ปอร์เช่ พานาเมร่า ซาลูน และ สปอร์ต ทัวริสโม่ เสริมทัพด้วยรุ่นพิเศษเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ปอร์เช่เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีให้แก่ยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ต 4 ประตู พานาเมร่า (Panamera) ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Porsche Panamera 10 Years Edition มอบความแตกต่างอย่างเหนือระดับให้แก่ผู้ครอบครองโดยการเพิ่มรายการอุปกรณ์มาตรฐานในส่วนของความสะดวกสบาย และระบบช่วงล่าง รวมไปถึงงานออกแบบที่โดดเด่น บ่งบอกถึงความพิเศษที่ไม่ซ้ำใคร อาทิ ล้ออัลลอยใหม่ ขนาด 21 นิ้ว ลาย Panamera Sport Design สี satin-gloss White Gold Metallic และตราสัญลักษณ์ "Panamera 10 " สี White Gold Metallic ติดตั้งบนประตูหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ที่มีเฉพาะรุ่นนี้ เท่านั้น
นอกจากนี้ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวยังได้รับการติดตั้งภายในห้องโดยสารบริเวณแผงคอนโซล ฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า และบนแผ่นปิดธรณีประตู งานตกแต่งภายในเน้นความเรียบหรู ประดับด้วยหนังแท้สีดำคุณภาพสูง เดินตะเข็บสี White Gold สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น พบกับยนตรกรรมสปอร์ตซีดานสุดพิเศษได้ในรุ่น พานาเมร่า 4 (Panamera 4) และ พานาเมร่า 4 อี ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid)
เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานเต็มพิกัด ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี (Porsche Panamera 10 Years Edition) มาพร้อมอุปกรณ์อำนวย ความสะดวก และเสริมความปลอดภัยเพิ่มเติมหลากหลายรายการ: ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED matrix ซึ่งรวมเอาระบบ PDLS Plus ไว้ด้วยกัน ระบบ Lane Change Assist และ Lane Keeping Assist พร้อมระบบแจ้งเตือนสัญญาณจราจร traffic sign recognition ระบบช่วยเหลือการจอด Park Assist พร้อมกล้องมองหลัง นอกจากนี้ยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นพิเศษ ยังได้รับการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม อาทิ ระบบหลังคากระจกพาโนรามิค กระจกตัดแสง privacy glass เบาะนั่งปรับระดับด้วยไฟฟ้า 14 ทิศทางพร้อมระบบปรับอุณหภูมิเบาะประทับตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ บริเวณหมอนรองศีรษะ ระบบประตูดูดsoft-close วิทยุdigital และระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง BOSE (R) Surround Sound
โดยพวกเขาทำการพัฒนารถยนต์ 4 4 ที่นั่งอันแสนสะดวกสบาย ซึ่งมีพื้นฐานมาจากปอร์เช่ 356 นั่นคือรถยนต์ที่มีชื่อว่า Type 530 มันได้รับการขยายความยาวฐานล้อ เพิ่มขนาดของประตู รวมทั้งยกระดับความสูงของหลังคาห้องโดยสารตอนหลัง ก่อให้เกิดวิวัฒนาการอื่นๆที่ตามมาอีกมากมาย อาทิ รถต้นแบบ 4 ประตูอันมีพื้นฐานมาจากปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ต่อมาในช่วงยุค 1980 ปอร์เช่ 928 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ถึงแม้ว่ารถต้นแบบหลายรุ่นจะไม่ได้รับการอนุมัติให้ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายจริงด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์
การพัฒนาเอาไว้โดยมุ่งเน้นที่ความโดดเด่น ด้านสมรรถนะการขับขี่ชั้นเลิศ พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่ตอบโจทย์การใช้งาน และเอกลักษณ์งานออกแบบอันเป็น บุคลิกเฉพาะตัวของปอร์เช่ พานาเมร่า
(Porsche Panamera) คันแรก หรือที่รู้จักด้วยรหัสเรียกขานภายในองค์กรว่า G1 ได้เผยโฉมสู่สายตาสาธารณชนเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2009 บนชั้น 94 ของ World Financial Center ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งถูกพัฒนาให้เหนือล้ำกว่าคู่แข่ง โดยมีแนวคิดหลักที่ผสมผสานระหว่าง ความสปอร์ต และความสะดวกสบาย ทั้งหมดทั้งมวลข้างต้นต้องพรั่งพร้อมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับเหนือชั้น:
