รู้จักผู้ประกอบการสุดเจ๋ง (สัมภาษณ์ละเอียดยิบ) เจ้าของรางวัล Product Champion 2019 สุดยอดผลิตภัณฑ์เครือข่ายวิสาหกิจกิจชุมชน - newswit

          ประกาศผลแล้ว สสว. จับมือ ศูนย์แห่งความเป็นเลิศ : Excellence Center ด้านเกษตรและด้านการพัฒนาชุมชน จัดงาน "สุดยอดผลิตภัณฑ์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน & Product Champion 2019" เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายให้กับผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายกิจวิสาหกิจชุมชน รวมกว่า 400 รายจากทั่วประเทศ พร้อมกับนำร่อง อุ่นเครื่องด้วยการโชว์ 2 สุดยอดผลิตภัณฑ์ (Product Champion) ที่ได้รับการพัฒนาและผ่านการคัดสรรโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อวันที่ 15-18 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00-22.00 น. ลานเมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม โดยสุดยอดสองแรกผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวก่อน ได้แก่ "ขวัญธารา" ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากมะไฟจีน และ "Noble Sense" Coconut oil 
          ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากมะไฟจีน แบรนด์ ขวัญธารา จากวิสาหกิจชุมชนขวัญธารา จ.น่าน เป็นต้นแบบของนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นบนพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องสำอางผลไม้มะไฟจีนถือเป็นพืชสมุนไพรอัตลักษณ์ของ จ.น่าน ที่มีวิตามินซี คลอลลาเจน ช่วยลดอาการอักเสบ และใบยังมีน้ำมันหอมระเหยอีกด้วย พัฒนากว่า 3 ปี จากวิสาหกิจชุมชนขวัญธารา ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเกียง จ.น่าน มีประธานกลุ่มคือ ธารารัตน์ ศรีจันทร์ดี เผยถึงแนวความคิดการทำเครื่องสำอางจากมะไฟจีน ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องสำอางหนึ่งเดียวที่พัฒนาผลไม้ท้องถิ่นคือ "มะไฟจีน" สมุนไพรที่ได้ชื่อว่า บ้านน้ำเกี๋ยน จ.น่านปลูกได้มากที่สุดในประเทศไทย จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด ตั้งแต่ดังเดิมคือทำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำสมุนไพร แต่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนขวัญธาราที่เกิดจากการรวมตัวของชาวเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่อยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิด และชอบทำอะไรที่ไม่เหมือนใคร จึงคิด ค้นคว้า วิจัยและทดลองจนได้เครื่องสำอางที่ทำจากมะไฟจีนที่ดีต่อผิวพรรณ
          " มะไฟจีนเป็นพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ดังเดิมคนนำไปทำน้ำบ๋วย น้ำมะไฟจีนบ้าง เรากลุ่มวิสาหกิจชุมชนขวัญธาราซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม 12 คนมีแนวคิดอยากเอาสมุนไพร จ.น่านมานำมาสร้างมูลค่า สร้างรายได้สู่ขุมชน โดยการคิดนอกกรอบ ทำอะไรที่คนอื่นไม่ทำกัน จึงคิดทำเครื่องสำอาง อาชีพหลักคือ ทำสวน เกษตรกร คนรุ่นใหม่ ที่อยากมาสร้างมูลค่า เราจะขายเรื่องราวเ สน่ห์ของน่าน ซึ่งต้องมีงานวิจัยรองรับ ทำทุกอย่างถูกวางตามหลักวิชาการทั้งหมด มีเลขจดแจ้ง ที่อย.กำหนดทุกตัว มีมาตราฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนกำหนด "           
          พัฒนาได้ 3 ปี ซึ่งปัญหาการทำอะไรใหม่ ๆ มักยังไม่ได้การยอมรรับจากลูกค้า เพราะด้วยยังใหม่มาก พวกเธอจึงต้องเอางานวิจัยมารองรับ นำผู้เชี่ยวชาญมาสร้างการรับรู้แบรนด์จนผู้บริโภคยอมรับ อีก 1 ปัญหาที่ SME หน้าใหม่ประสบคือ สมุนไพรมะไฟจีนออกผลเพียง 2-3 เดือนต่อปีเท่านั้นคือเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม คิดสเต็ปต่อไปหากสินค้าติดตลาด แล้วไม่มีมะไฟจีนมาลองรับ จึงต้องใช้องค์ความรู้วิชาการ ให้มหาวิทยาลัยอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.พะเยาและมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือต่าง ๆ ช่วยบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ และทำงานวิจัยค่อย ๆ ทำสารสลัดจากมะไฟจีนได้จึงเพียงพอต่อการทำผลิตภัณฑ์ลองรับกลุ่มลูกค้าปีต่อปี เพราะอยากให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่ทุกปี 
          " การพัฒนาธุรกิจต้องคิดอย่างเป็นสเต็ป เริ่มแรกเราผลิตแชมพู สบู่ ก่อนผลิตเราลงทุนใช้เงิน 1 ล้านบาทโดยไม่กู้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ลงทุนซื้อเครื่องจักรเข้าโรงงาน จากนั้นทำการตลาดพยายามทำส่งในโรงแรมจังหวัดน่าน ออกบูธตามส่วนราชการเพื่อสร้างการับรู้แบรนด์ก่อน เสร็จแล้วแรก ๆ บรรจุภัณฑ์ไม่สวย ก็ต้องค่อยๆ พัฒนาหีบห่อ จากนั้นพยายามทำตลาดออนไลน์ แล้วเรากลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดน่าน ตอนนี้เราเน้นเซรั่มบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมะไฟจีน ซึ่งขายดีมาก นอกจากนี้ยังมีครีมบำรุงผิว เรามีโฟมมูสล้างหน้า บอดี้โลชั่น แฮนด์ครีมบำรุงมือและเล็บ สบู่เหลว และแชมพู และยังคงทำเจลว่านหางจระเข้ขายดีมาก ซึ่งเราทำก่อนมะไฟจีนด้วยซ้ำ "
          สำหรับการมองคู่แข่งในตลาด ซึ่งกลุ่มมีการเตรียมรับมืออย่างดีแล้ว
          " ถ้าเกิดการลอกเลียน เราคิดแล้ววางแผนธุรกิจมานานแล้ว ต่อให้เขาเลียนแบบเรา แต่หากเสิร์ชในอินเตอร์เน็ตผลิตภัณฑ์ด้านความงามจากมะไฟจีนจะขึ้นแต่ของเรา เพราะเราเป็นเจ้าเดียวที่ทำ ถ้าเราทำอะไรในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ แล้วเราทำก่อน เขาตามเราไม่ทันเพราะเขายังไม่ได้รับการยอมรับ แต่เราได้รับการยอมรับแล้ว อีกทั้งเราอยู่กับแหล่งปลูกมะไฟจีนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เราจึงได้เปรียบด้านแหล่งวัตถุดิบ "
          สุดท้ายสินค้าจะขายได้ดี ผู้ประกอบการหน้าใหม่ ควรทำดังนี้ 1. ต้องศึกษาให้รู้จริงในสิ่งนั้น 2.ตัวเองจะต้องไผ่รู้ไผ่เรียนให้มากที่สุด 3.สิ่งที่สำคัญ การทำธุรกิจมีอุปสรรคบ้างแต่หากเกิดปัญหาต้องมีสติ วิเคราะห์หาทางออก 4.ต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็ง ต่อให้เรามีอปุสรรคต้องมีจุดยืนของเรา ทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุดในแต่ละวัน ทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้ว วันพรุ่งนี้จะทำหน้าที่ดูแลวันนี้ให้ดีเอง           
