“กอบชัย” โชว์ผลสำเร็จโครงการ“Big Brother”เผยเอกชนโดดร่วมโครงการแล้วกว่า 350 ราย ตั้งเป้ายกระดับเอสเอ็มอีทุกสาขา 20,000 ราย ภายในปี 61
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยความก้าวหน้าโครงการพี่ช่วยน้อง "Big Brother Guarantee Success Solution" โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย ผู้แทนจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมีคอล จำกัด(มหาชน) ผู้แทนจาก บริษัท เถ้าแก่น้อย ผู้แทนจาก ผู้แทนจาก บริษัท SCG จำกัด และผู้แทนจาก บริษัท A Cup of Joe โดยระบุว่า โครงการนี้มุ่งหวังเชื่อมต่อเอสเอ็มอีสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก โดยเป็นความร่วมมือกับบริษัทและองค์กรชั้นนำขนาดใหญ่ในการเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจพร้อมเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต ยกระดับเทคโนโลยี สร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยอาศัยความร่วมมือในการเป็นจิตอาสาของบริษัทขนาดใหญ่มาเป็นพี่เลี้ยงช่วยขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของบริษัทขนาดเล็กให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้มีบริษัทตอบรับเป็น Big Brothers และเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 350 ราย
"ที่ผ่านมาแนวทางความร่วมมือกับบริษัทที่ร่วมเป็น Big Brother ได้เข้ามาดำเนินการพัฒนาเอสเอ็มอีร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ใน 4 ด้าน โดยมีรูปแบบการดำเนินกิจกรรม คือ 1.BIG BROTHER FOR ITC ช่วยด้านกระบวนการปฏิรูป หรือการ Transform ในการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต เพิ่มทักษะผู้ปฏิบัติงาน (Product, Process and People) 2.BIG BROTHER FOR Marketing ช่วยด้านการตลาดซึ่งมีการช่วยเหลือทั้งแบบ Offline/Online สร้างแบรนด์ และจับคู่ธุรกิจ รวมทั้งการมีสถานที่สำหรับทดสอบตลาด เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค 3.BIG BROTHER FOR CIV หรือหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เน้นช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน/OTOP โดยนำอัตลักษณ์ของสินค้าและบริการที่มีอยู่ในชุมชนมาพัฒนา เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อส่งสินค้าไปจำหน่ายได้ทุกพื้นที่โดยเน้นการสร้างงานให้กับคนในชุมชนและพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้นในทุกมิติ และ 4.BIG BROTHER FOR Processed Agricultureเน้นด้านเกษตรแปรรูปโดยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเกษตรด้วยกรรมวิธีต่างๆ ซึ่งจากรูปแบบการดำเนินงานพบว่าแต่ละพื้นที่จะมีผลิตภัณฑ์หรือรูปแบบของสินค้าและบริการที่แตกต่างกัน รวมทั้งบริษัทที่มาเป็นพี่เลี้ยงมีความแตกต่างกันตามประเภทของธุรกิจ แต่สามารถดำเนินการข้ามพื้นที่หรือดำเนินการร่วมกันได้" นายกอบชัย กล่าว
อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า จากการดำเนินการโครงการ Big Brother ที่ผ่านมามีความร่วมมือในด้านต่างๆ สามารถยกตัวอย่างความร่วมมือแต่ละประเภทได้ อาทิ ในด้านศูนย์ปฏิรูปสู่อุตสาหกรรม 4.0(ITC) : บริษัท พีทีที เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เริ่มโครงการโดยการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Customer Solution Center) ณ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม กล้วยน้ำไทย ภายใต้ชื่อ อาคารต้นคูณ เพื่อเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาและให้ความรู้เกี่ยวกับพลาสติกให้กับผู้ประกอบการ โดยมุ่งเน้นนวตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ พร้อมการออกแบบที่ตรงต่อความต้องการลูกค้าโดยมีโครงการนำร่องหลายๆโครงการ อาทิ โครงการความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันพลาสติกและผู้ประกอบการอื่นๆ ใน Value Chain เพื่อพัฒนาถุงทวารเทียม เพื่อทดแทนการนำเข้า นอกจากนี้ GC ยังมองไปถึงปลายทางในเรื่องของการนำกลับมาใช้ใหม่โดยกระบวนการ Upcycling เปลี่ยนขยะพลาสติกไปสู่สินค้าใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มในหลายๆอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนาสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชนที่ดีขึ้น โดย GC ได้นำร่องการดำเนินกิจกรรมไปแล้วกับโรงงานอุตสาหกรรมพลาสติกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ GC ช่วยเสริมส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในงานแสดงสินค้า และสื่อประชาสัมพันธ์ ตลอดจนแนะนำกลุ่มลูกค้ามุ่งหวัง และช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย ด้านการตลาด : บริษัทเถ้าแก่น้อย ได้ดำเนินกิจกรรมด้านการตลาด ที่ปัจจุบันมี 14 สาขาทั่วประเทศ โดยการให้คำปรึกษาแนะนำพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจและมีผลิตภัณฑ์เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถนำสินค้ามาทดสอบตลาดได้ที่เถ้าแก่น้อยแลนด์ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าแรกเข้า ซึ่งจะมีการดำเนินการ่วมกับกิจกรรมในโครงการต่างๆของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและสามารถทดสอบตลาดได้ตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป ด้านการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) : บริษัท SCG เข้าร่วมเป็น Big Brother โดยดำเนินกิจกรรมการออกแบบบรรจุภัณฑ์และตั้งศูนย์กระจายสินค้าในหมู่บ้าน CIV ไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่ง SCG จะนำร่องการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งผู้ประกอบการในหมู่บ้าน CIV และวิสาหกิจชุมชนสามารถมาใช้บริการเพื่อการจัดส่งสินค้าในบริเวณที่ใกล้แหล่งผลิต/ชุมชนได้ ซึ่งนอกจากบริษํท SCG แล้วยังมีบริษัทน้ำตาลทราย มิตรผล ที่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรด้ว และด้านเกษตรแปรรูป (Processed Agriculture) : A cup of JOE เป็น Big Brother ด้านเกษตรแปรรูปโดยเน้นผลผลิตทางด้านกาแฟ ซึ่งจะไปพัฒนากรรมวิธีการปลูกกาแฟให้ได้คุณภาพเพื่อขายให้ได้ราคาที่เหมาะสม ผ่านการประกวดเมล็ดกาแฟจากเวทีต่างๆ โดยจะร่วมกับสมาคมกาแฟพิเศษ ในการให้คำปรึกษาแนะนำเทคนิคต่างๆในการปลูกกาแฟพร้อมทั้งกรรมวิธีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับกาแฟจนสามารถทำราคาได้สูงขึ้นจากเดิมกิโลกรีมละ 60 บาท เป็น 300 บาท และยังรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบว่ามีบริษัทที่มีจิตอาสาและสนใจเข้าร่วมเป็นพี่เลี้ยงในโครงการฯ กว่า 350 บริษัท จากหลากหลายอุตสาหกรรมและพื้นที่ โดยได้เริ่มดำเนินการแล้วในด้านต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดฝึกอบรม,การให้คำปรึกษาแนะนำ,การส่งเสริมและพัฒนาด้นการตลาดทั้งแบบ Offline-Online ให้กับผู้ประกอบการ และการทำ Business Matching เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจรับบริการจากโครงการ Big Brother สามารถเข้ารับบริการได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคในพื้นที่ กองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม