วิกฤติ COVID-19 อุบัติขึ้นทั่วโลกเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว ในขณะที่บุคลากรและสถาบันทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านการดูแลสุขภาวะกันอย่างต่อเนื่อง
เป็นเวลากว่า 50 ปีที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รับใช้ดูแลประชาชนชาวไทยด้านสุขภาวะ นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2512 จนปัจจุบันโรงพยาบาลรามาธิบดีดูแลผู้ป่วยนอกถึงปีละ2.3 ล้านคน โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในช่วงวิกฤติ COVID-19 นี้ว่า คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นกำลังสำคัญกับภาคส่วนอื่นๆในประเทศ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยประมวลงานวิจัยจากสถาบันต่างๆ ทั่วโลกและร่วมสร้างองค์ความรู้ใหม่จากการวิจัยเพื่อใช้ในการควบคุมโรค ป้องกันการแพร่ระบาดรักษากลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง รวมถึงได้ดำเนินการให้ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ที่ตั้งอยู่ ณ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นฐานสำคัญในการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการรุนแรง โดยได้สร้าง Negative Pressure ICU เตรียมไว้ถึงประมาณ 70 ห้อง
นอกจากนี้ การขยายการบริการในส่วนของโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่พญาไท ทำให้พื้นที่ของอาคารหลักที่ให้บริการผู้ป่วยสามัญมายาวนานกว่า 50 ปี มีขนาดไม่เพียงพอต่อการรองรับการให้บริการ ประกอบกับตัวอาคารชำรุดตามระยะเวลาการใช้งาน จำเป็นต้องวางแผนระยะยาวคือ สร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคาร 1 ซึ่งเป็นอาคารหลักของโรงพยาบาลฯ ซึ่งได้หารือกับทาง องค์การเภสัชกรรม เพื่อขอใช้พื้นที่ประมาณ 7 ไร่ ประกอบกับทางองค์การเภสัชกรรมมีแผนจะย้ายโรงงานบางส่วนไปที่โรงงานใหม่แถวรังสิตอยู่แล้ว โดยอาคารที่จะสร้างขึ้นใหม่นี้ จะมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 190,000 ตารางเมตร คาดว่าจะใช้เวลาการก่อสร้างจนแล้วเสร็จประมาณ 6 ปี อาคารที่จะสร้างขึ้นใหม่นี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้บริการทางการแพทย์อย่างเดียว หากแต่จะมีศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งรวมเอาคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตพญาไท ซึ่งได้แก่ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน คณะวิทยาศาสตร์คณะเภสัชศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และ คณะสาธารณสุขศาสตร์มาร่วมกันสร้างนวัตกรรม ณ อาคารที่จะสร้างขึ้นใหม่แห่งนี้ ร่วมกับองค์การเภสัชกรรม ศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งอาคารแห่งนี้จะมีเตียงผู้ป่วยสามัญอยู่ในความดูแลประมาณ 800 เตียงเป็นฐานสำคัญในการวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านการแพทย์ และเพื่อส่งเสริมการให้การบริการผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพวกเราชาวมหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมร่วมผลักดันพัฒนาชาติไทยให้พ้นวิกฤติด้านโรคอุบัติใหม่และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมวลมนุษยชาติอย่างสุดกำลังกายและกำลังใจต่อไป
และเมื่อเร็วๆ นี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการยกย่องเป็น "บุคคลคุณภาพแห่งปี 2020" จาก มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) โดยท่านได้กล่าวว่า เป็นรางวัลที่รับแทนชาวคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดลทุกคนที่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน ในการวิจัยสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างบุคลากรทั้งแพทย์และพยาบาลออกไปรับใช้ประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงให้การรักษาพยาบาลโรคสลับซับซ้อนที่รักษายาก ตามปณิธาน "ปัญญาของแผ่นดิน" ของมหาวิทยาลัยมหิดล
วว. ชูนวัตกรรม "สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช" กอบกู้สวนกล้วยหอม แก้ปัญหาต้นหักโค่นจากลมพายุ พร้อมเพิ่มขนาดผลผลิต-เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย 20-25%
รัฐบาลผนึกกำลัง สวทช.-ก.พ.ร.-DGA ประกาศขับเคลื่อน"AI-Driven Government Services"
สสวท. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับผู้รับทุนโอลิมปิกวิชาการ ประจำปี 2569
สสวท. หนุนครูผู้ดูแลนักเรียน พสวท. ใช้ AI ในชั้นเรียนและเสริมเทคนิคการสอนเพื่อพัฒนาโครงงาน
วว. ยกระดับคุณภาพ "บริการภาคอุตสาหกรรม" ยืนหนึ่งมาตรฐานสากล ขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม
วว. ร่วมขับเคลื่อน MHESI Action Plan 2026-2030 ในรายการ Tech Talk by MHESI "เปลี่ยนงานวิจัย สู่ทางรอดเศรษฐกิจ-สังคมไทย"
วว. ผนึกกำลังบริษัทโฮปฟูล ต่อยอดงานวิจัย มุ่งพัฒนานวัตกรรมโภชนาการ 4 กลุ่มโรคเรื้อรัง สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ - เพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย - สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพยั่งยืน
วว. จับมือ บริษัท ลิฟพลัส เฮลท์ โซลูชั่นฯ ทดสอบความปลอดภัย/ประสิทธิภาพสารสกัดในผลิตภัณฑ์สุขภาพ
วว. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาส/คุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับคนพิการ @มหกรรม UD เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี