาคใต้เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกชุกหนาแน่นในหลายพื้นที่ของภาคใต้และอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของราษฎร จึงมีพระราชประสงค์ให้ติดตามการดำเนินงานของโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ฯ ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแนวทางในการดำเนินงานเพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัย และโครงการก่อสร้างระบบประปาบ้านผัง 16 พร้อมระบบส่งน้ำฯ ที่ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยมีพระราชปณิธานที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการต่างๆ ให้บังเกิดความยั่งยืน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ
          โดยวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น. พลเอกธีรชัย นาควานิช องคมนตรี พร้อมคณะฯ ได้เดินทางไปยังโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัด สงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำของโครงการฯ พร้อมรับฟังรายงานความก้าวหน้าจากผู้แทนกรมชลประทาน
          สืบเนื่องจากช่วงเดือนพฤศจิกายน 2531 ได้เกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ และสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2531 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริ สรุปความว่า "...ให้ขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ ให้ทำหน้าที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา หรือช่วยรับน้ำที่ไหลลงมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว" ดังนั้นในปี 2532 กรมชลประทาน จึงได้ดำเนินการขุดลอกคลองธรรมชาติ จำนวน 4 สาย เพื่อให้สามารถระบายน้ำเร็วขึ้น ต่อมาในปี 2543 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่สุดของจังหวัดสงขลา สร้างความเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท และเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2543 ได้พระราชทานพระราชดำรัส สรุปความว่า "...มีน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ มีความเสียหายหลายพันล้านบาท ซึ่งถ้าได้ทำแผนที่วางไว้ตั้งแต่ปี 2531 ที่ลงทุนไปนั้นจะได้กลับคืนมาหลายเท่าตัวแล้ว" ดังนั้นในปี 2544 กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการขุดคลองระบายน้ำเพิ่มเติม อีก 7 สาย โดยมีคลองระบายน้ำ ร.1 ความยาว 21.343 เมตร เป็นคลองระบายน้ำสายหลักในการผันน้ำจากคลองอู่ตะเภา อ้อมเมืองหาดใหญ่สู่ทะเลสาบสงขลาโดยตรง สามารถระบายน้ำได้ 465 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ส่วนอีก 6 สาย เป็นคลองแบ่งน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำ และในปี 2553 ได้เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่อีกครั้ง กรมชลประทานจึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริโดยปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองระบายน้ำ ร.1 และอาคารประกอบ ตามแนวพระราชดำริที่ได้พระราชทานไว้ทำให้ปัจจุบันสามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 158,000 ไร่ สามารถช่วยระบายน้ำได้เร็วขึ้นประมาณ 1,755 ลูกบาศก์เมตร/วินาที นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสำรองน้ำจืดเพื่อการเกษตรในฤดูแล้งได้ประมาณ 10.6 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อคลองระบายน้ำสายที่ 1 (ร.1) โครงการบรรเทาอุทกภัยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ว่า "คลองภูมินาถดำริ" มีความหมายคือ คลองระบายน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริขุดขึ้น จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. คณะองคมนตรี ได้เดินทางไปยังโครงการก่อสร้างระบบประปาบ้านผัง 16 พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล และรับฟังรายงานผลการดำเนินงานจากผู้แทนกรมชลประทาน เยี่ยมชมพื้นที่โครงการฯ และพบปะราษฎร
          สืบเนื่องมาจากราษฎรหมู่ที่ 7 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ได้มีหนังสือขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำบริเวณนิคมพัฒนา เพื่อช่วยเหลือราษฎรตำบลนิคมพัฒนา ซึ่งขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างระบบประปาบ้านผัง 16 พร้อมระบบส่งน้ำ ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งนับเป็นโครงการแรกในเขตพื้นภาคใต้ที่ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนงาน และงบประมาณ โดยเมื่อโครงการฯ ดังกล่าวแล้วเสร็จจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับราษฎรตำบลนิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล จำนวน 7,412 คน 2,215 ครัวเรือน มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอตลอดปี

องคมนตรีติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
 

องคมนตรีติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล

ข่าว อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ล่าสุด