CPW สุดฮอต ปิดจองไอพีโอกระแสตอบรับดี พร้อมลงสนามเทรดใน SET 18 ตุลาคมนี้ - newswit
หม่อมหลวงทองมกุฎ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นไอพีโอของ CPW ในช่วงเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 8 - 10 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม มีนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจเข้ามาจองซื้อเกินกว่าจำนวนที่จัดสรร สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ CPW ศักยภาพการเติบโต และโอกาสในอนาคต
โดย CPW เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 160 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท กำหนดราคาไอพีโอไว้ที่หุ้นละ 2.38 บาท มีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 3 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ หลังหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จำนวนประมาณ 360.24 ล้านบาท นำไปใช้ขยายสาขาร้านค้าปลีก 70 ล้านบาท ปรับปรุงสาขาร้านค้าปลีกปัจจุบัน 18 ล้านบาท นอกจากนี้ส่วนที่เหลือ จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 272.24 ล้านบาท ระยะเวลาที่ใช้เงินโดยประมาณ ในช่วง มกราคม – ธันวาคม 2563
"ในปี 2563 CPW มีนโยบายขยายสาขาร้านค้าปลีกของบริษัท 6 สาขา ในประเทศไทย ได้แก่ ร้าน .life และร้าน Apple Brand Shop รวมทั้ง มีนโยบายปรับปรุงสาขาร้าน .life 3 สาขา ให้มีความทันสมัยและมีเอกลักษณ์เพื่อพร้อมรับโอกาสการเติบโตของสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยตลาดนี้เรามองว่ายังใหม่ เป็นตลาด Blue Ocean ไม่รุนแรงเหมือนสมาร์ทโฟน ขณะเดียวกัน เราเป็นผู้นำที่อยู่ในตลาดสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์มากว่า 10 ปี และมีบริษัท โคแอน จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้ากลุ่มนี้ ทำให้ CPW ได้เปรียบ จึงมั่นใจว่า หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เราพร้อมมุ่งมั่นบริหารธุรกิจอย่างเต็มที่ สร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง" นายปรเมศร์ กล่าว
สำหรับผลประกอบการงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,577.80 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 236.98 ล้านบาท กำไรสุทธิสำหรับงวด 26.48 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 15.13% อัตรากำไรสุทธิ 1.68% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายของสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่มีสัดส่วน 46.33% ของรายได้รวม และมีอัตราในการทำกำไรที่สูงกว่าสินค้าประเภทอื่น จึงทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น อีกทั้งสัดส่วนรายได้