          ด้าน ผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้แบรนด์ Noble Sense Coconut oil ที่ผ่านขบวนการเก็บกลิ่นแบบธรรมชาติ เป็นระบบสกัดเย็นที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส และมีขบวนการแยกความชื้นได้ 100% จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตน้ำมันมะพร้าวบ้านแสงอรุณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตและจำหน่าย ซึ่งจุดแข็งที่ทำให้เขาได้รับคัดเลือกก็คือ การตอบแทนกลับคืนสู่สังคมด้วยการให้กลุ่มคนพิการในหมู่บ้านแสงอรุณ ทำกระปุกครีมบำรุงผิวจากเปลือกมะพร้าว ที่ช่วยอนุรักษ์โลกไม่ให้เกิดขยะจากบรรจุภัณฑ์ที่ใช้หมดแล้ว อีกทั้งเศษกะลามะพร้าวที่แตกหักยังสร้างอาชีพให้เด็ก ๆ ในละแวกหมู่บ้านได้นำไปประดิษฐ์เป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านอีกด้วย คุณสำราญ สุจริตรักษ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตน้ำมันมะพร้าวบ้านแสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทายาทชาวสวนมะพร้าวนับ 100 ไร่ 
          ปัจจุบันนอกจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นแชมพู โลชั่น ครีมอาบน้ำ น้ำมันนวด ยาหม่อง สบู่ ลิปสติกบาล์ม โคโคนัทอบกรอบ และรับจ้างผลิตน้ำมันมะพร้าวส่งให้ธุรกิจอื่น ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่นอกจากคนไทยแล้ว ยังมีชาวรัสเซีย ญี่ปุ่น จีนหลายมณฑล อิหร่าน คูเวต เป็นต้น มูลค่าการส่งออกราว ๆ ปีละราว 10 ล้านบาท ตอนนี้พัฒนาสินค้าโดยใช้หัวไชเท้าผสมกับน้ำมันมะพร้าวทำเป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้าภายใต้แบรนด์ "มิส โคโค่" อีกด้วย ถือเป็นการต่อยอดแบรนด์อีกสเตปหนึ่ง
สำราญเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นว่าที่บ้านปลูกมะพร้าวพันธุ์พื้นเมืองของทับสะแกให้น้ำกะทิที่เข้มข้นนับ 100 ไร่และปลูกแบบออแกนิคมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ต้องการประหยัดต้นทุนไม่ใช้สารเคมี ทำปุ๋ยหมักจากมูลไก่ มูลวัว มูลควายไว้ใช้เอง เปลือกมะพร้าวก็นำมาสับบดให้ละเอียดใช้ทำปุ๋ยได้ ปัจจุบันต่อยอดชักชวนและรวบรวมสมาชิกในกลุ่มได้ราว ๆ 30 คน 10 ครัวเรือน และให้ทุกครัวเรือนปลูกมะพร้าวปลอดสารทั้งหมด ซึ่งจะเป็นวิถีที่ยั่งยืนกว่า
          " 12 ปีแล้วที่เข้าไปช่วยพ่อแม่ต่อยอดการปลูกมะพร้าว เพราะดังเดิมรายได้ไม่พอกับรายง่าย เราจึงต้องพัฒนาสินค้า ดิฉันจบคณะศึกษาศาสตร์ เอกวิทยาศาสตร์จากรามคำแหง พอเรียนจบก็กลับมาช่วยพ่อแม่พัฒนา เพราะค่าเก็บ ค่าดูแลมะพร้าวถูกมากแต่ไม่มีการประกันราคามะพร้าว รายได้รายจ่ายไม่สมดุลกัน เราจึงคิดแปรรูป พอดีมีเทรนด์รักสุขภาพเข้ามา แต่คนไม่รู้จักน้ำมันมะพร้าวเท่าไหร่ ก็ต้องเริ่มปรึกษากับผู้รู้ ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา ให้ความรู้เรื่องน้ำมันมะพร้าวและการแปรรูปจึงนำองค์ความรู้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการสกัดเย็น สกัดเย็นคือการแปรรูปมะพร้าวเป็นน้ำมันมะพร้าวแต่ยังคงคุณค่าของมะพร้าวที่ดีเช่นกรดบอลิก วิตามินอี ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน เป็นหวัดบ่อย ๆ ช่วยได้ดี นอกจากกินยังพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผม ทาผิวได้ด้วย ลองผิดลองถูกมาเรื่อย ๆ " นี่คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในยุคแรก ๆ ได้รับเสียงรอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โชคดีที่เธอรู้จักคนรัสเซียจึงเป็นช่องทางในการส่งสินค้าไปขายที่รัสเซียเป็นประเทศแรก คอนเนคชั่นสิ่งเป็นสิ่งสำคัญ 
