VTE เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (Meta Corporation) พร้อมแต่งตั้ง CEO ใหม่ เน้นลงทุนเพิ่มในเมียนมาร์ คาดสร้างรายได้กว่า 10,000ล้านบาท

          บริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ ("VTE" หรือ "บริษัทฯ") รายงานผลการดำเนินงานชองบริษัทฯ ประจำปี 2560 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยประกาศผลประกอบการของบริษัทฯ ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในปี 2560 ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากปัญหาประเทศอย่าง B/E Crisis ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ต้องแบกรับภาระด้านค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
          อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้ก้าวผ่านวิกฤตการณ์ดังกล่าวมาได้ โดยวิธีการเพิ่มทุน การเสนอขายพันธบัตร (Bond) และการขายสินทรัพย์และธุรกิจขนาดเล็กทั้งในและต่างประเทศ การขายสินทรัพย์ต่างประเทศออกไปนั้น ส่งผลให้บริษัทฯมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้น และยังมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีกหลายอย่าง อาทิเช่น ค่าใช้การในการควบรวมกิจการ (M&A) และค่าที่ปรึกษาอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งอาจแสดงให้เห็นถึงการขาดทุนทางบัญชีของบริษัทฯ
          นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ได้มีมติแต่งตั้งให้ นาย ศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ ดำรงตำแหน่งเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป โดยนายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ ได้กล่าวว่า การขายสินทรัพย์ดังกล่าวทำให้บริษัทฯมีกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปลดภาระทางการเงินที่สูงและเพื่อนำไปใช้หมุนเวียนภายในของบริษัทฯ รวมถึงยังสามารถนำไปใช้ลงทุนเพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบูที่ประเทศสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมอีก 15% จากเดิมที่ 12% ภายหลังจากการได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน 2561 ซึ่งจะทำให้บริษัทฯถือหุ้นในบริษัทพลังงานเพื่อโลกสีเขียว (ประเทศไทย) จำกัด ("GEP") ทั้งหมด 27% และหลังจากโครงการสามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบนั้น บริษัทฯจะสามารถรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจนให้กับบริษัทฯ ในระยะยาวได้ถึง 30 ปี และนอกจากนี้บริษัทฯ จะยังคงสามารถรับรู้รายได้จากการที่บริษัทฯเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างหลักของโครงการดังกล่าว ซึ่งจะสร้างรายได้อย่างมากมายให้กับบริษัทฯคิดตามมูลค่าสัญญาประมาณ 10,000 ล้านบาทในระยะเวลา 4 ปี หรือ เฉลี่ยประมาณ 2,500 ล้านบาทต่อปี และทางบริษัทฯยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมในต่างประเทศ อาทิเช่น ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ อีกทั้งยังมั่นใจว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทฯ จะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ของภูมิภาคเอเชียอย่างแน่นอน
          อีกทั้ง คณะกรรมการได้อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 เพื่อพิจารณาอนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อของบริษัทฯ จากเดิม บริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (Meta Corporation) อีกด้วย
 
 

ข่าว ศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ ล่าสุด