L&E ส่งซิกรายได้ Q4/62 ดีกว่า Q4/61 แต่ทั้งปีชะลอตัวเล็กน้อย กอด Backlog 1,500 ล้านบาท ทยอยรับรู้ถึงต้นปีหน้า - newswit
นายปกรณ์ บริมาสพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ L&E ผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายโคมไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์แสงสว่างรายใหญ่ของประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยถึง แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2562 คาดว่ารายได้ของบริษัทฯ จะเติบโตจากไตรมาส 3/2562 รวมถึงเติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน จากงานในมือ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 มีรอไว้อยู่แล้วที่ 1,500 ล้านบาท ชึ่งจะรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องต้นปีหน้า
"ปีนี้เป็นปีที่มีความท้าท้ายอย่างยิ่ง ทั้งปัจจัยภายในของบริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ยังมีเหตุการณ์สำคัญหลายเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท ทั้งในด้านลบ และด้านบวก เช่น สงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศจีน ที่ยังคงยืดเยื้อออกไป ส่งผลให้มีสินค้าจีนจำนวนมาก ทะลักเข้ามาในประเทศไทย ก่อให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง และราคาสินค้าต้องปรับตัวลดลง แม้ว่าราคาสินค้าที่ลดลงจะสามารถชดเชยได้ด้วยต้นทุนการผลิตของบริษัทฯ ที่สามารถปรับลดได้มากกว่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ในปีนี้สูงกว่าปีก่อน ๆ" นายปกรณ์กล่าว
ทั้งนี้ จากการที่ภาพรวมอุตสาหกรรมปี 2562 ไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากมีการชะลอโครงการของภาครัฐในบางโครงการถูกเลื่อนส่งมอบออกไป ได้แก่ งานอาคารเทียบเครื่องบินรอง สนามบินสุวรรณภูมิ และงานบางส่วนของรัฐสภา เป็นต้น รวมไปถึง ภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกาที่ยังยืดเยื้อ และเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในปี 2562 ของ L&E คาดว่ารายได้จะลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากปีก่อนมีรายได้ 2,923 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้จากการขายและให้บริการ 1,861 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 22.7 ล้านบาท มีสัดส่วนงานโครงการในส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง 68% เป็นรายได้หลัก
สำหรับเป้าหมายปี 2563 มั่นใจว่า จะเป็นปีที่ดีของ L&E ต่อเนื่อง จากการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจแสงสว่างในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน ตามกลยุทธ์ที่วางไว้ รองรับความต้องการใช้ LED เพิ่มสูงขึ้น คาดกำลังซื้อผู้บริโภคจะฟื้นตัว งานโครงการจากภาครัฐบาลและเอกชนเริ่มขับเคลื่อนเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการเปลี่ยนอุปกรณ์แสงสว่างมาใช้ LED เพื่อประหยัดพลังงานแทนของเดิม
"การเติบโตที่ผ่านมาของบริษัทฯ เป็นแบบ Organic Growth เป็นหลัก แต่จากนี้ไปบริษัทฯ จะเน้นเพิ่มการเติบโต ด้าน Smart Devices ด้าน IoT เพื่อสอดรับกับยุค Disruptive Technology อย่างไรก็ตาม บริษัทฯให้ความสำคัญกับการเติบโตที่ยั่งยืน โดยมีนโยบายรักษาวินัยทางการเงิน และจะรักษาสัดส่วน D/E ที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดปัญหาความเสี่ยงจากการลงทุนมากเกินไป พร้อมทั้ง การขยายโอกาสทางการตลาดไปยังสหรัฐอเมริกา เชื่อว่าจะสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ" นายปกรณ์ กล่าว