“Drone for Firefighting 2018” ชิงแชมป์แข่งขันวสท. โดรนดับเพลิง... จัดเป็นรายแรกในประเทศไทย

          ในยุค Deep Tech เทคโนโลยีระดับสูงมากมายที่กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการทำงาน ชีวิตและวงการธุรกิจหลายแขนงทั่วโลก "โดรน" (Drone) หรือ อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles : UAV) นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญ ที่มาปฏิวัติพลิกโฉมการทำงานแบบระบบอัตโนมัติที่เพิ่มความสะดวกสบายให้มนุษย์ในศตวรรษที่ 21อย่างมหาศาล โดยผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่ภายใน ทำให้สามารถควบคุมได้จากระยะไกล หรือ เป็นตัวควบคุมอากาศยานแทนนักบิน โดรนได้รับพัฒนาและดัดแปลงเพื่อใช้งานหลากหลาย สำหรับ ธุรกิจการเกษตร, อุตสาหกรรมพลังงาน, ธุรกิจขนส่ง, ธุรกิจประกันภัยม, การสำรวจน้ำมันในมหาสมุทร, แท็กซี่โดรนสำหรับนักธุรกิจในชั่วโมงเร่งด่วนที่เปิดตัวในจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ จนถึงการดับเพลิงยุคใหม่ ส่งผลให้ "โดรน" ได้รับความนิยมทั่วทุกมุมโลก
          ในหลายประเทศกำลังพัฒนาโดรนสำหรับดับเพลิงได้อย่างน่าทั้งไฟป่า และอาคารสูง ซึ่งนักดับเพลิงและเครื่องมือยากที่จะเข้าถึงจุดไฟไหม้และต้องเสี่ยงต่อชีวิตความปลอดภัย โดรนดับเพลิงช่วยในการสำรวจหาข้อมูลการเกิดอัคคีภัย หาตำแหน่งผู้ประสบภัย นำมาวางแผนได้รวดเร็ว ขนส่งอุปกรณ์ดับเพลิงสู่เป้าหมายและส่งความช่วยเหลือที่จำเป็น ช่วยลดการสูญเสียชีวิตของนักผจญเพลิงและผู้ประสบภัย
          วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จึงได้จัดการแข่งขัน "Drone for Firefighting 2018 การแข่งขันอากาศยานไร้คนขับดับเพลิง" ในงาน วิศวกรรมแห่งชาติ 2561 (National Engineering 2018) จัดเป็นรายแรกในประเทศไทย ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยจำลองสถานการณ์การบินสำรวจจุดเกิดอัคคีภัย รวมถึงนำวัสดุลูกบอลดับเพลิงขึ้นไปเพื่อดับเพลิงที่จุดเป้าหมาย เพื่อให้เป็นแนวทางต่อยอดการใช้งานจริงต่อไปในอนาคต อีกทั้งเป็นการเพิ่มพูนทักษะการใช้งานโดรน และพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีโดรนให้มีความฉลาดและสร้างมูลค่าเพิ่ม ตามนโยบายประเทศไทย 4.0
          รศ.ดร. สมิตร ส่งพิริยะกิจ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวถึงกติกาการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 24 ทีมจากกรุงเทพและต่างจังหวัด แบ่งเป็น 4 สาย เพื่อใช้โดรนบินไปปล่อยลูกบอลดับเพลิงจำนวน 30 ลูก ให้ลงเป้าหมายจุดไฟไหม้ที่กำหนด มี 2 แบบ คือ หลุมถาด และราง โดยจะมีเวลาแข่งขันทั้งหมด 3 นาที จากนั้นจะคัดเลือกทีมที่มีคะแนนมากสุด 8 ทีม ผ่านเข้ารอบเพื่อแข่งขันกันแบบ Knock Out และในรอบชิงชนะเลิศจะเพิ่มอุปสรรคจากพายุโดยใช้พัดลมในสนาม
          ผลแข่งขันทีมคว้าแชมป์ชนะเลิศ "Drone for Firefighting 2018 การแข่งขันอากาศยานไร้คนขับดับเพลิง" ได้แก่ ทีมนเรศวร จากพิษณุโลก รับรางวัลมูลค่า 30,000 บาท,ทีมรองชนะเลิศอันดับ2 ได้แก่ ทีม CMU FireFighting รับรางวัลมูลค่า 10,000 บาท พร้อมโล่และใบประกาศนียบัตร และทีมรองชนะเลิศอันดับ 3 มี 2 ทีม ได้แก่ ทีมอัสสัมชัญ โคราช และทีม Multiple Time NU รับรางวัลมูลค่า 5,000 บาท พร้อมโล่และใบประกาศนียบัตร
          อภิสิทธิ์ เพ็ชรเจริญ (เพชร) แชมป์ชนะเลิศ ทีมนเรศวร จากพิษณุโลก หนุ่มทำงานไอทีวัย 24 กล่าวว่า "ในทีมมีสมาชิกทั้งหมด 3 คน ผมทำงานที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร กับเพื่อนๆ เราชอบเล่นเครื่องบินบังคับมาตั้งแต่เด็ก ๆ เมื่อ 3-4 ปีก่อน เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ อย่างโดรนเข้ามาแพร่หลายในไทยมากขึ้น จึงเกิดความสนใจ เนื่องจากเล่นง่ายกว่าเครื่องบินบังคับ จึงได้รวมกลุ่มฝึกซ้อมเพื่อเข้าแข่งขันตามรายการสำคัญต่าง ๆ มากกว่า 10 ครั้ง อาทิ รายการแข่งขันของ ThaiPBS ชิงถ้วยพระราชทานรัชกาลที่ 9 ที่จังหวัดสกลนคร ทีมของเราใช้ในการแข่งขันจนได้รับชัยชนะมาจาก การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้เกิดทักษะความชำนาญในการบังคับโดรน โดยผมและเพื่อนๆในทีมช่วยกันสร้างสนามจำลองขึ้นมาเอง แล้วทดลองบินโดรนกัน หาจุดบกพร่อง รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความพร้อมมากที่สุด เราแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนและการประสานงานกันภายในทีมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การบินโดรนไม่ใช่หน้าที่คนใดคนหนึ่งแต่เป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีม ในการฝึกซ้อมทุกคนจะทดลองบินโดรนเพื่อเก็บข้อมูลนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาร่วมกัน "
          "ทีมเราได้ร่วมพัฒนาประกอบโดรนขึ้นมาเอง ออกแบบให้เหมาะสมกับการแข่งขันแต่ละรายการ ในการแข่งขัน "Drone for Firefighting 2018 การแข่งขันอากาศยานไร้คนขับดับเพลิง" ในงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 ครั้งนี้ พวกเราได้ออกแบบให้โดรนมีช่องปล่อยลูกบอลดับเพลิง 2 ช่อง มีลักษณะเป็นท่อยาวยื่นออกมาทางด้านหน้าของโดรน เพื่อปล่อยลูกบอลบนราง ซึ่งเป็นจุดที่ยากที่สุดในการแข่งขัน และอีกช่องอยู่ใต้ท้องโดรนเพื่อปล่อยลูกบอลลงในถาด นอกจากนี้เรายังใช้กล้องติดใต้ท้องโดรนเพื่อดูตำแหน่งปล่อยลูกบอลดับเพลิงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น สิ่งที่ท้าท้ายในการแข่งขัน คือการปล่อยลูกบอลดับเพลิงลงบนรางซึ่งยากกว่าลงบนหลุมถาด เนื่องจากรางมีขนาดเล็กแคบ แต่ด้วยการศึกษาและออกแบบโดรนรวมทั้งการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สามารถปล่อยลูกบอลได้แม่นยำ ส่วนวิธีการซ่อมบำรุงรักษาโดรน ผมให้ความสำคัญในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ต้องดูแลและเปลี่ยนทุก ๆ ปี เพื่อรักษาประสิทธิภาพของชิ้นส่วนที่ใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ "
          ในอนาคตทีมนเรศวร คิดจะพัฒนาต่อยอดให้โดรนสามารถช่วยงานดับเพลิงในชุมชน และงานด้านการเกษตร ซึ่งในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีใช้แพร่หลายนัก โดยมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าทางการเกษตรและอาหารเป็นอันดับที่ 11 ของโลก เราต้องพัฒนาเทคโนโลยีการทำฟาร์ม โดยใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เช่น โดรนพ่นปุ๋ยและดูแลฟาร์มให้ทั่วถึง น่าจะใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอีกมากในอนาคต
“Drone for Firefighting 2018” ชิงแชมป์แข่งขันวสท. โดรนดับเพลิง... จัดเป็นรายแรกในประเทศไทย
 
 

“Drone for Firefighting 2018” ชิงแชมป์แข่งขันวสท. โดรนดับเพลิง... จัดเป็นรายแรกในประเทศไทย “Drone for Firefighting 2018” ชิงแชมป์แข่งขันวสท. โดรนดับเพลิง... จัดเป็นรายแรกในประเทศไทย “Drone for Firefighting 2018” ชิงแชมป์แข่งขันวสท. โดรนดับเพลิง... จัดเป็นรายแรกในประเทศไทย

ข่าว สมิตร ส่งพิริยะกิจ ล่าสุด