          ก้าวต่อๆ ไปของ Noble Sense Coconut oil คือ ตั้งใจทำการตลาดในไทยให้มากขึ้น มั่นออกงานบูธกับรัฐบาลทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดที่เชื่อถือได้และได้รับการยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ดีจริงจึงได้จับมือกับหน่วยงานรัฐไทย ประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องเช่าพื้นที่ ถือเป็นอีกช่องทางการตลาดหนึ่งที่ดีมาก
          " ลูกค้าในไทยรู้จักมากขึ้น เราได้พบปะกับลูกค้าจริงๆ เรามีตัวตนไม่ใช่แม่ค้าออนไลน์ แนวคิดต่าง ๆ ในการพัฒนาแบรนด์ได้จากการเข้าฝึกอบรมกับหน่วยงานรัฐบาล สัมมนาจะมีวิทยากรที่สอนเราเรื่อง เรียนรู้การทำมาตราฐานโรงงานให้ปลอดภัย การตลาด ทำบัญชี ทำออนไลน์ ทำหีบห่อสิ่งเหล่านี้ดีมาก ๆ ช่วยเราได้จริง ๆ โดยเฉพาะ Excellence Center ช่วยเรามากจริง ๆ "
สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ หากอยากแจ้งเกิด มีคำแนะนำมาฝาก
          " ข้อแรกต้องดูก่อนว่าตลาดต้องการสินค้าประเภทไหน ถ้าสินค้าเราถูกกับตลาดช่วงนั้นก็จะทำการตลาดได้ง่ายขึ้น เช่น น้ำมันมะพร้าวเหมาะกับคนรักสุขภาพ ทั้งกินทั้งทาได้หมด ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย หากสินค้าดีลูกค้าก็พร้อมจ่าย 2 คือต้องปรับเรื่องหีบห่อให้สวยงามและมีมาตราฐาน พยายามขอมาตราฐานให้ครบทุกตัว เช่น อย. ฮาลาล เข้าร่วมโครงการของกระทรวงพาณิชย์ หรือสสว.ให้ได้ให้เขายอมรับเรา 3. ออกบูธหาเวทีให้ตัวเอง 4 ต้องบุกตลาดออนไลน์ เรามีสินค้าจำหน่ายในเวบไซต์ช้อปปิ้งเกือบทั้งหมด เช่น ช้อปปี้ ลาซาด้า ฯลฯ เพื่อให้ลูกค้าพบเห็นสินค้าเราได้บ่อยและง่ายขึ้น ซึ่งปัญหาหรืออุปสรรคเดิม ๆ ที่เราต้องแก้ไขอยู่คือ ปัญญาแรงงานก็ต้องพึ่งกระทรวงแรงงานนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทดแทน "
          ท้ายสุด คุณวนิดา จรูญเพ็ญ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า กิจกรรมทดสอบตลาดครั้งนี้ จัดทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยเป็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยต่างๆ หลังจากนี้จะจัดขึ้นวันที่ 5-8 กันยายน จัดโดย ม.เทคโนโลยีสุรนารี และ ม.แม่โจ้, 12-15 กันยายน จัดโดย ม.นเรศวร และ ม.วลัยลักษณ์ และ 19-22 กันยายน 2562 จัดโดย ม.ขอนแก่น และ ม.สงขลานครินทร์ ณ ลานเมืองสุขสยาม ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร
รู้จักผู้ประกอบการสุดเจ๋ง (สัมภาษณ์ละเอียดยิบ) เจ้าของรางวัล Product Champion 2019 สุดยอดผลิตภัณฑ์เครือข่ายวิสาหกิจกิจชุมชน
 
 
 
 
 

รู้จักผู้ประกอบการสุดเจ๋ง (สัมภาษณ์ละเอียดยิบ) เจ้าของรางวัล Product Champion 2019 สุดยอดผลิตภัณฑ์เครือข่ายวิสาหกิจกิจชุมชน รู้จักผู้ประกอบการสุดเจ๋ง (สัมภาษณ์ละเอียดยิบ) เจ้าของรางวัล Product Champion 2019 สุดยอดผลิตภัณฑ์เครือข่ายวิสาหกิจกิจชุมชน รู้จักผู้ประกอบการสุดเจ๋ง (สัมภาษณ์ละเอียดยิบ) เจ้าของรางวัล Product Champion 2019 สุดยอดผลิตภัณฑ์เครือข่ายวิสาหกิจกิจชุมชน

ข่าว ณรงค์ โฉมเฉลา ล่าสุด