ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ("ธนาคารเอชเอสบีซี") ได้เข้าร่วมทดสอบการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพื่อพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพของการชำระเงินระหว่างธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานของการชำระเงินทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศกับธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก
ล่าสุด ธนาคารเอชเอสบีซีได้ลงนามความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์อีก 7 แห่ง (ธนาคารพาณิชย์ไทย และธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไทย) เพื่อร่วมกันให้การสนับสนุนธนาคารแห่งประเทศไทย ("ธปท.") ในการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในการใช้โอนเงินระหว่างสถาบันการเงินในประเทศ ภายใต้ชื่อโครงการอินทนนท์
ธนาคารแห่งประเทศไทยและบริษัท R3 เป็นผู้ริเริ่มในการดำเนินโครงการอินทนท์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทดสอบการนำเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตลาดการเงินของประเทศไทย โดยธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศ อาทิ ธนาคารกลางสิงคโปร์ (โครงการเออร์บิน) ธนาคารกลางฮ่องกง (โครงการไลออนร็อค) และธนาคารกลางแคนาดา (โครงการแจสเปอร์) ก็ได้มีการศึกษา และดำเนินการในโครงการในลักษณะเดียวกัน
มร เคลวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชอสบีซี กล่าวว่า "ในปีนี้ ธนาคารเอชเอสบีซี จะมีการฉลองการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบ 130 ปี โดยธนาคารเอชเอสบีซีรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการอินทนนท์ อันเป็นโอกาสให้ธนาคารเอชเอสบีซีสามารถใช้ประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ ในลักษณะเดียวกันกับธนาคารกลางในต่างประเทศ อาทิเช่น แคนาดา สิงคโปร์ ฮ่องกง มาช่วยในการพัฒนาโครงสร้างตลาดการเงินของประเทศไทย ซึ่งธนาคารเอชเอสบีซีมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าผลการทดสอบที่ได้จากโครงการอินทนนท์ จะส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโครงสร้างตลาดการเงินของประเทศไทยในอนาคต
นางสาวไอเชน ลิม ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายจัดการด้านการเงินและบริหารสภาพคล่อง ธนาคารเอชเอสบีซี ในฐานะคณะกรรมการโครงการอินทนนท์ กล่าวว่า การร่วมมือกันในโครงการดังกล่าว นับเป็นการยกระดับศักยภาพการทำงานด้านต่างๆ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ในเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบการนำเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์มาใช้ ในการทำงานของธนาคารเอชเอสบีซี ได้มีความร่วมมือร่วมกับทีมงานของธนาคารเอชเอสบีซีในต่างประเทศ อาทิเช่น Global Innovation and Client Solution จาก อินโนเวชั่น แล็บ ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเคยได้ทำงานร่วมกับธนาคารกลางสิงคโปร์ ในปี พ.ศ.2558 ในการพัฒนาระบบการชำระเงินและระบบการบริหารเงิน รวมทั้งทีม Applied Innovation ในประเทศฮ่องกง
ธนาคารเอชเอสบีซี ยังคงมุ่งเน้นที่จะลงทุนในการพัฒนาตนเองให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อให้แน่ใจว่าธนาคารเอชเอสบีซีสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า โดยการมอบแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีคุณภาพ และช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า โดยล่าสุด เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 ธนาคารเอชเอสบีซี เป็นธนาคารแห่งแรกในโลกที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการให้บริการสินเชื่อเพื่อการค้าบนแพลตฟอร์ม Corda ของบริษัท R3 โดยออกเลตเตอร์ออฟเครดิตให้แก่บริษัทคาร์กิลล์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ด้านอาหาร และเกษตรกรรมระดับโลก
เอชเอสบีซี เผยบทวิเคราะห์จีดีพีไทย ชี้การใช้จ่ายภาครัฐช่วยหนุนการเติบโตเศรษฐกิจ
มอบรางวัลสุดยอดเยาวชนผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น "เสียงคนรุ่นใหม่คือพลังขับเคลื่อนอนาคตประเทศ" พร้อมใจร่วมเป็นเจ้าภาพ 2026 IMF-WBG Annual Meetings
ASN Broker ยกระดับบริการ ASN Finance สินเชื่อทะเบียนรถยนต์และประกันรถยนต์ครบวงจร เคียงข้างคนมีรถ 66 จังหวัดทั่วประเทศ
Low Season Privilege สิทธิพิเศษของการเดินทางในช่วงที่หลายคนมองข้าม
KGI คว้ารางวัลบริษัทหลักทรัพย์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจหลักทรัพย์ไทย
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัล Money & Banking Awards 2026 หมวดธุรกิจการแพทย์ 3 ปีซ้อน สะท้อนความสำเร็จบนพื้นฐานแห่งความไว้วางใจ
ทรู คว้ารางวัล บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ในหมวดเทคโนโลยีและการสื่อสาร จากเวที MONEY & BANKING AWARDS 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากตลาดทุน
เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลเกียรติยศ "บริษัทยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิตแห่งปี 2569" จากงาน Money & Banking Awards 2026