เมดิเซเลส ฉลองค่ำคืนความสำเร็จ “Sharing Your Happiness” ขอบคุณคู่ค้าพาเรือธง “นิวโรน็อกซ์” ชิงส่วนแบ่งตลาดมากสุดในไทยพร้อมตั้งเป้าปี 2020 โต 20 % หรือกว่า 800 ล้านบาท
นายสุรวุฒิ วูวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดิเซเลส จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เมดิเซเลส จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2560 เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เซเลส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เมดิท็อกซ์ อินคอร์เปอเรชั่น ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อนำเข้าและจัดจำหน่ายยาจากเมดิ ท็อกซ์ อินคอร์เปอเรชั่น ประเทศเกาหลีใต้ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยเป้าหมายหลักของเมดิเซเลส คือการส่งต่อนวัตกรรมความงามที่มีคุณภาพให้ถึงมือคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทอย่าง "โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ" หรือชื่อการค้าคือ "นิวโรน็อกซ์" (Neuronox) โบคุณภาพเกาหลีสายพันธุ์แท้ จากต้นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และปัจจุบันมีใช้ทั้งในทางการแพทย์และในวงการความงาม โดยมีสถานพยาบาลประเภทคลินิกเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งนวัตกรรมความงามนี้ถือเป็นการนำเสนอที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในประเทศไทยอย่างดีเยี่ยม ทั้งยังได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพและการยอมรับจากสถาบันเสริมความงามชั้นนำในประเทศมายาวนานกว่าสิบปี
"การเติบโตที่รวดเร็วของ เมดิเซเลส และผลิตภัณฑ์ นิวโรน็อกซ์ เกิดจากการมุ่งมั่นของบุคลากรที่พยายามผลักดันให้บริษัทก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ทั้งยังเกิดจากความเชื่อมั่นและแรงสนับสนุนของคลินิกคู่ค้า ที่ไว้วางใจและส่งมอบผลิตภัณฑ์ นิวโรน็อกซ์ ไปสู่คนไข้หรือผู้ที่มารับบริการเสมอมา และเพื่อเป็นส่งคำขอบคุณถึงการทำงานดังกล่าว บริษัทจึงได้จัดงาน 'Sharing Your Happiness' ขึ้น เพื่อฉลองให้กับความสำเร็จตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมถึงการจัดพิธีมอบโล่เกียรติยศประจำปี ให้กับแขกผู้มีเกียรติซึ่งเป็นผู้ประกอบการคลินิกจากทั่วประเทศ ทั้งยังมีบรรยากาศความสนุกสนานและความบันเทิง ท่ามกลางกลิ่นอายแห่งความสุขตลอดงาน เพื่อให้สมกับสโลแกน Sharing Your Happiness อีกด้วย" นายสุรวุฒิ กล่าว
"ตลาดเสริมความงามในประเทศไทย คือตลาดที่มีการเติบโตพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นจากทัศนคติต่อการเสริมความงามในยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป โดยทั้งชายและหญิงจะมองว่าการใช้โบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อเสริมบุคลิกภาพกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเมดิเซเลส มั่นใจว่าด้วยคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ นิวโรน็อกซ์ รวมถึงการรุกตลาดด้วยนวัตกรรมความงามใหม่ๆ จะทำให้บริษัทมีมูลค่าการเติบโตราว 20 % หรือราว 800 ล้านบาท" นายสุรวุฒิ วูวงศ์ กล่าวทิ้งท้าย