นับเป็นครั้งแรกสำหรับการติดตั้งระบบ start-stop ในรถยนต์ระดับหรูจากสายการผลิตปกติ นอกจากนี้ในรุ่นเรือธงพานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo) ยังได้รับการติดตั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลม หรือ air suspension ซึ่งสามารถปรับระดับปริมาตรอากาศภายในได้ ตามความต้องการเป็นครั้งแรกของโลก เช่นเดียวกับ สปอยเลอร์หลัง multi-dimensionally ปรับระดับได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยนตรกรรมแกรนทัวริ่งสุดหรูจากปอร์เช่ยังเป็นผู้กำหนดบรรทัดฐานใหม่ให้แก่รถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา ด้วยหน้าจอแสดงผลรูปแบบใหม่ และแนวคิดในการควบคุมฟังก์ชันการทำงานผ่านหน้าจอสัมผัส
สิ่งที่ถูกเพิ่มเติมลงในมาตรฐานใหม่ของยนตรกรรมสปอร์ต ซาลูนแกรนทัวริ่ง จากรุ่นปกติ และรุ่นฐานล้อยาว เปิดตัวครั้งแรกของโลกในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2016 คือสไตล์ตัวถังที่ 3 ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่บนพื้นฐานเดียวกัน: พานาเมร่า สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera Sport Turismo) เปิดตัวในปี 2017 ด้วยงานออกแบบภายนอกที่เฉียบคม และแนวคิดในการออกแบบตัวถังที่เน้นรองรับความอเนกประสงค์ บนรถยนต์ระดับหรู พานาเมร่า(Panamera) G2 มีภาพลักษณ์ที่สปอร์ตและงามสง่ายิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ใช้งานเปี่ยมอรรถประโยชน์เช่นเดิม: ภายใต้รูปทรงอันแข็งแกร่งได้ถูกบรรจุนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยเอาไว้ เต็มพิกัด แน่นอนว่ารวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ล่าสุด อาทิ หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง พร้อมฟังก์ชันควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในตัวรถด้วยระบบสัมผัส ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ three-chamber air suspension ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ PDCC Sport electromechanical roll stabilisation ยิ่งไปกว่านั้น พานาเมร่า (Panamera) ยังถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติด้านสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมไม่ว่าจะบนเส้นทางสาธารณะ หรือแม้แต่ในสนามแข่ง ความเร็วสูง เครื่องยนต์เบนซินบล็อกใหม่ถูกนำมาเสริมทัพอย่างลงตัวตอบสนองต่อความต้องการในทุกระดับความแรง เริ่มต้นตั้งแต่ 330 แรงม้า จนถึง 550 แรงม้า เต็มพิกัดความแรงด้วยรุ่นขุมพลังไฟฟ้าสมรรถนะสูง plug-in hybrid เจเนอเรชั่นที่ 2 ระบบ boost strategy ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากยนตรกรรมซูเปอร์สปอร์ต 918 สไปเดอร์ (918 Spyder) เสริมประสิทธิภาพการทำงานให้รถแกรนทัวริ่งสามารถกระทบไหล่กับสปอร์ตพันธุ์แท้ได้อย่างไม่เป็นรอง โดยมีรุ่นเรือธงคือ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 680 แรงม้า พบกับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม พร้อมทั้งภาพยนตร์และภาพถ่ายประกอบเนื้อหาได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.de
ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราการ บริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดยเอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า "เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR" เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า "AAS The Name you can Trust" ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี