ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี เผยงานวิจัย “5 เรื่องจริงปวดใจของร้านค้าออนไลน์” พร้อมแนะทางออกให้ธุรกิจเติบโต “ได้มากกว่า” - newswit
มุมของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่เป็นอุปสรรคในการบริหารงานและการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงการเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ร้านค้าออนไลน์สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น และเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ
1. ขายยังไงดี ของไม่มีจุดต่าง โดยร้านค้าออนไลน์ถึง 60% พบว่าสินค้าของตนเองไม่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง เนื่องจากซื้อสินค้าจากแหล่งเดียวกันถึง 44% และไม่สามารถสั่งผลิตสินค้าแยกได้ เนื่องจากไม่คุ้มค่าการผลิตถึง 16% แนวทางการแก้ไขปัญหา หากสินค้าไม่มีความแตกต่าง ร้านค้าออนไลน์สามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยแนวทางดังนี้ (1) เน้นกลยุทธ์การตลาดสร้างความต่างให้กับสินค้า เช่น การปรับปรุงและออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้สวยงามทันสมัย ใช้งานสะดวกมากขึ้น หรือมีบริการพิเศษ (2) เจาะตลาดกลุ่มใหม่ๆ ที่มีการแข่งขันน้อยกว่า และ (3) คิดสินค้าให้แตกต่าง และหา OEM มาช่วยผลิต โดยเริ่มจากการผลิตในปริมาณที่ไม่มากเกินไป ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ให้กับตนเอง และช่วยให้ธุรกิจยั่งยืนได้ในระยะยาว
2. ยิงแอดแทบตาย... ยอดขายไม่ปัง!!! โดยร้านค้าออนไลน์ถึง 23% มองว่าการโฆษณาทางออนไลน์ที่ลงทุนไปได้ผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เนื่องจากไม่ได้ยอดขายสินค้ากลับมา และไม่ได้สร้างการรับรู้ของร้านค้าให้มากขึ้น แนวทางการแก้ไขปัญหา เริ่มแรกร้านค้าออนไลน์ควรวิเคราะห์และทำความรู้จักลูกค้าของตนเองอย่างลึกซึ้งรอบด้านก่อน เช่น เพศ อายุ อาชีพ สถานที่ รวมไปถึงความสนใจและรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของลูกค้า และแบ่งเวลาในการเสริมสร้างความรู้ด้านการโฆษณา ด้วยการเข้าอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการเทคนิคการทำโฆษณาออนไลน์ ซึ่งการที่ผู้ประกอบการทราบถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนนั้น จะทำให้การโฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้น และต้นทุนต่ำลง
3. สต็อกจ๋า ปัญหาใหญ่ พบว่า 89% ของร้านค้าออนไลน์มีการขายสินค้าผ่านทางออฟไลน์ด้วย และทั้งหมดของกลุ่มนี้ ขายสินค้าออนไลน์มากกว่า 1 แพลตฟอร์ม โดย 37% มีปัญหาการบริหารสต็อก ทำให้สูญเสียโอกาสการขายเสียพื้นที่โกดังเก็บของ เพิ่มต้นทุน และเงินทุนจม แนวทางการแก้ไขปัญหาหากร้านค้าออนไลน์ต้องการที่จะบริหารสต็อกเอง ก็ควรมีระบบที่จัดการที่ชัดเจน มีการอัพเดทตลอดเวลา และควรเก็บข้อมูลสต็อกไว้ในที่เดียว หรือใช้โปรแกรมหรือระบบอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อช่วยการบริหารสต็อกก็จะสามารถบริหารจัดการสต็อกมากขึ้น
4. จะส่งของให้ลูกค้า ยังต้องลุ้น โดยร้านค้าออนไลน์ถึง 84% เคยประสบปัญหาในการจัดส่งสินค้า อาทิ สินค้าเสียหาย ส่งสินค้าล่าช้าส่งสินค้าผิดที่ ลูกค้าปฏิเสธการรับสินค้า หรือลูกค้าคืนสินค้าหลังจากได้รับสินค้าแล้ว ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่กระบวนการตรวจสอบข้อมูลก่อนการส่งการเตรียมสินค้าเพื่อจัดส่ง ระหว่างการขนส่งไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบ และรับสินค้า แนวทางการแก้ไขปัญหา ร้านค้าออนไลน์สามารถลดความผิดพลาดที่จะเกิดขั้นในกระบวนการดังกล่าว ได้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การทำระบบ การแปะรหัส ควรตรวจสอบสินค้าก่อนการส่ง และดูแลการบรรจุสินค้าอย่างแน่นหนาหรือเลือกใช้บริการ Pick & pack เพื่อลดขั้นตอนการทำงานบางส่วนออกไป เพื่อจะมีเวลาในการบริการลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้ควรพิจารณาเลือกบริษัทขนส่งที่มีบริการดี น่าเชื่อถือก็จะช่วยลดปัญหาความไม่พึงพอใจของลูกค้าได้
5. จะร่วมเทศกาลเซลล์ทั้งที เงินน่ะมีไหม? โดยร้านค้าออนไลน์ถึง 61% ต้องการเงินทุนที่เพียงพอในการเข้าร่วมเทศกาลเซลล์ครั้งใหญ่ที่ทางแพลตฟอร์มจัดขึ้น ซึ่งถือเป็น 'ช่วงเวลาทองคำ' ที่ร้านค้าออนไลน์จะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากถึง 20-100 เท่า โดยจะต้องนำเงินทุนไปใช้เพื่อสต็อกสินค้า การซื้อโฆษณา และค่าจ้างโอทีของพนักงานเฉพาะช่วงเทศกาลดังกล่าว โดยปัจจุบันร้านค้าออนไลน์ใช้เงินทุนมาจากบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลหรือบัตรกดเงินสด โดยยอมแบกรับกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากำไรที่จะได้รับในช่วงนั้น เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงเทศกาลเซลล์ร้านค้าต้องทำราคาให้ต่ำเพื่อดึงดูดลูกค้า จึงดูเหมือนจะไม่คุ้มค่า แนวทางแก้ไขปัญหา ร้านค้าออนไลน์ควรมีการวางแผนการเงินที่ดี และเตรียมเงินสำรองสำหรับร่วมเทศกาลเซลล์ครั้งสำคัญ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญต้องคำนึงถึงแหล่งที่มาและอัตราดอกเบี้ยของเงินทุนสำรองนั้นๆด้วย
"ทั้งนี้ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี เชื่อมั่นว่างานวิจัย "5 เรื่องจริงปวดใจของร้านค้าออนไลน์" และแนวทางแก้ปัญหาที่นำเสนอนั้น จะเป็นส่วนช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนสอดคล้องไปกับพฤติกรรมของลูกค้าในยุคดิจิทัล และตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นายพร้อมพงษ์ กล่าวสรุป